ผอ.กอง เทศบาลเมืองวิเชียรบุรี จ่อลาออก หลังพัวพัน โกงสอบท้องถิ่น 4.5 พันล้าน
กรณีตำรวจและเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.เข้าตรวจสอบบริษัทแหง่หนึ่งใน จ.นนทบุรี พบหลักฐานการโกงสอบเข้ารับราชการท้องถิ่นปี 2568 โดยพบกลุ่มบุคคลกำลังแก้เอกสารและข้อมูลในคอมพิวเตอร์ มีข้อมูลแก้ไขไปแล้ว 2,000 ราย จากทั้งหมด 3,000 ราย ที่สำคัญยังพบความเชื่อมโยงไปยังข้าราชการท้องถิ่นระดับสูง ทั้งนี้ เหตุที่เกิดขึ้นมี นายพิชิต ผอ.กองยุทธศาสตร์และงบประมาณ เทศบาลเมือง (ทม.) วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ ตกเป็น 1 ในผู้ต้องสงสัยคนสำคัญ ทำหน้าที่จัดเก็บสำเนากระดาษคำตอบไปซุกซ่อนเพื่อแก้ไขคะแนน ก่อนนำมาสู่คำสั่งย้ายนายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) มาประจำกระทรวงมหาดไทยเป็นการชั่วคราว โดยล่าสุดมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ในฐานะผู้จัดสอบ ออกแถลงการณ์ ตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จริงแล้วนั้น
เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน นายกิตติ ลิ้มศิริชัย นายอำเภอวิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ กล่าวว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดได้ให้ทางจังหวัดตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าว โดยมีท้องถิ่นจังหวัดเป็นประธาน ให้นิติกรเป็นเลขาฯ โดยเอาในพื้นที่ในส่วนของทางอำเภอ ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ร่วมตรวจสอบด้วย
“ผมเองก็ได้ให้ทางปลัดอาวุโส ซึ่งเป็นปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานปกครองของอำเภอวิเชียรบุรี เป็นกรรมการร่วมด้วย เพื่อที่จะได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ได้ภายใน 7 วัน ที่ตามที่ท่านผู้ว่าสั่งการ” นายอำเภอวิเชียรบุรีกล่าว
ขณะที่แหล่งข่าวระดับสูงภายในเทศบาลเมืองวิเชียรบุรี เปิดเผยว่า ในส่วนของเทศบาลเมืองวิเชียรบุรีมีการดำเนินการออกคำสั่งแต่งตั้ง “คณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง” ขึ้นมา เพื่อมุ่งเป้าตรวจสอบความผิดทางวินัยขั้นเด็ดขาดกับข้าราชการระดับ ผอ.กอง สังกัด ทม.วิเชียรบุรีเพียงรายเดียวก่อนในขณะนี้ ซึ่งการสอบวินัยร้ายแรงครั้งนี้ถือเป็นเรื่องเฉพาะตัวบุคคล
แหล่งข่าวระบุว่า โครงสร้างคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงชุดดังกล่าวในตอนแรก ประกอบด้วย หัวหน้าส่วนราชการภายในเทศบาล 3 ราย คือ ผู้อำนวยการกองช่าง, ผู้อำนวยการกองการศึกษา และนิติกร ทำหน้าที่ควบตำแหน่งกรรมการและเลขานุการ แต่เพื่อป้องกันข้อครหาเรื่องคนในองค์กรสอบกันเอง ล่าสุดฝ่ายบริหารเทศบาลได้เข้าพบนายอำเภอวิเชียรบุรี เพื่อประสานขอตัวนายกฤษฏ์หิรัญ สาราช เข้ามาร่วมคณะกรรมการสอบสวนชุดนี้เพิ่มเติม เพื่อความโปร่งใส
นอกจากนี้ แหล่งข่าวคนเดิมยังเปิดเผยว่า ทม.วิเชียรบุรี โดย น.ส.สุณี มังคลารัตนศรี รองนายกเทศมนตรีคนที่ 1 ที่รักษาราชการแทน ได้ลงนามในหนังสือรายงานข้อเท็จจริง พร้อมเสนอเรื่องขอ “สั่งพักราชการ” ข้าราชการระดับ ผอ.กอง รายดังกล่าว ส่งตรงไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์เรียบร้อยแล้วตั้งแต่เมื่อวานนี้ (23 มิ.ย.69) เพื่อนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการพนักงานเทศบาลจังหวัด (ก.ท.จ.) ต่อไป เนื่องจากตัวนายกเทศมนตรีเป็นญาติ จึงมีส่วนได้ส่วนเสียกับข้าราชการระดับ ผอ.กองรายนี้ จึงไม่สามารถลงนามในคำสั่งนี้ได้
อย่างไรก็ตาม ยังมีรายงานเพิ่มเติมอีกว่า ปัจจุบัน ผอ.กอง รายนี้ ได้ขาดราชการและหายตัวไปตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา โดยไม่สามารถติดต่อได้เลยตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา ซึ่งหากเจ้าตัวยังคงขาดราชการติดต่อกันเกิน 15 วัน ก็จะเข้าสู่ระเบียบการให้ออกจากราชการตามขั้นตอนปกติ
“ยืนยัน ข้าราชการระดับ ผอ.กองรายนี้ยังไม่มีการยื่นใบลาออกมายังต้นสังกัดแต่อย่างใด แต่มีการพูดคุยกันภายในว่าข้าราชการผู้ต้องสงสัยรายนี้ควรยื่นใบลาออกเท่านั้น” แหล่งข่าวกล่าว
ขณะเดียวกัน ในส่วนของนายกเทศมนตรีเมืองวิเชียรบุรี ล่าสุดไม่ได้อยู่ในพื้นที่เช่นกัน โดยได้ไปเข้ารับการอบรม ณ สถาบันพระปกเกล้า ซึ่งมีกำหนดการอบรมยาวไปจนถึงวันที่ 15 กรกฎาคม ทำให้กลไกการลงนามต่างๆ เป็นหน้าที่ของรองนายก ผู้รักษาราชการแทน
สำหรับกลุ่มพนักงานและข้าราชการที่สอบผ่าน เข้ามาบรรจุราวต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา แหล่งข่าวระบุว่า มีพนักงานในส่วนของ ทม.วิเชียรบุรี ประมาณ 10-20 คน คาดว่าเป็นหน้าที่คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงระดับจังหวัดจะลงมาสอบ
ข่าวแจ้งเพิ่มเติมว่า ล่าสุดช่วงบ่ายของวันนี้ ข้าราชการระดับ ผอ.กอง ได้ติดต่อมายังคณะผู้บริหารเทศบาล โดยแสดงเจตนาต้องการยื่นใบลาออกจากราชการ โดยแหล่งข่าวคาดการณ์ว่า ผอ.กองรายดังกล่าวจะยื่นลาออกภายใน 1-2 วันนี้



