หน้าแรก ภูมิภาค เครือข่ายสวนย...

เครือข่ายสวนยาง จ.กระบี่-จ.เลย ยื่นหนังสือถึงรัฐบาล ช่วยแก้ปัญหาราคาตกต่อเนื่องลงมา 17 บาท

9.06.17 | 12:02 น.

เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน ที่หน้าห้องประชุมชั้น2 ศาลากลางจังหวัดเลย เครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางระดับจังหวัดเลย นำโดยนายสง่า ขันคำ ประธานเครือข่ายฯ ยืนหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดเลย โดยมีนายนราวุฒิ จันทร์ทอง หัวหน้าสำนักงานจังหวัดมารับหนังสือแทน


โดยหนังสือร้องเรียนได้ระบุว่า ด้วยสถานการณ์ช่วงที่ผ่านมาราคายางผันผวนลดลงมา 17 บาท สร้างความเดือดร้อนให้เหษตรกรและสถาบันเกษตรกรเหมือนเป็นการปล้นรายได้เกษตรกรชาวสวยยาง สาเหตุเกิดจากการปล่อยข่าวอีกทั้งผู้ประมูลหรือผู้ซื้อยางฉวยโอกาสยิดเบือนกลไกตลาด ทำให้รายได้ช่วงหนึ่งสัปดาห์เกษตรกรสูญเสียรายได้รวม 1,000 กว่าล้านบาท สถาบันเกษตรกรและผู้ประกอบการได้ตระหนักเทขายยางทำให้ขาดทุนอย่างมากมาย จึงมีการพูดคุยกันในนามเครือข่ายทั่วประเทศว่าต้องเสนอแนวแก้ไขแบบยั่งยืน และข้อเรียกร้องต่างๆโดยผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดเลย เพื่อเรียนต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาเปิดโอกาสให้ตัวแทนเกษตรเข้าพบ เพื่อเสนอแนวทางบริหารจัดการยางทั้งระบบร่วมกัน ในวันที่ 15 มิถุนายน 2560 นี้

นายสง่า ขันคำ ประธานเครือข่ายฯ ได้เปิดเผยว่า ต้องการนำนโยบายของรัฐที่กำหนดการใช้ยางในหน่อยงานในราชการของภาครัฐ เช่น การนำยางเป็นส่วนผสมเพื่อทำถนน การสร้างโรงงานผลิตยางล้อแห่งชาติ การส่งเสริมแปรรูปผลิตภัณฑ์เพื่อใช้ในหน่วยงานรัฐ และขอให้รัฐสนับสนุนโครงการต่างๆที่เกี่ยวข้องกับยางพารา การอนุมัติเงินทุนหมุนเวียน 10,000 ล้านบาท ผ่านมติคณะรัฐมนตรีการสนับสนุนโครงการทั้งในงบพัฒนาจังหวัดและงบยุทธศาสตร์เพิ่มขึ้น ให้ทบทวนหรือแก้ไขแนบท้ายผังเมืองที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนายาง ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ประเทศโดยด่วน พร้อมทั้งให้แก้ไขโครงการประชารัฐเกี่ยวกับยาง ต้องให้ผู้แปรรูปปลายน้ำพบกับผู้ผลิตกลางน้ำ ไม่ใช่ให้ผู้ซื้อคือคนกลางอีกที การตรวจสอบข้อมูลข่าวสารเพื่อเอาผิดกับปล่อยข่าวลือ และขอให้รัฐบาลนำเอา พรบ.ควบคุมยาง มาใช้ด่วน เพื่อใช้ควบคุมการดูแลการบิดเบือนยางในตลาด

Advertisement

ขณะที่จังหวัดกระบี่ เมื่อเวลา 10.00 น.นายสมปอง นวลสมศรี ประธานเครือข่าย สถาบันเกษตรกรชาวสวนยางพาราจังหวัดกระบี่ พร้อมสมาชิกประมาณ10 คน ได้เดินทางมาที่ศาลากลางจังหวัดกระบี่ เพื่อยื่นหนังสือผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ไปยังรัฐบาลเพื่อให้แก้ปัญหาราคายางพารา หลังจากช่วงที่ผ่านมาราคายางพาราผันผวนลดลงมา 17 บาท สร้างความเดือดร้อนแก่เกษตรกรและสถาบันเกษตรกร โดยมีนายสมโภช โชติชูช่วง ปลัดจังหวัดกระบี่ เป็นตัวแทนมารับหนังสือ และเชิญตัวแทนเครือข่ายสถาบันเกษตรกรฯเข้าร่วมหารือที่ห้องประชุมศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกระบี่ เพื่อรับฟังปัญหา

นายสมปองกล่าวว่า ราคายางที่ตกลงมาในช่วงที่ผ่านมา 17 บาท เหมือนเป็นการปล้นเกษตรกร เหตุเกิดจากการปล่อยข่าว อีกทั้งประมูลหรือ ผู้ซื้อยางฉวยโอกาสบิดเบือนกลไกการตลาด ทำให้เกษตรกรสูญเสียรายได้ในช่วงที่ผ่านมากว่า 1 พันล้านบาท เกษตรกรเกิดความตื่นตระหนก เทขายยางจนขาดทุนมหาศาล ในนามเครือข่ายสถาบันเกษตรกร จึงได้เสนอแนวทางแก้ปัญหา โดยยื่นข้อเรียกร้องผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เพื่อเรียนต่อนายกรัฐมนตรี พิจารณาเปิดโอกาสให้ตัวแทนเครือข่ายได้เข้าพบ เพื่อแสนแนวทางบริหารจัดการยางทั้งระบบในวันที่ 15 มิถุนายนนี้

สำหรับข้อเสนอของเครือข่ายสถาบันเกษตรกรฯนั้นประกอบด้วย6 ข้อ คือ
1.การนำนโยบายรัฐที่กำหนดการในหน่วยงานภาครัฐ ไปใช้ประโยชน์
2.การสนับสนุนโครงการต่างๆเกี่ยวกับยางพารา
3.การทบทวนแก้ไขแนบทายผังเมืองที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนายางให้สอดคล้องกับการพัฒนายุทธศาสตร์ ประเทศโดยด่วน
4.ให้แก้โครงการประชารัฐเกี่ยวกับยางต้องให้ผู้แปรรูปปลายน้ำพบกับผู้ผลิตกลางน้ำไม่ใช่ผู้ซื้อคือคนกลาง
5.การตรวจสอบข้อมูลข่าวสารเผื่อเอาผิดกับผู้ปล่อยข่าวลือ
6.การนำเอาพรบ.ควบคุมยางมาใช้โดยด่วนเพือ่ควบคุมการบิดเบือนราคาย่างในตลาด