หน้าแรก ภูมิภาค ‘เลยโมเ...

‘เลยโมเดล’ต้นแบบ’รัฐ’ผนึกพลัง’ชุมชน’ร่วมแก้ปัญหา ใช้ป้อมยามหมู่บ้านช่วยปราบยาเสพติด

23.06.26 | 15:32 น.

‘เลยโมเดล’ ต้นแบบ’รัฐ’ผนึกพลัง’ชุมชน’แก้ปัญหายาเสพติด ใช้ป้อมยามหมู่บ้านช่วยปราบผู้ค้า-ลดจำนวนผู้เสพ

ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา 3 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายพลพีร์ สุวรรณฉวี , นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ และ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม มอบแนวทางการขับเคลื่อนการ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” แก่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหารและสมาชิกสภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.)ในพื้นที่ อ.วังสะพุง จ.เลย
การลงพื้นที่ครั้งนี้ 3 รมช.ได้เน้นย้ำ นโยบายเร่งด่วน ‘Action 5 Plus’ ของกระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะการจัดการปัญหายาเสพติด พร้อมชื่มชมการดำเนินงานของจังหวัดเลยที่สามารถขับเคลื่อนจนเกิดผลเป็นรูปธรรม ตามแนวทาง “เลยโมเดล” ซึ่งเป็นความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาชน และเครือข่ายชุมชน ใน 5 แนวทาง คือ “สกัดกั้น – ป้องกัน – ปราบปราม – บำบัดรักษา – ฟื้นฟูสภาพทางสังคม” เพื่อแก้ปัญหายาเสพติดอย่างเป็นระบบ พร้อมเตรียมนำรูปแบบไปขยายผลเป็นต้นแบบระดับประเทศ

ที่มาโมเดลต้นแบบ’พิทักษ์ไทเลย 68′

สำหรับ “เลยโมเดล” เกิดขึ้นเนื่องจาก ปัญหายาเสพติดโดยเฉพาะ “ยาบ้า”สารเสพติดอันดับหนึ่งที่มีการแพร่ระบาดสูงที่สุด แนวโน้มผู้เสพมีอายุน้อยลงอย่างต่อเนื่อง เข้าถึงได้ง่าย และราคาถูก ทำให้ทุกชุมชนตกอยู่ในความเสี่ยง ซึ่งจังหวัดเลยเป็นอีกจังหวัดที่สถานการณ์ภาพการระบาดของยาเสพติดในพื้นที่สูงขึ้น แต่ละปีมีการตรวจยึดจับกุมยาเสพติดเพิ่มมากขึ้น ด้วยจังหวัดเลยมีพื้นที่ติดชายแดน มีเขตติดต่อพื้นที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เป็นแนวยาวถึง 199 กิโลเมตร อีกทั้งขบวนการค้ายาเสพติดเปลี่ยนเส้นทางการขนยาโดยมุ่งเป้ามาที่จังหวัดเลย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงต้องบูรณาการปฏิบัติการร่วมกันอย่างเข้มข้น สกัดกั้นพื้นที่ตามแนวชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน

Advertisement

ต่อมา นายชัยพจน์ จรูญพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ตั้งศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดเลย เพื่อแก้ปัญหายาเสพติดจังหวัดเลย ภายใต้แผนยุทธการ “พิทักษ์ไทเลย 68 (เลยโมเดล)” ซึ่งผู้ว่าฯชัยพจน์ เป็นประธานศูนย์ฯ กำหนดยุทธศาสตร์การป้องกันยาเสพติด ตามแผนปฏิบัติการ “เลยโมเดล” โดยกลไกคณะทำงานป้อมยามประจำหมู่บ้าน เริ่มในต้นปี 2568 เพื่อตอบสนองนโยบายรัฐบาลในการแก้ปัญหายาเสพติดอย่างเด็ดขาด และครบวงจร กำหนดนโยบายตั้งแต่การตัดต้นตอการผลิต และจำหน่าย ร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านในการสกัดกั้น ควบคุมการลักลอบนำเข้า ตัดเส้นทางการลำเลียงยาเสพติด ปราบปรามและยึดทรัพย์ผู้ขายอย่างเด็ดขาด ตลอดจนการค้นหาผู้เสพในชุมชนนำเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษา การฝึกอาชีพ การศึกษา และ ฟื้นฟูสภาพทางสังคม รวมทั้งมีระบบติดตาม ดูแลช่วยเหลือ เพื่อไม่ให้กลับไปสู่วงจรยาเสพติดอีก เป็นการคืนคนคุณภาพกลับสู่สังคม

ส่งผลให้ ปัจจุบัน การค้ายาเสพติดในหมู่บ้าน มีอัตราลดลง รวมทั้งผู้เสพ ผู้ป่วยบำบัดยาเสพติด ผลจากการร่วมมือการแจ้งเบาะแสของคนชุมชนผ่านป้อมยามประจำหมู่บ้าน


รัฐ’ผนึก’พลังชุมชน’-ป้อมยามหมู่บ้านช่วยปราบยาเสพติด

ผู้ว่าฯชัยพจน์ กล่าวว่า ได้จัดตั้งคณะทำงานป้อมยามประจำหมู่บ้าน เป็นกลยุทธ์การป้องกัน และแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจร มีโครงสร้างการทำงาน 5 คณะ ได้แก่ 1.คณะทำงานเฝ้าระวัง 2.คณะทำงานเคลื่อนที่เร็ว 3.คณะทำงานบำบัดรักษา 4.คณะทำงานตรวจสอบ 5.คณะทำงานสร้างสัมพันธ์ เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนยุทธศาสตร์จังหวัดด้านความปลอดภัยทางสังคม การป้องกันยาเสพติด และการดูแลประชาชนอย่างทั่วถึง โดยเน้นการสร้าง “หมู่บ้านสีขาว” ปลอดภัยยาเสพติด ผ่านการมีส่วนร่วมของชุมชนและภาครัฐ เพื่อสกัดกั้นภัยคุกคามตามแนวชายแดนและภายในหมู่บ้าน เน้นลดจำนวนผู้เสพในหมู่บ้าน ปัจจุบันมีการจัดตั้งหมู่บ้านครบทั้ง 920 หมู่บ้าน และมีป้อมยามชุมชนในเขตเทศบาลเมืองอีก 20 แห่ง

“ได้นำโมเดล หนึ่งตำบล หนึ่งป้อมยามประจำหมู่บ้าน มาใช้เป็นแนวทางหลัก การตั้งป้อมยามประจำหมู่บ้าน เพื่อเป็นศูนย์กลางการเฝ้าระวัง ดูแล แก้ปัญหายาเสพติดภายในชุมชน ซึ่งครอบคลุมทั้งพื้นที่ตอนในและพื้นที่ชายแดน นอกจากนี้จังหวัดยังให้ความสำคัญกับการดูแลผู้ป่วยจิตเวช โดยมีคณะกรรมการระดับจังหวัด ทำหน้าที่กำกับดูแลและส่งต่อเข้าสู่กระบวนการบำบัด พร้อมเชื่อมโยงการดูแลต่อเนื่องในชุมชนผ่านป้อมยาม

ส่วนด้านการสกัดกั้นยาเสพติดตามแนวชายแดนระยะทางกว่า 199 กิโลเมตร ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ฝ่ายปกครอง ตำรวจภูธร ตชด. และตำรวจน้ำ จะบูรณาการทำงานร่วมกันอย่างเข้มงวด ทั้งการสืบสวนหาข่าว การสกัดกั้นไม่ให้ยาเสพติดเข้าสู่พื้นที่ ขณะเดียวกันป้อมยามประจำหมู่บ้านยังมีบทบาทสำคัญ เฝ้าระวังไม่ให้ยาเสพติดแพร่เข้าสู่ชุมชนและป้องกันไม่ให้ประชาชนเข้าไปเกี่ยวข้อง” ผู้ว่าฯชัยพจน์ กล่าว

ขับเคลื่อน’เลยโมเดล’5แนวทาง

ขณะที่ นายกิตติคุณ บุตรคุณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า จังหวัดได้เสริมสร้างความเข้มแข็งให้หมู่บ้านและชุมชน ผ่านกลไกคณะทำงานป้อมยามประจำหมู่บ้าน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับการนำผู้เสพ ผู้ติดยาเสพติด และผู้มีอาการทางจิตจากการใช้ยาเสพติดเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสภาพทางสังคม โดยมุ่งเน้นการดูแลอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการติดตามช่วยเหลือภายหลังการบำบัด เพื่อป้องกันการกลับไปใช้ยาเสพติดซ้ำ และส่งเสริมให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตร่วมกับครอบครัวและสังคมได้อย่างปกติ

“จังหวัดเลยได้เดินหน้าขับเคลื่อน “เลยโมเดล” อย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ในการป้องกัน ปราบปราม บำบัดรักษา และฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบ จากยาเสพติด เพื่อสร้างสังคมที่ปลอดภัยและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในจังหวัดเลยอย่างยั่งยืน “เลยโมเดล” จึงเป็นความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาชน และเครือข่ายชุมชน ใน 5 แนวทาง คือ สกัดกั้น – ป้องกัน – ปราบปราม – บำบัดรักษา – ฟื้นฟูสภาพทางสังคม ในการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเป็นระบบ” รองผู้ว่าฯกล่าวและว่า

เริ่มต้นวังสะพุง-ภูเรือขยายทัังจังหวัด

การขับเคลื่อนเริ่มในปี 2568 ประเด็มเริ่มที่หมู่บ้านใน 14 อำเภอ อำเภอละหนึ่งหมู่บ้าน โดยเริ่มต้นจากพื้นที่ที่มีการระบ่าดของยาเสพติดและพื้นที่ที่มีผู้นำเข้มแข็ง คือ อำเภอวังสะพุง นำร่องที่ตำบลทรายขาว กับอำเภอภูเรือ ที่ตำบลปลาบ่า โดยใช้ป้อมยามประจำหมู่บ้านเป็นยุทธศาสตร์ในการป้องกันและแก้ไขปราบปรามยาเสพติด ต่อมาก็ขยายผลมาถึงปี 2569 ได้ดำเนินการจนครอบคลุมทั้ง 920 หมู่บ้าน ใน 90 ตำบล 14 อำเภอในปัจจุบัน

“จากผลการดำเนินการเรื่องการปราบปราม ที่มีการจับกุมในปี 2569 พบว่าเพียงครึ่งปีสามารถยึดยาเสพติดได้มากกว่าปีที่ผ่านมาทั้งปี ปฏิเสธไม่ได้ว่าเราเป็นเมืองชายแดน ส่วนในมิติของการบำบัดรักษาของผู้เสพยาเสพติด ในอดีตแต่ละครั้ง และในแต่ละปี มีการบำบัดที่มีเป้าหมาย จังหวัดเลยจะเกินกำหนดเป้าทุกครั้ง ที่มีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มในการเข้าบำบัดและมีผู้บำบัดแล้ววนกลับมาเสพซ้ำอีก พบหลังจากมีการใช้ระบบ “ป้อมยามประจำหมู่บ้าน”ในปี 2569 พบว่าจำนวนผู้บำบัดรักษารายใหม่เริ่มลดลง นี่คือดัชนีที่วัดความสำเร็จอีกตัวหนึ่ง ที่ผู้ว่าฯชัยพจน์ นำพาเรื่องการปราบปรามยาเสพติด
จากการขับเคลื่อนเลยโมเดลคร้งนี้ ที่ผ่านมาได้ไปประชุมกับแม่ทัพภาคที่ 2 กอ.รมน. ที่จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งกอ.รมน.ภาค 2 ได้หยิบการแก้ไขยาเสพติดกับเลยโมเดลโดยคณะป้อมยามประจำหมู่บ้าน มาเป็นแบบอย่างโมเดลแก้ไขยาเสพติด เพื่อนำไปเสนอให้ส่วนกลาง และ นำรูปแบบไปใช้การแก้ไขของยาเสพติดอีกทางหนึ่ง”นายกิตติคุณ กล่าว