รองผู้ว่าฯภูเก็ต ตรวจหาดฟรีด้อม ป่าไม้สั่งถมทางขึ้น-ลงหาด ใหม่ เปิดให้เข้าได้ ‘ฟรี’
เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ร้อยตำรวจเอก เขตรัฐ ชาญศิลป์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นำคณะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่หาดฟรีดัอม เพื่อตรวจสอบสภาพพื้นที่ ทางเข้า-ออก และกำหนดมาตรการดูแลไม่ให้เกิดการบุกรุกพื้นที่รัฐ ตามนโยบายรัฐบาลที่เร่งจัดระเบียบพื้นที่สาธารณะและป้องกันการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ
และการลงพื้นที่ในครั้งนี้มี นายศิวัชฐ์ ระวังกุล นายอำเภอเมืองภูเก็ต, พล.ต.ต.สินเลิศ สุขุม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต, เจ้าหน้าที่ ส.ป.ก.ภูเก็ต, ศูนย์ป่าไม้ ภูเก็ต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมตรวจสอบ หลังหาดฟรีด้อมเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ถูกจับตาเรื่องการบุกรุก การอ้างสิทธิ์ และการเข้าถึงชายหาดของประชาชนและนักท่องเที่ยว
สำหรับในช่วงที่ผ่านมาจังหวัดภูเก็ตมีการบูรณาการตรวจสอบและตรวจยึดพื้นที่หาดฟรีด้อมแหลมไม้ง้าวเป็นป่านันทนาการหาดฟรีด้อม ป่าสงวนแห่งชาติป่าเทือกเขานาคเกิดหรือป่าควนเขานาคเกิด ที่ครอบคลุมพื้นที่เทศบาลเมืองป่าตอง อำเภอกะทู้ และตำบลกะรน หมู่ที่ 1 อำเภอเมืองภูเก็ต เอาไว้แล้ว โดยพื้นที่เป็น นส.3ก และมีเนื้อที่ทั้งหมด 63 ไร่ 3 งาน 87.24 ตารางวา รวมทั้งหมด 24 คดี ส่วนขอบเขตป่านันทนาการหาดฟรีด้อมมีเนื้อที่ 41 ไร่ 1 งาน 45 ตารางวา
นายสัมพันธ์ มีสิทธิ์ ผู้อำนวยการศูนย์ป่าไม้ภูเก็ต กล่าวว่า ได้สั่งการให้ถมปรับทางลงหาดฟรีด้อมใหม่ เพื่อเปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินขึ้น-ลงได้ฟรี โดยรถ ATV จะอนุญาตให้ใช้เฉพาะกรณีฉุกเฉิน เช่น นักท่องเที่ยวเกิดอุบัติเหตุ เจ็บป่วย หรือเป็นลม เนื่องจากเส้นทางมีความลาดชันและมีนักท่องเที่ยวได้รับผลกระทบบ่อยครั้ง


อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ต้องจับตาต่อคือ การจัดการเส้นทางลงหาดต้องโปร่งใส ชัดเจน และไม่กลายเป็นช่องทางเก็บผลประโยชน์ใหม่ เพราะหาดสาธารณะต้องเป็นพื้นที่ที่ประชาชนเข้าถึงได้อย่างเป็นธรรม ขณะที่การใช้รถ ATV ควรมีหลักเกณฑ์ควบคุมค่าใช้จ่ายและเงื่อนไขการให้บริการอย่างเป็นทางการ เพื่อป้องกันข้อครหาในอนาคต
สำหรับในวันเดียวกันนี้ ร้อยตำรวจเอก เขตรัฐ ชาญศิลป์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และคณะได้ไปตรวจพื้นที่หาดพาราไดซ์ ป่าตอง รวมทั้งยังมีกำหนดการช่วงเวลา 16.00 น. ตรวจพื้นที่หาดนุ้ย หลังจากที่เจ้าหน้าที่ป่าไม้ปิดประกาศตามมาตรา 25 ครั้งใหม่บริเวณหาดนุ้ย หมู่ที่ 2 ต.กะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต พร้อมมีคดีที่ศาลจังหวัดภูเก็ตสั่งให้ออกจากพื้นที่บุกรุก ส.ป.ก.4-01 ที่เจ้าหน้าที่ป่าไม้จะต้องรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างรวมทั้งหมด 39 รายการให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 4 กรกฎาคมนี้ด้วย









