หน้าแรก ภูมิภาค สลด! ช่วยยกฉั...

สลด! ช่วยยกฉัตรไม้ไผ่งานบวช เกิดลมพัดแรงถูกสายไฟฟ้าแรงสูงชอร์ตร่างเกรียมเสียชีวิต 2 ศพสาหัส 2 ราย

9.06.17 | 13:58 น.

เมื่อเวลา 11.45 น. วันที่ 9 มิถุนายน 2560 ร.ต.อ.กล้าณรงค์ จันทรมณี รอง สว.(สอบสวน) สภ.วังทอง จ.พิษณุโลก รับแจ้งมีผู้ถูกไฟฟ้าชอร์ตได้รับบาดเจ็บสาหัสจำนวน 4 ราย ถูกนำตัวส่งมารักษายังโรงพยาบาลวังทอง จึงรุดไปตรวจสอบ พบว่ามีบรรดาญาติของผู้บาดเจ็บจำนวนมากต่างยืนเฝ้ารออยู่หน้าห้องฉุกเฉินด้วยความเป็นห่วง และอยู่ในอาการตกใจร้องไห้ฟูมฟายอย่างหนัก


โดยผู้ได้รับบาดเจ็บประกอบด้วย นายพิษณุ ศรีหบุตร อายุ 54 ปี นายอนิรุทธิ์ เอี่ยมแจง อายุ 36 ปี นายณรงค์ สินสมุทร อายุ 43 ปี และนายประดิษฐ์ ชมเชย อายุ 27 ปี ทั้งคู่เป็นชาว อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย สภาพแต่ละคนถูกไฟฟ้าชอร์ตตามร่างกายหลายแห่งจนเป็นรอยไหม้เกรียมและมีแผลพุพอง นอนหมดสติอยู่ในห้องฉุกเฉิน เจ้าหน้าที่แพทย์และพยาบาลต้องช่วยกันเร่งปั๊มหัวใจอย่างต่อเนื่อง แต่ผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 รายมีอาการสาหัส ชีพจรไม่ตอบสนอง ทำให้ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมาคือนายประดิษฐ์ ชมเชย และนายอนิรุทธิ์ เอี่ยมแจง เมื่อญาติทราบเรื่องจึงโผเข้าไปกอดร่างอันไร้วิญญาณแทบปิ่มขาดใจ ส่วนผู้บาดเจ็บอีก 2 รายอาการยังไม่พ้นวิกฤต กู้ภัยบูรพาส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลพุทธชินราช เพื่อให้แพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิด

ต่อมา ร.ต.อ.กล้าณรงค์ จันทรมณี เจ้าของคดี ได้ลงพื้นไปตรวจสอบยังจุดเกิดเหตุ บริเวณหน้าร้านสุขสมัยศูนย์รวมวัสดุก่อสร้าง ต.วังทอง อ.วังทอง พบว่ากำลังเตรียมจัดงานบวชหลานชายเจ้าของร้านอยู่ พร้อมกับสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ ทราบว่าก่อนหน้าเกิดเหตุ ผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 4 คนได้เดินทางมาช่วยกันยกฉัตรงานบวชหน้าร้านดังกล่าว แต่ระหว่างที่ยกฉัตรที่ทำด้วยไม้ไผ่สูงกว่า 5 เมตร มีลมพัดแรงทำให้ฉัตรไม้ไผ่ไปพาดกับสายไฟฟ้าแรงสูงที่มีกำลังไฟกว่า 100,000 โวลต์ จนแต่ละคนถูกไฟชอร์ตเข้าร่างกระเด็นไปคนละทิศละทาง มีเลือดไหลออกทางปากและจมูก ก่อนจะมีชาวบ้านที่มาร่วมงานเห็นเหตุการณ์ช่วยกันนำตัวส่งโรงพยาบาลวังทองดังกล่าว

Advertisement

ทั้งนี้ สันนิษฐานเบื้องต้น คาดว่าสาเหตุเกิดจากไม้ไผ่ที่ตัดนำมาทำเป็นฉัตร สภาพไม้มีความสดและมีความชื้น ประกอบกับพื้นดินมีสภาพเปียก ทำให้เมื่อไปถูกกับสายไฟฟ้าแรงสูงที่อยู่ใกล้กัน กระแสไฟฟ้าได้วิ่งตามลงมากับไม้ไผ่ชอร์ตเข้าร่างจนทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ ซึ่งจะต้องสอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป