หน้าแรก ภูมิภาค ลำตะคองเหลือน...

ลำตะคองเหลือน้ำ 29% พร้อมรับพายุหลายลูก ชลประทานหวั่นซูเปอร์เอลนิโญส่อแล้งถึงปีหน้า

23.06.26 | 13:05 น.

อ่างเก็บน้ำลำตะคอง เหลือน้ำใช้ 29% พร้อมรับพายุอีกหลายลูก ชลประทานบริหารจัดการรองรับซูเปอร์เอลนิโญ หวั่นภัยแล้งถึงปีหน้า

เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 นายไพฑูรย์ ยังรักษา ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำตะคอง จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำเก็บกักของอ่างเก็บน้ำลำตะคอง อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ล่าสุด มีปริมาณน้ำเก็บกัก เหลือ 107.51 ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) หรือคิดเป็น 34.19 % ของความจุระดับเก็บกับทั้งหมด 314.49 ล้าน ลบ.ม. โดยเป็นน้ำใช้การได้ 84.79 ล้านลบ.ม. หรือ คิดเป็น 29.06 % เท่านั้น ซึ่งมีภาระการส่งจ่ายน้ำให้ 5 อำเภอใช้ในกิจกรรมสำคัญ ได้แก่ ใช้ผลิตประปาเพื่อการอุปโภค-บริโภค มาเป็นอันดับแรก และต้องส่งจ่ายน้ำเพื่อรักษาระบบนิเวศลำน้ำ , เพื่อการเกษตรในเขตชลประทาน และภาคอุตสาหกรรม โดยน้ำสำหรับภาคการเกษตรเขตชลประทาน ในช่วงฤดูฝนจะให้ใช้น้ำฝนเป็นหลักก่อน เพื่อสงวนน้ำเก็บกักไว้ให้ได้มากที่สุด

“หากมีมรสุมและพายุทำให้มีฝนตกลงมาในพื้นที่ อ่างเก็บน้ำลำตะคองยังสามารถรองรับปริมาณน้ำฝนและน้ำท่าที่จะไหลหลากลงอ่างฯได้อีกจำนวนมาก ทั้งนี้เพื่อเก็บสำรองน้ำเอาไว้ส่งจ่ายได้อย่างเพียงพอ และเพื่อรับมือกับปรากฏการณ์เอลนีโญที่กลับมาก่อตัว ทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงกลางปี เพราะคาดการณ์ว่า มีแนวโน้มจะพัฒนาเป็นระดับ “ซูเปอร์เอลนีโญ” ซึ่งจะทำให้ประเทศไทย เผชิญกับสภาพอากาศแปรปรวนสุดขั้ว ทั้งความร้อนระอุ ฝนทิ้งช่วงยาวนาน และวิกฤตภัยแล้งต่อเนื่อง ไปจนถึงต้นปีหน้า” นายไพฑูรย์ กล่าวและว่า

Advertisement

โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำตะคอง ยังดำเนินการบริหารจัดการน้ำ ตาม “9 มาตรการรับมือฤดูฝน ปี 2569” ของคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) อย่างเคร่งครัด และวางแผนกักเก็บน้ำต้นทุนไว้อย่างเหมาะสม เพื่อรองรับการใช้น้ำในช่วงฤดูแล้ง รวมทั้งบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสร้างการรับรู้ให้กับประชาชน เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำเกิดประสิทธิภาพสูงสุดและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชน

เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 นายไพฑูรย์ ยังรักษา ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำตะคอง จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำเก็บกักของอ่างเก็บน้ำลำตะคอง อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ล่าสุด มีปริมาณน้ำเก็บกัก เหลือ 107.51 ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) หรือคิดเป็น 34.19 % ของความจุระดับเก็บกับทั้งหมด 314.49 ล้าน ลบ.ม. โดยเป็นน้ำใช้การได้ 84.79 ล้านลบ.ม. หรือ คิดเป็น 29.06 % เท่านั้น ซึ่งมีภาระการส่งจ่ายน้ำให้ 5 อำเภอใช้ในกิจกรรมสำคัญ ได้แก่ ใช้ผลิตประปาเพื่อการอุปโภค-บริโภค มาเป็นอันดับแรก และต้องส่งจ่ายน้ำเพื่อรักษาระบบนิเวศลำน้ำ , เพื่อการเกษตรในเขตชลประทาน และภาคอุตสาหกรรม โดยน้ำสำหรับภาคการเกษตรเขตชลประทาน ในช่วงฤดูฝนจะให้ใช้น้ำฝนเป็นหลักก่อน เพื่อสงวนน้ำเก็บกักไว้ให้ได้มากที่สุด

“หากมีมรสุมและพายุทำให้มีฝนตกลงมาในพื้นที่ อ่างเก็บน้ำลำตะคองยังสามารถรองรับปริมาณน้ำฝนและน้ำท่าที่จะไหลหลากลงอ่างฯได้อีกจำนวนมาก ทั้งนี้เพื่อเก็บสำรองน้ำเอาไว้ส่งจ่ายได้อย่างเพียงพอ และเพื่อรับมือกับปรากฏการณ์เอลนีโญที่กลับมาก่อตัว ทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงกลางปี เพราะคาดการณ์ว่า มีแนวโน้มจะพัฒนาเป็นระดับ “ซูเปอร์เอลนีโญ” ซึ่งจะทำให้ประเทศไทย เผชิญกับสภาพอากาศแปรปรวนสุดขั้ว ทั้งความร้อนระอุ ฝนทิ้งช่วงยาวนาน และวิกฤตภัยแล้งต่อเนื่อง ไปจนถึงต้นปีหน้า” นายไพฑูรย์ กล่าวและว่า

โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำตะคอง ยังดำเนินการบริหารจัดการน้ำ ตาม “9 มาตรการรับมือฤดูฝน ปี 2569” ของคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) อย่างเคร่งครัด และวางแผนกักเก็บน้ำต้นทุนไว้อย่างเหมาะสม เพื่อรองรับการใช้น้ำในช่วงฤดูแล้ง รวมทั้งบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสร้างการรับรู้ให้กับประชาชน เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำเกิดประสิทธิภาพสูงสุดและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชน