ศาลปกครองสูงสุดโคราช กลับคำพิพากษาชั้นต้น ให้ เทศบาลเดินหน้าสร้างโรงกำจัดขยะ 2 พันล้าน
เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ศาลปกครองนครราชสีมานัดอ่านคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด คดีหมายเลขดำที่ อ.572/2566 คดีหมายเลขแดงที่ 565/2566 ระหว่างผู้ฟ้องคดี บริษัท อัลไลแอนด์คลีน เพาเวอร์ จำกัด ผู้ร้องสอด บริษัท ทีพีไอโพลีนเพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) และผู้ถูกฟ้องคดีเทศบาลนคร (ทน.) นครราชสีมา ที่ 1 นายก ทน.นครราชสีมา ที่ 2 และ ผวจ.นครราชสีมา ที่ 3 เรื่องคดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐออกคำสั่งทางปกครองโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยมีนายทวีศักดิ์ พันธ์วิเศษศักดิ์ อดีตปลัด ทน.นครราชสีมา พร้อมพวก เดินทางมาฟังคำพิพากษา ศาลใช้เวลาอ่านประมาณ 35 นาที
โดยผู้ถูกฟ้องคดีทั้ง 3 และผู้ร้องสอดได้อุทธรณ์คำพิพากษาศาลปกครองนครราชสีมา คดีหมายเลขดำที่ 112/2565 คดีหมายเลขแดงที่ 46/2566 และเพิ่มเติมคำฟ้องว่า ผู้ฟ้องคดีเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจัดประกอบกิจการเกี่ยวกับการกำจัดมูลฝอยที่เป็นแบบเผาตรงในระบบปิด โดยใช้ตะกรันและระบบผลิตกระแสไฟฟ้าได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากการที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ได้ประกาศ ทน.นครราชสีมา ฉบับที่ 864 เรื่อง ประกาศเผยแพร่ร่างขอบเขตของงาน (TOR) จัดหาเอกชนดำเนินการลงทุนก่อสร้างและบริหารจัดการโครงการระบบกำจัดมูลฝอย ระยะที่ 2 ทน.นครราชสีมา มูลค่ากว่า 2 พันล้านบาท ลงวันที่ 1 ธันวาคม 63 โดยมิชอบ

กล่าวคือ ดำเนินการจัดหาเอกชนโดยใช้วิธีคัดเลือก ซึ่งมิได้ปฏิบัติตามข้อ 18 วรรคหนึ่ง ของประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การจัดการมูลฝอย พ.ศ.2560 ที่กำหนดให้บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) มายื่นข้อเสนอตามขั้นตอนที่กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐกำหนดไว้
เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าคณะกรรมการดำเนินการจัดหาเอกชนลงทุนก่อสร้างและบริหารจัดการโครงการระบบกำจัดมูลฝอย ระยะที่ 2 โดยวิธีคัดเลือก มีมติเห็นชอบรายชื่อผู้ประกอบการทั้ง 3 ราย และให้มีหนังสือเชิญผู้ประกอบการทั้ง 3 ราย มายื่นข้อเสนอในวันที่ 18 มกราคม 64 ปรากฏมีผู้มายื่นข้อเสนอ 2 ราย ได้แก่ บริษัท บัวใหญ่ ไบโอ เพาเวอร์ จำกัด และผู้ร้องสอด คณะกรรมการดำเนินการจัดหาเอกชนลงทุนก่อสร้างและบริหารจัดการโครงการระบบกำจัดมูลฝอย ระยะที่ 2 โดยวิธีคัดเลือกได้พิจารณาข้อเสนอด้านเทคนิคและการลงทุนรวมทั้งด้านราคาและผลประโยชน์ตอบแทน ให้บริษัท บัวใหญ่ ได้คะแนนรวมทั้งหมด 68 คะแนน ผู้ร้องสอด 98 คะแนน คณะกรรมการจึงมีมติเห็นควรเลือกให้ผู้ร้องสอดเป็นผู้ลงทุนก่อสร้างและบริหารจัดการโครงการระบบกำจัดมูลฝอย ระยะที่ 2 ทน.นครราชสีมา กรณีจึงเป็นการดำเนินการตามมาตรา 34/1 แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ) รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 ประกอบขั้นตอนการปฏิบัติงานในการจัดจ้างโดยวิธีการคัดเลือกตามมาตรา 55 (2) และมาตรา 56 (1) (ข) แห่ง พ.ร.บ การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 และข้อ 45 ข้อ 74 และข้อ 126 ของระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 รวมทั้งประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การจัดการมูลฝอย พ.ศ.2560 ข้อ 12 ข้อ 16 ข้อ 17 และข้อ 18 แล้ว ดังนั้นการที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 โดยผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 มีประกาศทน.นครราชสีมา ฉบับที่ 160 เรื่อง ประกาศผู้ผ่านการคัดเลือกการยื่นข้อเสนอ สำหรับโครงการจัดหาเอกชนดำเนินการลงทุนก่อสร้างและบริหารจัดการโครงการระบบกำจัดมูลฝอย ระยะที่ 2 โดยวิธีการคัดเลือก ลงวันที่ 23 มีนาคม 64 จึงเป็นการออกคำสั่งทางปกครองที่ชอบด้วยกฎหมาย อุทธรณ์ของผู้ถูกฟ้องคดีและผู้ร้องสอดจึงฟังขึ้น
สำหรับกรณีที่ผู้ฟ้องคดีอ้างว่า ผู้ฟ้องคดีได้ยื่นหนังสือลงวันที่ 11 ธ.ค.63 แสดงเจตจำนงเข้าร่วมประมูลงานไว้ล่วงหน้า แต่ไม่ได้รับหนังสือเชิญชวนให้เข้ามาเป็นผู้ประกอบการจากผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 เห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าผู้ฟ้องคดีมีรายชื่อเป็นผู้ประกอบการของสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานอยู่ในลำดับที่ 12 ระบุสำนักงานประจำเขตจังหวัดขอนแก่น ขนาดกำลังการผลิต 6.0 เมกะวัตต์ ซึ่งน้อยกว่า 9.0 เมกะวัตต์ จึงไม่เป็นไปตามขนาดกำลังการผลิตโครงการของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ต้องการ และไม่อยู่ใน 3 ลำดับที่จะได้รับการคัดเลือก ผู้ฟ้องคดีจึงไม่ได้รับคัดเลือกให้ยื่นข้อเสนอในการจัดจ้างโดยวิธีการคัดเลือก เนื่องจากคุณสมบัติขนาดกำลังการผลิตไม่เข้าตามหลักเกณฑ์ที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 กำหนดไว้ตามประกาศ ทน.นครราชสีมา ฉบับที่ 864 เรื่อง ประกาศเผยแพร่ร่างขอบเขตของงาน จัดหาเอกชนดำเนินการลงทุนก่อสร้างและบริหารจัดการโครงการ

การที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ไม่มีหนังสือเชิญชวนผู้ฟ้องคดีให้เข้ามาเป็นผู้ประกอบการในกรณ๊ตามข้อพิพาท จึงเป็นไปโดยชอบแล้ว ข้ออ้างของผู้ฟ้องคดีจึงฟังไม่ขึ้น การที่ศาลปกครองชั้นต้นพิพากษาเพิกถอนประกาศ ทน.นครราชสีมา ฉบับที่ 160 เรื่อง ประกาศผู้ผ่านการคัดเลือกการยื่นข้อเสนอ สำหรับโครงการระบบกำจัดมูลมูลฝอยระยะที่ 2 โดยวิธีการคัดเลือก โดยให้มีผลย้อนหลังไปตั้งแต่วันที่ออกประกาศ ศาลปกครองสูงสุดไม่เห็นพ้องด้วย พิพากษากลับคำพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้น เป็นยกฟ้อง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทันทีที่ทราบคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด ซึ่งหมายถึงให้ ทน.นครราชสีมา สามารถดำเนินการได้ นายทวีศักดิ์ พร้อมพวกแสดงความยินดีกันอย่างชื่นมื่น จากนั้นได้เดินทางกลับทันที

ทั้งนี้ สถานการณ์ศูนย์กำจัดขยะมูลฝอย ทน.นครราชสีมา ขนาดพื้นที่ประมาณ 243 ไร่ ตั้งอยู่ในเขต ต.โพธิ์กลาง และ ต.หนองบัวศาลา อ.เมือง จ.นครราชสีมา เดิมเป็นพื้นที่โครงการอีสานเขียว รับผิดชอบดูแลโดยกองทัพภาคที่ 2 ในแต่ละวันต้องกำจัดขยะมูลฝอยจาก 34 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และเอกชนในพื้นที่ อ.เมือง อ.หนองบุญมาก อ.โชคชัย และ อ.เฉลิมพระเกียรติ รวมปริมาณเฉลี่ย 450-500 ตัน แบ่งเป็นขยะในเขตเทศบาล 200 ตัน และนอกเขตเทศบาล 250 ตัน แต่ระบบสามารถกำจัดได้วันละ 100 ตัน โดยนำไปใช้ในระบบผลิตปุ๋ยอินทรีย์และกระแสไฟฟ้าจำนวน 25,000 หน่วยต่อเดือน คงเหลือขยะสะสมนับแสนตัน ถูกเทกองกลางแจ้ง โดยสร้างปัญหาสิ่งแวดล้อมทั้งกลิ่นและน้ำชะล้างจากกองขยะ นายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล นายก ทน.นครราชสีมา คนปัจจุบัน ได้ดำเนินโครงการลดขยะ 3R ลดปริมาณขยะให้น้อยลง ด้วยการลดการใช้ การนำกลับมาใช้ซ้ำและการนำขยะกลับมาใช้ใหม่ ทำให้ปริมาณขยะชุมชนลดลงพอสมควร



