ผู้มีอิทธิพลหาดบางเทา ภูเก็ต ให้ทนายฟ้องขรก.กราวรูดแถมแอดมินเพจดัง มีชื่อ ‘รองผู้ว่าฯอดุลย์-ปลัดรุ่งเรือง-ชัยพร’ หลังเข้าจัดระเบียบหาดตามนโยบายรัฐบาล อ้างบุกรุก-ตัดไฟ
เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน มีรายงานว่า ขณะนี้นักธุรกิจชื่อดังของภูเก็ต อายุ 58 ปี ได้มอบหมายให้ทนายความส่วนตัว ยื่นฟ้องกลุ่มข้าราชการ ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 จังหวัดนครศรีธรรมราช (มีเขตอำนาจครอบคลุม 7 จังหวัดภาคใต้ตอนบน รวมจังหวัดภูเก็ต) เพื่อขอให้ดำเนินคดีเกี่ยวกับการทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐ
โดยในส่วนของภูเก็ต มีข้าราชการที่ถูกยื่นฟ้องทั้งหมด 4 คน ประกอบด้วย ปลัดอาวุโสอำเภอถลาง ผู้อำนวยการและเจ้าหน้าที่ศูนย์ป่าไม้จังหวัดภูเก็ต และข้าราชการอีกหน่วยงานหนึ่ง โดยกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่บุกรุกสถานที่ที่มีเอกสารสิทธิ์ครอบครองที่ดิน สค.1 แปลงหมายเลข 9 ในท้องที่หมู่ที่ 2 ตำบลเชิงทะเลอำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต โดยขณะนี้ข้าราชการที่ถูกฟ้อง กำลังรวบรวมหลักฐานเพื่อชี้แจงศาลประมาณเดือนสิงหาคมนี้ ซึ่งปัจจุบันทางศาลยังไม่ได้ประทับรับฟ้อง
ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้นักธุรกิจที่เช่าที่ดินเพื่อก่อสร้างสถานบันเทิง บริษัทต่างๆ ริมชายหาดและตรงข้ามซอยหาดบางเทา ที่เป็นแหล่งบันเทิงชื่อดังตั้งอยู่ ยังให้ทนายความฟ้องข้าราชการรายอื่นๆ คือ นายกองเอก อดุลย์ ชูทอง อดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ที่ปัจจุบันถูกโยกย้ายไปเป็นรองผู้ว่าฯสงขลา, นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต ที่ปัจจุบันถูกย้ายไปช่วยราชการวิทยาลัยการปกครองหลังถูกกล่าวหาพัวพันส่วยสถานบันเทิงในพื้นที่ป่าตอง ก่อนที่ต่อมาจะออกมาแฉเรื่องแชตไลน์ช่วยสีน้ำเงินด้วย, นายชัยพร ยังจีน ปลัดอำเภอ ฐานะหัวหน้างานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ประจำอำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ตซึ่งก่อนนี้เป็นส่วนหนึ่งของกระแสแชตไลน์หลุดกลุ่มอส.ที่ออกตัวสนับสนุนผู้สมัคร สส. พรรคภูมิใจไทย
โดยแจ้งข้อหาว่า เป็นเจ้าหน้าที่บุกรุก พร้อมอาวุธ เข้าไปในสถานที่ที่มีเอกสารสิทธิ์ครอบครองมาก่อนหน้านั้น จำนวน 6 ไร่ 2งาน 43 ตารางวา บริเวณริมหาดบางเทา ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง ทั้งที่เจ้าหน้าที่ดังกล่าว ได้รับมอบหมายจากนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ให้จัดกำลังหลายหน่วยงานเข้าไปตรวจค้นสถานที่เกิดเหตุตามมาตรการการจัดระเบียบพื้นที่สาธารณะบริเวณชายหาดบางเทาตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน 2569 ก่อนที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย พร้อมด้วยคณะจะลงพื้นที่หาดบางเทา ในวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 และการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ มีการตัดกระแสไฟฟ้า จึงถูกฟ้องรวมไปด้วย ฐานทำลายทรัพย์สิน พร้อมยืนยันว่า กิจการเอกชนใช้กระแสไฟฟ้าจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้าหรือไดนาโมของบริษัท
มีรายงานว่า นักธุรกิจรายนี้ไม่ได้ฟ้องเฉพาะข้าราชการและเจ้าหน้าที่นับ 10 คนเท่านั้น แต่ยังฟ้องรวมไปถึงแอดมินเพจ โดยมีการฟ้องหมิ่นประมาทนายวรพงศ์ แอดมินเฟซบุ๊ก “ข่าวโหดจัง จังหวัดภูเก็ต” ต่อศาลอาญากรุงเทพมหานคร เรียกค่าเสียหาย 5,000,000 บาท ซึ่งล่าสุดเจ้าตัวได้เข้าร้องเรียนต่อคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอความช่วยเหลือแล้ว
ทั้งนี้นักธุรกิจรายนี้เป็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่มานาน เคยถูก ตำรวจ สภ.เชิงทะเล เข้าตรวจค้นจับกุมร้านอาหารทะเลของนักธุรกิจรายนี้มาแล้ว เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2551 โดยกล่าวหาว่า “มีพฤติการณ์ต้องสงสัยกระทำความผิดเกี่ยวกับมือปืนรับจ้างและผู้มีอิทธิพล” ถูกควบคุมตัวไปสอบปากคำ 10 คน นอกจากนี้ยังมีประวัติการบุกรุกครอบครองที่สาธารณะหลายพื้นที่ อาทิ หาดบางเทา เป็นต้น



