นักธุรกิจ ห่วง เปิดด่านสะเดาใหม่ 10 ก.ค. กระทบการค้า-ลงทุนด่านนอก ด้านนายด่านสะเดา ยันมีมาตรการรับมือ
จากกรณีที่จะมีการเปิดด่านสะเดาแห่งใหม่เชื่อมกับด่านบูกิตกายูฮิตัม รัฐเคดาห์ ประเทศมาเลเซีย ในวันที่ 10 กรกฎาคม 69 ประชาชนและนักธุรกิจด่านนอก เทศบาลสำนักขามซึ่งเป็นที่ตั้งของด่านสะเดาเก่าที่เปิดใช้มาเกือบ 100 ปี เดือดร้อน หวั่นว่าส่งผลให้ธุรกิจด่านนอกจะซบเซาและกลายเป็นเมืองร้างในที่สุด เพราะประชาชนชาวมาเลเซียที่ต้องการมาเที่ยวหาดใหญ่หรือในประเทศไทย ก็จะผ่านด่านแห่งใหม่ โดยไม่แวะเวียนเข้ามาที่ด่านนอก ต.สำนักขามแล้วนั้น
นายไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล สมาชิกวุฒิสภา สายสื่อมวลชน เปิดเผยว่า ตนได้รับการร้องเรียกจาก ประชาชน ที่ประกอบอาชีพค้าขาย ธุรกิจบันเทิง โรงแรม และอื่นๆ ของเทศบาลสำนักงาน ชายแดนไทย-มาเลเซีย อ.สะเดา จ.สงขลา หวั่นว่าจะได้รับผลกระทบจากการเปิดใช้ด่านพรมแดนสะเดาแห่งใหม่ ซึ่งอยู่ห่างจากด่านพรมแดนปัจจุบันที่ตัวด่านพรมแดนติดกับย่านเศรษฐกิจการค้าของเทศบาลสำนักขาม ซึ่งด่านสะเดาที่จะเปิดใช้ในวันที่ 10 กรกฎาคม สามารถเดินทางไปยัง อ.หาดใหญ่ อย่างสะดวกโดยไม่ต้องผ่านตัวเมืองในพื้นที่เศรษฐกิจการค้า ทำให้เสี่ยงเกิดความซบเซาของธุรกิจการค้าต่างๆ
นายไชยยงค์ กล่าวว่า ตนได้เดินทางลงพื้นที่ชายแดน อ.สะเดา จ.สงขลา เพื่อดูปัญหา เกี่ยวกับการจราจร จากด่านใหม่ ที่เชื่อมต่อกับด่านเก่า ว่ามีความพร้อม และสะดวกกับผู้ที่เข้ามายังด่านใหม่และต้องการเดินทางไปยังด่านเก่า เพื่อไปยังย่านธุรกิจการค้าของด่านนอก หรือเทศบาลสำนักขามหรือไม่
จากการเข้าพบกับนายบัณฑรู อู่เจริญ นายด่านศุลกากรสะเดาเพื่อขอทราบถึงแนวทางการเปิดใช้ด่านพรมแดนสะเดาแห่งใหม่ ว่าจะมีผลกระทบกับประชาชนที่ทำธุรกิจการค้า การลงทุนในตัวเมืองสำนักขามหรือไม่ ซึ่งนายด่านศุลกากรสะเดา ตอบว่า มีการวางแผนรับมือกับการเปิดด่านใหม่ เพื่อไม่ให้มีผลกระทบกับประชาชนที่มีธุรกิจการค้า การลงทุน ที่เกรงว่าชาวมาเลเซีย ที่เดินทางเข้าประเทศไทยทางด่านใหม่ จะใช้เส้นทางใหม่ที่ไม่ต้องผ่านตัวเมือง ซึ่งสะดวกสะบาย และรวดเร็ว ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นก็ต้องมีผลกระทบกับการค้าชายแดนไม่มาก ก็น้อย
“ได้มีการตัดถนนจากด่านใหม่ ให้สามารถเดินทางไปยังด่านเดิมเพื่อไปยังตัวเมืองด่านนอก เทศบาลสำนักขามได้ซึ่งมีระยะทางไม่เกิน 1 กิโลเมตร สำหรับนักท่องเที่ยว ที่มีความตั้งใจที่จะไปที่ด่านเดิม และเมืองด่านนอก ยังเดินทางไปได้โดยสะดวก ส่วนนักท่องเที่ยว นักเดินทางที่ไม่มีความต้องการเข้าไปยังตัวเมืองด่านนอก ก็สามารถเดินทางจากด่านใหม่ไปยัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ได้ด้วยความรวดเร็ว ไม่มีปัญของการ จราจร แต่อย่างใด”
นายไชยยงค์กล่าวว่า ด่านสะเดาแห่งเก่า ยังไม่มีการปิด แต่เมื่อฝ่ายมาเลเซียมีนโนบายให้มีด่านพรมแดนเพียงแห่งเดียว มาเลเซียจึงปิดประตูพรมแดน การเข้าเมือง จึงต้องเข้า-ออก ที่ด่านศุลกากรแห่งใหม่เท่านั้น
นายไชยยงค์ กล่าวว่า จะมีการปิดด่านพรมแดนเดิม ที่ใช้งานมา 100 กว่าปี ในวันที่ 10 กรกฎาคม 69 ในเวลาเที่ยงคืน และมีนโยบายที่จะให้สถานที่ด่านพรมแดนเก่าเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงความเป็นมาของด่านพรมแดนแห่งนี้ ที่มีประวัติความเป็นมา 100 กว่าปี โดยจะรวบรวมเรื่องราวของพื้นที่พรมแดนด่านนอกที่สำคัญเอามาไว้ให้ได้ศึกษาค้นคว้า และทำให้เป็นจุดเช็กอิน เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวไปถ่ายภาพ เช่นเดียวกับจุดเช็กอินใต้สุดสยาม ที่ อ.เบตง จ.ยะลา ซึ่งจะทำให้การค้าขายในตัวเมืองได้รับประโยชน์จากนักท่องเที่ยวที่เข้าไปถ่ายภาพในจุดเช็กอิน
นายไชยยงค์กล่าวว่าในส่วนของการให้บริการนักท่องเที่ยว และผู้เดินทาง เข้าออก ระหว่างไทย-มาเลเซีย-สิงค์โปร์ นั้น ได้มีการบูรณาการกับหน่วยงานตรวจคนเข้าเมือง และอื่นๆ เพื่อให้การบริการนักท่องเที่ยว นักเดินทาง ได้รับความรวดเร็ว ทั้งในวันปกติ วันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ที่มีชาวมาเลเซียเดินทางเข้าประเทศไทยค่อนข้างมาก และในเทศกาลต่างๆ และวันหยุดของประเทศมาเลเซีย โดยการเพิ่มเจ้าหน้าที่ เพิ่มตู้ตรวจเอกสาร ทั้งของศุลกากร และ ตรวจคนเข้าเมือง
ด่านสะเดาแห่งใหม่มีสถานที่กว้างขวาง มีการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย ในอนาคตจะมีการใช้ระบบใหม่ๆ เพื่อให้การเข้า-ออก ของนักท่องเที่ยว นักเดินทาง รวดเร็วที่ทันสมัย เชื่อว่า การที่นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียต้องใช้เวลา 3-4 ชั่วโมงในพิธีการเข้าเมืองคงไม่เกิดขึ้น เช่นเดียวกับการติดค้างของชาวมาเลเซีย ที่ออกจากด่านเพื่อกลับประเทศไม่ทัน และต้องนอนในรถยนต์ เพื่อรอการเปิดด่านอีกวันคงจะไม่เกิดขึ้นอีก
นายไชยยงค์กล่าวว่าปัจจุบัน ด่านสะเดา จะมีรถบรรทุกสินค้าเข้า-ออก วันละไม่ต่ำกว่า 2,000 คัน เป็นด่านชายแดนทางบก ที่ใหญ่และทันสมัยที่สุด มีเครื่องเอ็กซเรย์ที่ทันสมัยเพื่อตรวจสอบรถบรรทุกสินค้า เป็นด่านชายแดนทางบกที่มีมูลค่าการส่งออกอันดับหนึ่งของประเทศ มีการเก็บภาษีได้ปีละกว่า 100,000 ล้านบาท
“ปัญหาของความไม่สะดวกของการจราจร จากด่านใหม่ไปยังด่านเก่าเพื่อเข้าตัวเมืองด่านนอกซึ่งมีอยู่จากนโยบายการเดินรถของฝั่งมาเลเซีย ที่อ้างเรื่องความปลอดภัย และรั้วชายแดน และการออกแบบผิวจราจรของฝั่งไทยที่ไม่เหมาะในการจราจร หลังศุลกากรได้รับมอบถนนอย่างเป็นทางการ จะมีการแก้ไขอีกครั้ง รวมทั้งได้มีการหารือกับ นายก อบจ.สงขลา ให้เร่งตัดถนนของ อบจ.ที่เชื่อมต่อกับด่านศุลกากร ที่หากมีการเชื่อมต่อกันได้ จะทำให้มีช่องทางการจราจรที่เพิ่มขึ้น และสะดวกกับผู้ที่ต้องการเดินทางไปยังย่านการค้าของเมืองด่านนอกเทศบาลสำนักขาม เพื่อเป็นการลดผลกระทบด้านธุรกิจการค้าที่เกิดจากการเปิดใช้ด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่”
นายบัญฑูร อู่เจริญ นายด่านสะเดา จ.สงขลา กล่าวว่า ในการเปิดใช้ด่านสะเดาแห่งใหม่ในวันที่ 10 กรกฎาคม 69 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย จะเป็นประธานในพิธี ซึ่งขณะนี้มีการประชุมประสานงานและเตรียมความพร้อมทุกอย่างเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

