สระบุรีชูโมเดล “Saraburi Sandbox” เมืองคาร์บอนต่ำแห่งแรกของไทย ต้อนรับคณะกรรมการฯ รางวัลเลิศรัฐ ปี 69
เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 23 มิถุนายนที่ผ่านมา นายบัญชา เชาวรินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี พร้อมด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ หัวหน้าส่วนราชการ ภาคเอกชน และเครือข่ายสระบุรีแซนด์บ็อกซ์ ให้การต้อนรับ ดร.อรพินท์ สพโชคชัย ประธานคณะกรรมการตรวจประเมินรางวัลเลิศรัฐ พร้อมด้วยคณะกรรมการฯ ในโอกาสลงพื้นที่ตรวจประเมินรางวัลเลิศรัฐ สาขาการบริหารราชการแบบมีส่วนร่วม ที่ วิสาหกิจชุมชนภูริธาราพรรณ “สวนเพิ่มบุญ” ต.ห้วยป่าหวาย อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี โดยได้นำเสนอผลงาน “สระบุรีแซนด์บ็อกซ์ (Saraburi Sandbox)” รวมพลังสร้างเมืองคาร์บอนต่ำแห่งแรกของประเทศไทย
นายบัญชา ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี เปิดเผยว่า วัตถุประสงค์หลักของการขับเคลื่อนโครงการสระบุรีแซนด์บ็อกซ์ คือการกำหนดให้จังหวัดสระบุรีเป็น “พื้นที่ทดลองต้นแบบ” (Area Based Approach) เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตของอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ เกษตรกรรม และการท่องเที่ยว ควบคู่ไปกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีเป้าหมายสำคัญระดับประเทศในการรวบรวมปัญหา ข้อจำกัด และปัจจัยแห่งความสำเร็จ เพื่อถอดบทเรียนและขยายผลสู่การพัฒนาเศรษฐกิจ ยกระดับคุณภาพชีวิต และสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนไปยังพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศไทย
สำหรับการดำเนินงาน สระบุรีได้บูรณาการความร่วมมือแบบ PPPP (Public – Private – People Partnership) โดยมีสมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA) สภาอุตสาหกรรมจังหวัดสระบุรี (FTI) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นกำลังสำคัญ ภายใต้บทบาทของผู้ว่าราชการจังหวัดฯ ที่ทำหน้าที่เชื่อมประสาน (Connector & Coach) นำแนวคิด 3Cs ได้แก่ การมีใจที่เปิดรับ (Collaborative Mindsets) การลงมือทำร่วมกัน (Collaborative Actions) และการสร้างคุณค่าร่วมกัน (Collaborative Values) มาปรับใช้ ครอบคลุมการทำงาน 5 มิติตามแผนปฏิบัติการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ (NDC)
“เพื่อให้การทำงานในทุกมิติเกิดประสิทธิภาพสูงสุด จังหวัดจึงได้แต่งตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนสระบุรีเมืองคาร์บอนต่ำ พร้อมจัดตั้ง ‘คณะทำงานโฆษกสระบุรีแซนด์บ็อกซ์’ ทำหน้าที่เป็นฟันเฟืองหลักในการประสานงาน สร้างการรับรู้ และขยายเครือข่ายความร่วมมือจากวงเล็กสู่วงใหญ่ ซึ่งเป้าหมายสูงสุดไม่เพียงแต่การลดคาร์บอนเพื่อสิ่งแวดล้อม แต่คือการส่งเสริมให้ประชาชนคนสระบุรี มีกิน มีใช้ มีรายได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง” ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี กล่าวทิ้งท้าย


