หน้าแรก ภูมิภาค ผู้เสียหาย ให...

ผู้เสียหาย ให้ปากคำเพิ่ม กรณีอดีตผู้ว่าฯ ลวงขายเหรียญครุฑรวยๆ ขอให้เชิญ หัวหน้าสำนักฯ-เสมียน ให้ข้อมูล

28.06.26 | 15:29 น.

ผู้เสียหาย ให้ปากคำเพิ่ม กรณีอดีตผู้ว่าฯ ลวงขายเหรียญครุฑรวยๆ ยื่นขอให้เชิญ หัวหน้าสำนักฯ-เสมียน ให้ข้อมูล

เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน เวลา 11.30 น. ที่ สภ.เมืองกาฬสินธุ์ นายปัญญา นิตยารส อายุ 62 ปี อาชีพนักธุรกิจจังหวัดมหาสารคาม ตัวแทนประชาชนจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้เข้าพบ ร.ต.อ.นิกร พินิจมนตรี พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบคดี สภ.เมืองกาฬสินธุ์ เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม กรณี เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2569 ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ให้ดำเนินคดีกับอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ (ในช่วงปี 2568) ในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน

การเข้าให้ปากคำครั้งนี้ นายปัญญาได้นำเอกสารสำคัญหลายฉบับเกี่ยวกับการจัดสร้างเหรียญรุ่นครุฑรวยๆ ใบเสร็จรับเงิน และยังมีการทำหนังสือถึงพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบคดี ร้องขอให้เรียกพยานสำคัญหลายคนมาสอบสวนเพิ่มเติมเกี่ยวกับเส้นทางการเงินและผลทางคดี

นายปัญญากล่าวต่อว่า เพื่อให้การดำเนินคดีมีความคืบหน้าระหว่างที่พนักงานสอบสวนฯ ได้เริ่มเรียกพยานมาสอบปากคำ ก่อนหน้าตนได้พยายามติดต่อไปยังหัวหน้าสำนักงานจังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อสอบถามความจริงในการสร้างเหรียญรุ่นครุฑรวยๆ ของอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ แต่ก็ยังไม่ได้รับคำตอบ รวมถึงการขอเอกสารเกี่ยวกับการเงิน เนื่องจากมีเบาะแสที่เชื่อได้ว่าการโอนเงินนั้น ได้โอนเข้าบัญชีบุคคล ไม่ใช่บัญชีจังหวัด กลายเป็นบัญชีปริศนาสำคัญ จึงจำเป็นที่จะต้องขอให้พนักงานสอบสวนฯได้เรียกพยานบุคคลมาสอบสวนเพิ่มเติม อาทิ เสมียนตราอำเภอทุกอำเภอ เสมียนตราจังหวัด หัวหน้าสำนักงานจังหวัด เพราะปรากฏตามเอกสาร ด่วนที่สุด ที่ กส.0017.3/ว.12205 ลงวันที่ 10 กันยายน 2568 เรื่อง ขอเชิญสั่งจองวัตถุมงคล เหรียญรุ่นครุฑรวยๆ ช่วงท้ายหนังสือระบุชัดเจนว่า การสั่งจองเหรียญสามารถสั่งจองได้ที่กลุ่มงานอำนวยการ สำนักงานจังหวัดกาฬสินธุ์ และหนังสือที่ กส.0118/ว1324 ลงวันที่ 19 กันยายน 2568 ลงนามโดยนายอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ปรากฏช่วงท้ายหนังสือการสั่งจองและชำระเงินให้ที่ทำการปกครอง โดยระบุตำแหน่งเสมียนตราอำเภอ

“การสอบถามเสมียนตราก็ขอให้พนักงานสอบสวนฯ สอบถามว่า เมื่อเสมียนตราได้รับเงินจากประชาชนทั่วไปในการสั่งจองเหรียญรุ่นครุฑรวยๆ แล้ว ได้มีการจัดทำบัญชีรายรับให้ถูกต้องตามระเบียบราชการหรือไม่ 2.เมื่อประชาชนผู้ที่สั่งจองเหรียญรุ่นครุฑรวยๆ นำเงินมามอบให้เสมียนตรา แล้วเสมียนตราได้นำส่งเงินเข้าคลังจังหวัดกาฬสินธุ์หรือไม่ หรือนำส่งเงินให้กับใคร 3.ได้มีการออกใบเสร็จรับเงินของทางราชการให้กับประชาชนผู้ที่มาชำระค่าสั่งจองเหรียญรุ่นครุฑรวยๆ หรือไม่ 4.เสมียนตราทุกอำเภอได้นำเงินไปส่งมอบให้ใครขอให้สอบสวนผู้รับมอบเงินดังกล่าวเป็นรายบุคคลด้วย และ 5.ขอให้สอบสวนหัวหน้าสำนักงานจังหวัดกาฬสินธุ์ ในประเด็นการสร้างเหรียญรุ่นครุฑรวยๆ ว่าเป็นโครงการของจังหวัดกาฬสินธุ์หรือไม่ พร้อมประเด็นว่าเมื่อได้รับเงินที่ประชาชนบูชาเหรียญรุ่นครุฑรวยๆ ได้นำเงินไปส่งมอบให้ใคร”

นายปัญญากล่าวต่อว่า ตนมีความมั่นใจและเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม แต่เนื่องจากเป็นการแจ้งความดำเนินคดีกับอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมพวก พฤติกรรมการหลอกให้หลงเชื่อเพื่อขายเหรียญครุฑรวยๆ อาจจะมีข้าราชการบางคนเข้าไปมีส่วนพัวพัน แต่ที่ยืนยันได้คือ เหรียญรุ่นครุฑรวยๆ ไม่ใช้โครงการจังหวัดกาฬสินธุ์จัดสร้าง แต่เป็นฝีมือของอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ อ้างตัวเป็นประธานในการจัดสร้างที่แฝงควบคู่ไปกับโครงการเรี่ยไรประชาชนในการก่อสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5

Advertisement

สิ่งสำคัญนอกจากกรณีนี้เพิ่มเติมก็คือการนำเครื่องหมายตราตั้ง หรือเครื่องหมายครุฑพ่าห์ มาใช้ ดังนั้นกรณีดังกล่าว การกระทำของอดีต ผวจ.กาฬสินธุ์ ที่ได้นำเครื่องหมายครุฑพ่าห์มาสร้างเหรียญครุฑรวยๆ ได้มีการขออนุญาตในการใช้ครุฑพ่าห์ไปยังสำนักพระราชวังหรือไม่ ทั้งนี้นอกจากการร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนฯแล้ว ต่อไปก็จะเดินทางไปยื่นหนังสือตรงในทุกองค์กรอิสระให้ร่วมกันตรวจสอบ เพื่อให้ความจริงปรากฏ และผู้ที่กระทำความผิดทั้งหมดจะต้องได้รับโทษตามกฎหมาย