ผู้ว่าฯภูเก็ต ชื่นชม อบจ.ภูเก็ต เก็บภาษีโรงแรมปีละ 300 ล้าน เสนอเก็บเพิ่มจากปีละ 1% เป็น 3% แนะโรงแรมเถื่อนเข้าระบบภาษี สร้างรายได้อบจ.ภูเก็ตพุ่งปีละ 3 พันล้าน
เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมโครงการพัฒนาประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้กิจกรรมการอบรม “ผลกระทบวิกฤติเศรษฐกิจโลกต่อการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต” และบรรยายพิเศษ เรื่องเสริมพลังประชาชนพัฒนาจังหวัดภูเก็ต โดยมี นายเรวัต อารีรอบ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต คณะผู้บริหารอบจ.ภูเก็ต หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน เข้าร่วมฯ ณ ห้องจามจุรี โรงแรมภูเก็ตเมอร์ลิน อ.เมือง จ.ภูเก็ต
นายเรวัต อารีรอบ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า” องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ตเป็นผู้จัดเก็บค่าธรรมเนียมผู้เข้าพัก 1% ทุกปี รายได้จากการเก็บเงินเข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน ของสัดส่วนองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ตปีละประมาณ 300 ล้านบาท
ก่อนที่เข้ามาบริหารงานนั้น ได้เกิดวิกฤตโควิด ต้องยอมรับว่า ปี 64 ปี 65 เราเก็บเงินจากส่วนนี้ได้ประมาณไม่เกิน 50 ล้านบาท ตนพร้อมด้วยผู้บริหารสมาชิกสภาฯจึงมองว่า ถ้าให้เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นเราเองก็จะลำบาก และจะนำเงินส่วนนี้มาพัฒนาในพื้นที่ได้อย่างไร
และองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ตได้งบประมาณ จากสำนักงบประมาณน้อยนิด จริงๆแล้ว เงินอุดหนุนเฉพาะกิจเงินอุดหนุนทั่วไป ได้ปีละไม่เกิน 80 ล้านบาท แต่เวลาไป defend งบประมาณให้อบจ. 200-300 ล้านบาท จริง แต่บวกด้วยเงินเดือนครูเงินเดือน ผอ.รพ. สต. อุปกรณ์ทางการแพทย์ ซึ่งเป็นเงินที่นำมาพัฒนาไม่ได้
และองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต มี Challenge โดยมีโรงพยาบาล รพสต. และมีโรงเรียนทั้ง 5 แห่งและยังอุดหนุนไปยังสมาคมฯหรือหน่วยงานภาครัฐ รวมแล้วไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท เงินเหล่านี้ได้มาจากส่วนหนึ่งของการจัดเก็บภาษีโรงแรม
และได้มีโอกาสเจอ นายรอมดอน รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตคนใหม่ เป็นคนหนุ่มไฟแรง อายุไม่เกิน 40 ปี บอกว่าอยากจะมาทำสิ่งที่ให้ความเชื่อมั่นของโรงแรมด้วย เช่นวันนี้ใบอนุญาตที่ออกมาจังหวัดเยอะมาก ก็จะทำให้เกิดสิ่งที่ถูกต้อง ทางอบจ.จะได้จัดเก็บภาษีโรงแรมได้มากขึ้น ในเรื่องนี้จึงขอให้ปรบมือกับผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต
สิ่งสำคัญต่อมา อยากจะบอกพวกเราคนทำงานทุกคนว่า สิ่งสำคัญคือรอยยิ้มกำลังใจ ขออนุญาตให้กำลังใจผู้ว่าภูเก็ต วันนี้เราต้องจับมือไปด้วยกัน ยืนยันจะเป็นกำลังสำคัญในการช่วยขับเคลื่อนจังหวัดภูเก็ตต่อไป”
ด้าน นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า “ภูเก็ตมีรายได้หลักมาจากภาคธุรกิจบริการโรงแรม การท่องเที่ยว ร้านอาหารต่างๆ การจ้างงานที่สูงที่สุดก็มาจากภาคบริการ โรงแรมร้านอาหารสถานประกอบการ ดังนั้น ถ้าจะล้อกันไปรายได้สูงที่สุด การจ้างงานสูงที่สุด สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคือสัดส่วน ที่เสียภาษีให้รัฐ โดยเฉพาะ รัฐที่อยู่ในภูเก็ตสูงที่สุดตามมาด้วยจึงจะสมเหตุสมผลกัน
โดยเห็นประโยชน์ของการที่เราจะเสียภาษีให้ท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมเสียให้อบจ. หรือภาษีป้าย ต่างๆให้กับเทศบาล ทำอย่างไรให้มีประสิทธิภาพจัดเก็บภาษีได้มากยิ่งขึ้นได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย
วันนี้ อบจ.ภูเก็ตทำได้ดีเป็นตัวอย่างในการจัดเก็บภาษีโรงแรมเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นค่าธรรมเนียมการจัดเก็บภาษี 1% ทุกฝ่ายไม่เดือดร้อน และทราบว่าโรงแรมหลายแห่งไม่ยอมจดทะเบียนเพราะกลัวจะเสียภาษี
ในส่วนโรงแรมที่ถูกกฎหมาย ปัจจุบันตามระเบียบ ให้เก็บค่าบำรุงโรงแรมคือ 1-3% วันนี้เราเก็บ 1% ทำไมไม่เก็บ 3% ซึ่งวันนี้ผู้ว่าฯขอพูดในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง ในหลักการบริหาร ที่อาจจะทำให้มีความรู้สึกเสียมากขึ้น แต่ผู้ว่าฯยอมเจ็บเพื่อพัฒนาจังหวัดให้ดีขึ้น
โดยขอเปิดประเด็นเป็นไปได้หรือไม่ ที่เรามาชวนอบจ.ภูเก็ต เก็บให้เต็ม 3% ที่กฎหมายให้อยู่แล้ว เพื่อส่งผลต่อการพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต
ที่ผ่านมา เงินจัดเก็บจากภาษีโรงแรม ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ตได้นำไปทำการโรดโชว์ต่างประเทศ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต เป็นการเจาะตลาดโดยตรงในการทำธุรกิจ ส่งเสริมการท่องเที่ยว
ทำให้ได้เจอ ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย โดยตรง เหล่านี้คือปัจจัยที่ทำให้ภูเก็ตมีนักท่องเที่ยวเข้ามาถึง 14 ล้านคนต่อปี เพราะว่า ถ้าทำออนไลน์อย่างเดียว คู่แข่งเรามีทั่วโลก จะไม่ได้ ประสิทธิภาพ เมื่อออกไปทำโรดโชว์จึงทำให้เกิดประสิทธิภาพในการส่งเสริมการท่องเที่ยวและจัดเก็บภาษีโรงแรม
ในส่วนนี้ขอชื่นชม และ จังหวัดอื่นในประเทศไทยมองภูเก็ตเช่นกัน ซึ่งเราคือโมเดล เป็นประโยชน์ในการจัดเก็บค่าบำรุงโรงแรม 1% และ จะดีกว่านี้หรือไม่ถ้าได้จัดเก็บเพิ่มขึ้นตามระเบียบกฎหมายคือ 3% รัฐบำรุงท้องถิ่นองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต
จากตัวเลข 1 เป็นตัวเลข 3 ค่าที่พัก 1,000 บาท ค่าบำรุงท้องถิ่น 30 บาท เอาในส่วนที่เก็บได้ส่งให้อบจ.ภูเก็ต นี่คือการขายเส้นทางแห่งความรุ่งเรืองของภูเก็ตด้วยตัวเอง ไม่ต้องรอไปขอภาษีจากใคร ถ้าช่วยกันแบบนี้
โดยชวนผู้ประกอบการโรงแรม ขอค่าบำรุงจากลูกค้า ที่เข้ามาเที่ยวบ้านเรา บางคนเสนอค่าไอเดียเหยียบแผ่นดิน พูดแล้วตกใจ ประการที่เราชวนเขา หรือขอเขาว่าค่าบำรุงภูเก็ต โดย ทางอบจ.เพิ่มขึ้นอีก 2% จาก 1% เป็น 3% เดือดร้อนหรือไม่ เพื่อเป็นการพัฒนาเมืองตัวเอง เป็นสิ่งที่ดีสำหรับภูเก็ต
ถ้าพวกเราเห็นด้วยก็ให้ไปคุยกันต่อว่าอยากให้อบจ.ภูเก็ต ทำเป็นหนังสือจะได้เงินเพิ่มขึ้นถึง 1,000 ล้านบาท ถ้ากล้าเก็บค่าบำรุงโรงแรม 1% เป็น 3% โดยที่กฎหมายเขียนอยู่แล้ว ไม่ได้เพ้อฝัน จะทำให้อบจ.ภูเก็ตมีเงินเพิ่มปีละประมาณ 1,000 ล้านบาท
ส่วน โรงแรมที่ไม่อยู่ในระบบอีก 80% ทำอย่างไร ให้อยู่ในระบบ ถ้าไม่บุกรุกที่สาธารณะบุกรุกที่ชายหาดก็ต้องไปยื่นขอใบอนุญาตให้ถูกต้อง จะได้เข้าระบบเยอะขึ้น การจดทะเบียนโรงแรม ที่ถูกต้องจะเพิ่มขึ้น ในสัดส่วนเดียวกัน แม้ยังไม่จดทะเบียนแต่ก็ต้องเสียภาษีบำรุงโรงแรมให้กับอบจ.ภูเก็ตเช่นกัน
ทางจังหวัดจะให้สรรพากรไปตามในเรื่องนี้ ให้เสียภาษี พร้อมกัน ในส่วนของโรงแรม 80% เหล่านี้ หากทำได้จะสร้างรายได้ให้อยจ.ภูเก็ต ปีละประมาณ 1,500 ล้านบาท รวมแล้วจะมีค่าภาษีบำรุงโรงแรมเพิ่มขึ้นอีกปีละประมาณ 3,000 ล้านบาท
โดยที่ไม่ต้องไปแก้กฎหมายใดเลย หากได้เฉพาะค่าบำรุงโรงแรม ปีละ 4,000 – 5,000 ล้านบาท ก็จะพัฒนาภูเก็ตได้ เป็นการรักภูเก็ตโดยการช่วยจ่ายภาษีให้กับภูเก็ต เพื่อพัฒนาภูเก็ตให้ยั่งยืนต่อไป”



