หน้าแรก ภูมิภาค ช่างทำเมรุ กุ...

ช่างทำเมรุ กุเรื่องถูกชิงทรัพย์ หวังใส่ร้ายคู่อริ ให้ตำรวจตามจับ สุดท้ายเจอข้อหาแจ้งความเท็จ

18.06.26 | 22:17 น.

ช่างทำเมรุ กุเรื่องถูกชิงทรัพย์ หวังใส่ร้ายคู่อริ ให้ตำรวจตามจับ สุดท้ายเจอข้อหาแจ้งความเท็จ

เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน ผู้สื่อข่าว กรณีนายกิติศักดิ์ อาชีพช่างสร้างเมรุ อายุ 33 ปี ชาว อ.ห้วยราช จ.บุรีรัมย์ ได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมือง บุรีรัมย์ ว่า ถูกคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์มาประกบแล้วชิงกระเป๋าสะพายของตนไปซึ่งในนั้น มีทั้งโทรศัพท์ บัตรประชาชนและเงินสดจำนวนหนึ่ง เหตุเกิดที่บริเวณสำนักสงฆ์โนนทราย ถนนสายบ้านยาง–บ้านง้าง ตำบลบ้านยาง อำเภอเมืองบุรีรัมย์

เหตุการณ์ดังกล่าว พ.ต.อ.จำรัส ศิริเลี้ยง ผกก.สภ.เมืองบุรีรัมย์ ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะเป็นการสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจตกต่ำอยู่ในขณะนี้

ในเวลาต่อมาได้มีการสอบปากคำนายกิติศักดิ์ ผู้เสียหาย ก่อน ผกก.จะลงพื้นที่ด้วยตัวเอง เพื่อจำลองสถานการณ์ทั้งหมดตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ แต่ปรากฏว่านายกิติศักดิ์ จำลองและให้การไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง และความเป็นไปได้ที่คนร้ายจะกระชากกระเป๋าออกมาได้ จึงทำการเค้นนายกิติศักดิ์ ว่า”โกหกเพื่ออะไร”

จนกระทั่งนายกิติศักดิ์ ออกมาสารภาพระหว่างการจำลองสถานการณ์ว่าตน”โกหก”สาเหตุเพราะเมื่อ 3 วันที่ผ่านมาไปมีเรื่องกับคนในหมู่บ้านนั้น แต่คิดหาทางล้างแค้นไม่ได้ จึงกุเรื่องขึ้นมาแล้วให้ตำรวจสงสัยคู่อริ หวังจะให้ตำรวจตามตัวมาสอบปากคำหรือจับกุมในข้อหาชิงทรัพย์ ไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องใจถึงขั้นมาจำลองสถานการณ์แบบนี้ ขอโทษตำรวจชุดสืบสวนทุกคน หลังจากนี้จะไม่ทำอีกแล้ว

Advertisement

ด้าน พ.ต.อ.จำรัส ศิริเลี้ยง ผกก.สภ.เมือง บุรีรัมย์ กล่าวว่าทุกเหตุการณ์ หรือทุกคดีที่เป็นความเดือดร้อนของประชาชนตำรวจจะทำงานอย่างเต็มที่ เช่นเดียวกับคดีนี้ถึงแม้มูลค่าความเสียหายจะไม่มาก แต่ตำรวจก็ให้ความสนใจ จึงอยากจะฝากเตือนประชาชนทั่วไปอย่าคิดที่จะกุเรื่องให้เจ้าหน้าที่ซึ่งมีหน้าที่เยอะอยู่แล้วต้องทำงานหนักยิ่งขึ้นอีก

เพราะหากพลาดไปก็จะเหมือนเช่นกรณีนี้ที่เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องดำเนินคดีเบื้องต้นตั้งข้อหา“แจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาแก่เจ้าพนักงาน โดยแจ้งว่ามีการกระทำความผิดเกิดขึ้น ทั้งที่ไม่มีความผิดนั้นเกิดขึ้นจริง” ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป