หน้าแรก ภูมิภาค เวทีประชาพิจา...

เวทีประชาพิจารณ์ร่างพ.ร.บ.สุขภาพวุ่น! เครือข่ายภาคใต้วอล์กเอาต์ รวมตัวอ่านแถลงการณ์

10.06.17 | 14:53 น.

รายงานข่าวจากจังหวัดสงขลา เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 10 มิถุนายน ที่ห้องประชมโรงแรมลีการ์เด้นท์พลาซ่า อ.หาดใหญ่ คณะอนุกรรมการดำเนินการประชาพิจารณ์พิจารณาร่างพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (ฉบับที่…) พ.ศ…. เปิดเวทีประชาพิจารณ์ เรื่องการแก้ไขเพิ่มเติม ร่างพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (ฉบับที่…) พ.ศ…. โดยมี นพ.พลเดช ปิ่นประทีป ประธานคณะอนุกรรมการดำเนินการประชาพิจารณ์พิจารณาร่างพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (ฉบับที่…) พ.ศ…. กล่าวเปิดเวทีรวมถึงชี้แจงวัตถุประสงค์ในการเปิดเวที โดยระบุถึงวัตถุประสงค์ในการดำเนินการว่า เพื่อจัดกระบวนการให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมระดมสมอง วิพากษ์ หรือให้ความเห็นต่อการปรับแก้ไขร่าง พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เพื่อรวบรวมข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่ได้จากการประชุม ประกอบการจัดทำเอกสารการวิเคราะห์และสรุปความคิดเห็นจากการดำเนินงานรับฟังความเห็นต่อร่าง พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยได้มีการลงทะเบียน ผู้ที่จะร่วมอภิปรายแสดงความเห็นเอาไว้ จำนวน 300 คน โดยกำหนดเวลาให้คนละ 3 นาที


บรรยากาศในที่ประชุมนั้น จะมีการขานชื่อผู้ที่ลงทะเบียนเอาไว้ตามลำดับ เพื่อแสดงความคิดเห็น ซึ่งพบว่า มีผู้ที่ไม่อยู่ในห้องประชุมบ้าง อยู่แต่ไม่แสดงความคิดเห็น และอยู่พร้อมแสดงความคิดเห็น ซึ่งมีประเด็นในการแสดงความเห็น 14 ประเด็น ซึ่งมีการแสดงความเห็น ข้อกังวลในบางประเด็น

นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ จ.สงขลา เห็นว่าเนื้อหาสาระของร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญ ดังนั้น เมื่อจะมีการปรับแก้ไข ก็ควรจะเปิดให้มีกระบวนการส่วนร่วมจากประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ให้เปิดโอกาสให้เพียงคนละ 3 นาที ซึ่งไม่เพียงพอ แต่ควรจะมีการเปิดกว้างให้ถกกันในประเด็นข้อกังวล อย่างเต็มที่ อาจจะใช้เวลา 2-3 วัน ก็ควรจะทำ เพื่อจะได้ตกผลึกในแต่ละประเด็น อยากให้มีการทบทวนกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างแท้จริง แต่หากเป็นเช่นนี้ ก็ไม่ควรที่จะแก้ไข เพราะ พ.ร.บ.ฉบับเดิมก็พอใช้ได้ อยู่แล้ว

นพ.เกรียงศักดิ์ หลิวจันทร์พัฒนา เครือข่ายภาคประชาชน กล่าวว่า หายนะที่จะเกิดขึ้นกับกองทุนคือ การขาดการควบคุมวินิจฉัยโรค ทำให้มีค่าตรวจวินิจฉัยในอัตราที่สูง อย่างเช่น การสั่งตรวจด้วย MRI ซึ่งมีค่าใช้จ่ายครั้งละ 15,000 บาท ซึ่งเงินจำนวนนี้ จะสามารถรักษาผู้ป่วยได้ประมาณ 100 คน ดังนั้น จึงควรจะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาควบคุม ตรวจสอบการสั่งตรวจราคาสูงของแพทย์ ด้วยการกำหนดข้อบ่งชี้ ที่จะสามารถสั่งตรวจด้วยเครื่องมือที่ราคาสูง ลดการใช้เงินในกองทุน

Advertisement

อย่างไรก็ตามหลังจากเวทีเริ่มได้ระยะหนึ่งประมาณ 10.00 น.ตัวแทนเครือข่ายภาคประชาชน ในนามเครือข่ายหลักประกันสุขภาพประชาชนภาคใต้ ได้วอล์คเอาท์ออกจากห้องประชุม ก่อนจะออกมารวมตัวกันหน้าห้องประชุม ร่วมอ่านแถลงการณ์ เครือข่ายหลักประกันสุขภาพประชาชนภาคใต้แก้ กม.หลักประกันสุขภาพประชาชนต้องมีส่วนร่วม หยุด!!!กระบวนการและเริ่มใหม่ ต่อสื่อมวลชน โดยแถลงการณ์ ระบุว่าเครือข่ายหลักประกันสุขภาพประชาชนภาคใต้ได้ติดตามการใช้กฎหมายหลักประกันสุขภาพแห่งชาติอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2545 พบว่าสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีต่อระบบบริการสุขภาพในภาพรวมเป็นอันมากทำให้ลดการล้มละลายของครัวเรือนอย่างชัดเจน

ขณะเดียวกันก็พบข้อติดขัดในทางปฏิบัติที่ไม่เป็นไปตามหลักการสำคัญของระบบหลักประกันสุขภาพได้แก่หลักการมาตรฐานการรักษาเดียวกันทุกกองทุนหลักการแยกผู้จัดบริการและผู้ซื้อบริการหลักการครอบคลุมประชากรทุกกลุ่มหลักการร่วมจ่ายจากภาษีทางตรงและทางอ้อมไม่เรียกเก็บณ.จุดบริการและสิ่งสำคัญคือหลักการการมีส่วนร่วมที่ต้องสนับสนุนให้ภาคประชาชนร่วมจัดบริการ ซึ่งเราพร้อมร่วมกระบวนการประชาพิจารณ์เพื่อแก้กม.หลักประกันสุขภาพโดยต้องคงหลักการสำคัญข้างต้น แต่การจัดกระบวนการประชาพิจารณ์ครั้งนี้เริ่มต้นก็สร้างความผิดหวังให้เครือข่ายเป็นอันมาก โดยประชาชนทั่วไปกว่า 48 ล้านคนซึ่งเป็นผู้ใช้บริการไม่รับทราบข้อมูลแนวทางกระบวนการรับฟังจึงไม่สามารถเสนอประเด็นที่ต้องการแก้ไขเข้าสู่กระบวนการ เพราะขาดช่องทางในการสื่อสารตามบริบทของกลุ่มผู้ใช้บริการคือเครือข่าย 9 ด้าน

ทั้งนี้ กระบวนการรับฟังระดับภูมิภาค 4 ภาค ก็มีผู้เข้าร่วมได้เพียง 300 คนต่อภาคและมีภาคประชาชนเพียง 100 คนเท่านั้นแม้มีการจัดช่องทางเสนอความเห็นออนไลน์ก็ไม่สอดรับกับวิถีชีวิตประชากรผู้ใช้บริการในพื้นที่ห่างไกลซึ่งเป็นกลุ่มหลักที่พบปัญหาการใช้บริการ

อีกทั้ง 14 ประเด็นที่คณะผู้จัดประชาพิจารณ์รวบรวมมานั้นก็มีนัยยะที่ลดทอนให้ขัดหลักการสำคัญที่เครือข่ายกังวลซึ่งข้อเสนอเพื่อการรับฟังนั้นส่วนใหญ่มาจากฟากผู้ให้บริการได้แก่
1. การเพิ่มกรรมการ สปสช.ทั้งสองชุดในสัดส่วนผู้ให้บริการที่เป็นภาคหน่วยงานทำให้เสียหลักการแยกผู้จัดบริการและผู้ซื้อบริการ ซึ่งมีผลประโยชน์ทับซ้อนชัดเจนเป็นการผิดหลักธรรมาภิบาลอย่างร้ายแรง
2. การเน้นประเด็นเพียงเพื่อปลดล็อกการเบิกจ่ายของหน่วยบริการทั้งเรื่องการขอคืนอำนาจจัดซื้อยาเวชภัณฑ์กลุ่มเฉพาะคงเดิมคำว่าร่วมจ่ายขอแยกเงินเดือนสะท้อนว่าไม่ให้ความสำคัญต่อข้อเสนอของประชาชนต้องการเข้าถึงยาจำเป็นไม่มีมิติการมีส่วนร่วมให้องค์กรภาคประชาชนร่วมการจัดบริการไม่คำนึงถึงการกระจายบุคลากรการแพทย์ในพื้นที่ขาดแคลนผ่านการบริหารการเงิน

ดังนั้น เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการรับฟังไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญตามมาตรา 77 สามารถรวบรวมข้อเสนอความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างกว้างให้เป็นประโยชน์สร้างการรับรู้เพื่อให้ระบบหลักประกันสุขภาพมีความยั่งยืนและไม่เป็นการสูญเปล่างบประมาณเครือข่ายจึงเรียกร้องให้ยุติกระบวนการรับฟังที่ไม่ชอบธรรมนี้และเริ่มจัดกระบวนการรับฟังใหม่ให้ทุกภาคส่วนได้เข้าร่วมตั้งแต่จัดทำข้อเสนอมีการทำเวทีถึงระดับจังหวัดองค์ประกอบกรรมการรับฟังต้องมีความสมดุลไม่เอนเอียงไปฝ่ายใด

ทั้งนี้เครือข่ายจะเฝ้าติดตามและทวงถามอย่างใกล้ชิดในฐานะพลเมืองเพื่อให้ กม.ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติคงเจตนารมณ์และหลักการ โดยผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนจะร่วมกันพัฒนาระบบให้มีความมั่นคงผ่านกลไกกระบวนการมีส่วนร่วมที่แท้จริง

อย่างไรก็ตามในห้องประชุม ก็คงจะเปิดให้แสดงความเห็นตามกรอบเวลาที่กำหนด จนแล้วเสร็จ