DSI ลงพื้นที่กลางดง เร่งสอบคดีวัตถุอันตราย 300 ตัน พบของกลางสูญหาย เตรียมแจ้งข้อหาเพิ่ม
เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการคดีคุ้มครองผู้บริโภค พร้อมด้วย นายวรรณชัย พรหมรักษ์ รองผู้อำนวยการกองคดีคุ้มครองผู้บริโภค (DSI ) ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ที่ 149/2568 ได้นำคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ณ ห้องประชุม เทศบาลศรีมามงคล อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา โดยมีผู้ร่วมประชุม ประกอบด้วย นายวิโรจน์ ศรีสังข์ นายกเทศมนตรี เทศบาลศรีมามงคล ผู้แทนกรมป่าไม้ อุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และเจ้าหน้าที่เทศบาลตำยลสีมามงคล

เพื่อกำหนดแนวทางการบูรณาการ ร่วมกัน และร่วมลงพื้นที่ตรวจของกลาง ที่เป็นวัตถุอันตราย รวม 19 รายการ รวม ประมาณ 300 ตัน บริเวณโกดังในพื้นที่ การดูแลของป่าไม้ ด้านหลัง บริษัท เอกอุทัย จำกัด สาขากลางดง และมอบหมายให้อุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมาเก็บรักษาของกลางตาม พระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 มาตรา 28 และหารือในการจัดการของกลางให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตราย

โดยเบื้องต้น เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2567 ศาลจังหวัดสีคิ้ว (ปากช่อง) ได้อ่านคำพิพากษา คดีดำที่ อ272/2567 ซึ่งกรมควบคุมมลพิษ(คพ.)เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง กรรมการ ผู้จัดการ บริษัท เอกอุทัย จำกัด (สาขากลางดง) จำเลยที่ 1 และบริษัท เอกอุทัย จำกัด (สาขากลางดง) ตามมาตรา 23 แห่ง พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ.2535 และความผิดตาม พ.ร.บ.สาธารณสุข พ.ศ.2563 และศาล ได้ลงโทษจำคุกกรรมการเป็นเวลา 2 ปี และปรับ 200,000 บาท และจำเลยอยู่ระหว่างยื่นศาลอุธรณ์และศาลฎีกา
โดยคดีดังกล่าว เป็นกรณีที่มีการ กล่าวหา บริษัท เอกอุทัย จำกัด สาขากลางดง ครอบครองวัตถุอันตรายโดยมิชอบด้วยกฎหมาย จำนวน 19 รายการ ปริมาณรวมกัน กว่า 300 ตัน รวมทั้งพบถังบรรจุสารเคมีที่เป็นวัตถุอันตราย ชนิดที่ 3 อีก 503 ถัง ในความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 23 วรรคหนึ่ง และความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง เหตุเกิดในพื้นที่ตำบลกลางดง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา กรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยกองคดีคุ้มครองผู้บริโภค ได้รับคดีดังกล่าวไว้การสอบสวนเป็นคดีพิเศษที่ 149/2568 โดยได้มีการสอบสวนขยายผลมาระยะหนึ่งแล้ว

ด้าน พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการคดีคุ้มครองผู้บริโภค กล่าวว่า ในวันนี้เป็นการลงมาตรวจนับของกลางและพิจารณาหาแนวทางการจัดการของกลางให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตราย เพื่อมิให้เกิดการปนเปื้อนหรือรั่วไหลของสารพิษอันจะมีผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมโดยรอบ ซึ่งหลังจากนี้กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค จะเร่งทำการสอบสวน เนื่องจากพบว่ามีของกลางส่วนหนึ่งหายไป แต่ที่ผ่านมายังไม่มีการดำเนินการด้านความผิด กับผู้เกี่ยวข้อง
จากกรณี บริษัท เอกอุทัย จำกัด สาขากลางดง ประกอบกิจการเมื่อปี 2560 จนถึงปี 2564 เทศบาลตำบลสีมามงคลไม่ต่ออายุใบอนุญาตประกอบกิจการ เนื่องจากพบว่ามีการลักลอบฝังกากอุตสาหกรรมอันตรายภายในโรงงานและบริเวณใกล้เคียงรวมถึงพื้นที่ป่าไม้ในพื้นที่ อันอาจจะส่งผลกระทบอันตรายต่อน้ำไต้ดิน สิ่งแวดล้อม ซึ่งถือเป็นวัตถุอันตราย โดยเฉพาะสารเคมีที่เป็นของเสียจากกระบวนการภาคอุตสาหกรรม หากรั่วไหลลงสู่แหล่งน้ำจะเป็นอันตรายต่อชุมชนโดยรอบ รวมถึงแหล่งน้ำใต้ดินและแหล่งน้ำผิวดิน และเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลในการปราบปรามการกระทำผิดอีกเรื่องหนึ่ง
ซึ่ง พล.ต.ท.รุธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้กำชับให้กรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินการปราบปรามอย่างจริงจัง โดย พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้มอบหมายให้กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค เร่งรัดในการสอบสวนดำเนินคดีเพื่อนำผู้กระทำความผิดมาลงโทษ และหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดการของกลางมิให้ส่งผลกระทบ ต่อสิ่งแวดล้อมต่อไป





