4กมธ.สภาผู้แทนราษฎร แท็กทีม ลงพื้นที่ภูเก็ต ติดตามแก้ปัญหารุกที่สาธารณะ ปราบผู้มีอิทธิพล-นอมินีต่างชาติ เร่งจัดระเบียบธุรกิจท่องเที่ยว
เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน เวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุมเจ้าฟ้า ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ ประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย นายธนยศ ทิมสุวรรณ ประธานกมธ.การปกครอง สภาผู้แทนราษฎร, นางสาวกุลวดี นพอมรบดี ประธานกมธ.การที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร และนายศุภโชค ศรีสุขจร ประธานกมธ.การอุตสาหกรรม สภาผู้แทนราษฎร ลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ตเพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาการยึดครองพื้นที่สาธารณประโยชน์และการจัดระเบียบพื้นที่สังคมในจังหวัดภูเก็ต
ในการประชุม มีร้อยตำรวจเอก เขตรัฐ ชาญศิลป์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต รักษาการที่ปรึกษาด้านความมั่นคง สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย นายรอมดอน หะยีอาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยรองผู้บังคับการตำรวจภูธรภาค 8 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมประชุมและรายงานความคืบหน้าการดำเนินงาน
นายวัชรพงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการฯ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นความร่วมมือของคณะกรรมาธิการทั้ง 4 คณะ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่บูรณาการการทำงานร่วมกัน เพื่อประหยัดงบประมาณและลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางของหน่วยงานราชการ พร้อมยกจังหวัดภูเก็ตเป็นต้นแบบของการลงพื้นที่แบบบูรณาการของคณะกรรมาธิการ สภาผู้แทนราษฎร ทั้งนี้ การลงพื้นที่มีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามผลการดำเนินงานตามข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รวมถึงข้อสั่งการของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ภายหลังการลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ตก่อนหน้านี้ เพื่อตรวจสอบความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาในประเด็นต่าง ๆ และร่วมกันหาแนวทางผลักดันการแก้ไขปัญหาให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนชาวจังหวัดภูเก็ต
ประธานคณะกรรมาธิการฯ ระบุว่า จังหวัดภูเก็ตเป็นจังหวัดสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว การลงทุน และการคมนาคมของประเทศ จึงต้องการติดตามผลการดำเนินงานตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะการปราบปรามผู้มีอิทธิพล มาเฟียไทยและต่างชาติ การเรียกรับผลประโยชน์ การบังคับใช้กฎหมายกับธุรกิจโรงแรมและสถานประกอบการ ตลอดจนการแก้ไขปัญหาพื้นที่สาธารณะและอุทยานแห่งชาติ
สำหรับประเด็นสำคัญที่คณะกรรมาธิการติดตาม ประกอบด้วย การใช้ประโยชน์พื้นที่สาธารณประโยชน์บริเวณหาดบางเทา หาดฟรีด้อม และหาดนุ้ย การจัดระเบียบธุรกิจท่องเที่ยวและการป้องกันผู้มีอิทธิพล การประกอบธุรกิจโรงแรมและที่พักโดยไม่ได้รับอนุญาต การจัดระเบียบสถานบริการ และการบริหารจัดการพื้นที่อุทยานแห่งชาติและชายหาดสาธารณะ
นอกจากนี้ ยังติดตาม 4 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การจัดเก็บค่าธรรมเนียมโรงแรม ความคืบหน้าการออกใบอนุญาตโรงแรมที่ค้างอยู่ ปัญหาผู้มีอิทธิพลและมาเฟียในพื้นที่ รวมถึงการตรวจสอบการถือครองธุรกิจโดยนอมินีต่างชาติ ซึ่งมีการเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งตรวจสอบเส้นทางการเงินและความเชื่อมโยงของกลุ่มผู้มีอิทธิพลอย่างจริงจัง
ด้านจังหวัดภูเก็ตรายงานความคืบหน้าการดำเนินงานว่า กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครอง ร่วมกับจังหวัดภูเก็ต ได้เปิด “ศูนย์ให้คำปรึกษาและรับเรื่องร้องเรียน” และ “คลินิกรับคำขออนุญาต” เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมและสถานบริการ ให้สามารถดำเนินการได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยเปิดให้บริการทุกวัน เวลา 08.30–16.30 น. โดยเปิดถึงวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ณ โรงแรมรอยัล ภูเก็ต ซิตี้ และจุดรับคำขอ ณ ที่ว่าการอำเภอเมืองภูเก็ต อำเภอกะทู้ และอำเภอถลาง
ร้อยตำรวจเอก เขตรัฐ ชาญศิลป์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า จังหวัดจะเร่งรวบรวมข้อมูลให้แล้วเสร็จภายใน 2–3 สัปดาห์ และยืนยันว่าจะไม่นิ่งนอนใจ พร้อมเร่งขับเคลื่อนทุกประเด็นตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี โดยได้ลงพื้นที่ติดตามปัญหาต่าง ๆ ด้วยตนเอง ทั้งพื้นที่ชายหาด ร้านรถเช่า และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมและรวดเร็ว
ขณะที่นายรอมดอน หะยีอาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า จังหวัดอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลโรงแรมทั้งหมดในพื้นที่ โดยปัจจุบันมีโรงแรมที่ถูกต้องตามกฎหมายกว่า 1,200 แห่ง และยังมีบางส่วนที่อยู่ระหว่างการต่ออายุใบอนุญาต เพื่อเร่งดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย
ในช่วงท้ายการประชุม คณะกรรมาธิการได้ให้กำลังใจผู้บริหารจังหวัด พร้อมชื่นชมความตั้งใจของจังหวัดภูเก็ตในการแก้ไขปัญหา และย้ำว่าการลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการติดตามผลการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล เพื่อพิสูจน์ว่าข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยได้รับการปฏิบัติอย่างจริงจังและเกิดผลต่อประชาชน พร้อมยืนยันว่าคณะกรรมาธิการทั้ง 4 คณะ จะสนับสนุนและผลักดันข้อเสนอที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาจังหวัดภูเก็ตอย่างต่อเนื่อง



