สะพัด อดีตนายก อบต.ควนกาหลง จ.สตูล หนีออกนอกประเทศ หลังศาลออกหมายจับ เรียกรับเงินแลกบรรจุ ขรก.ท้องถิ่น
จากกรณีคดีทุจริตเรียกรับเงินแลกสิทธิและตำแหน่งในการสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่นใน จ.สตูล สร้างความตื่นตัวให้กับสังคมอย่างมากนั้น
เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน น.ส.ศุภาลักษณ์ จิรักษา ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดสตูล ได้เปิดเผยถึงมุมมองและการดำเนินงานในส่วนของ ป.ป.ช.ว่า ขณะนี้ในพื้นที่ จ.สตูล ยังไม่มีหนังสือร้องเรียนอย่างเป็นทางการส่งตรงมาถึง ป.ป.ช. แต่ก่อนหน้านี้ ป.ป.ช.สตูล เคยลงพื้นที่เก็บข้อมูลในทางลับ พบพฤติการณ์ว่ามีกลุ่ม “นายหน้า” ซึ่งเป็นบุคคลภายนอก หรือภาคเอกชนทำหน้าที่เรียกรับเงิน แต่ยังไม่ปรากฏหลักฐานชัดเจนว่ามีเจ้าหน้าที่ของรัฐระดับสูงเข้าไปร่วมพัวพันโดยตรง
อย่างไรก็ตาม ผอ.ป.ป.ช.สตูลย้ำชัดว่า ป.ป.ช.มีมาตรการเชิงรุกผ่าน “งานภารกิจตรวจสอบทรัพย์สิน” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเส้นทางในการสืบสวน โดยจะมีการปูพรมตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างละเอียด ทั้งช่วงเข้ารับตำแหน่งและพ้นจากตำแหน่ง หากพบว่าผู้บริหารท้องถิ่นรายใดมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ หรือได้ทรัพย์สินมาโดยมิชอบในระหว่างดำรงตำแหน่ง ป.ป.ช.จะตั้งเหตุร่ำรวยผิดปกติทันที โดยมีอำนาจขอข้อมูลเชิงลึกจากสถาบันการเงินและสำนักงานที่ดินทั่วประเทศ

นอกจากนี้ กรณีที่ประชาชนบางส่วนขาดความเชื่อมั่นในการทำงานของหน่วยงานภาครัฐบางแห่ง หรือหวาดกลัวอิทธิพลจนไม่กล้าเปิดเผยตัวตน ผอ.ป.ป.ช.สตูลฝากคำแนะนำและให้ความมั่นใจแก่ชาวบ้านว่า หากผู้เสียหายเกรงกลัวอันตราย ไม่จำเป็นต้องเดินทางมาที่สำนักงาน ป.ป.ช. สามารถใช้วิธีทำหนังสือส่งข้อมูลเบาะแสมาทางไปรษณีย์ โดยระบุขอปกปิดรายชื่อได้ ป.ป.ช.มีระเบียบชั้นความลับที่เข้มงวดและมีมาตรการคุ้มครองพยานรองรับอย่างเต็มที่ โดยส่งมาได้ทั้งที่สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดสตูล หรือส่งตรงไปยังส่วนกลาง
ขณะที่ความคืบหน้าทางฝั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากการตรวจสอบข้อมูลการเข้าแจ้งความร้องทุกข์ในพื้นที่สถานีตำรวจภูธรต่างๆ ของจังหวัดสตูล พบว่าตัวเลขผู้เสียหายที่สู้คดียังคงทรงตัวอยู่ที่ 16 ราย แยกเป็ สภ.ควนกาหลง มีผู้แจ้งความ 11 คน (มีการถอนแจ้งความไป 5 คน เหลือดำเนินคดี 6 คน), สภ.เมืองสตูล มีผู้แจ้งความดำเนินคดี 1 คน, สภ.ละงู มีผู้แจ้งความมากที่สุดถึง 9 คน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่าขณะนี้สำนวนคดีทั้งหมดอยู่ในขั้นตอนเตรียมยื่นเรื่องส่งฟ้องต่อพนักงานอัยการ

อย่างไรก็ตาม มีรายงานกระแสข่าวแจ้งว่า มีผู้เสียหายบางรายพยายามจะเข้าแจ้งความร้องทุกข์เพิ่มเติมในข้อหาฉ้อโกง แต่กลับถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจบางสถานีปฏิเสธไม่รับแจ้งความ โดยอ้างเหตุผลว่า “คดีได้หมดอายุความไปแล้ว”
สำหรับความคืบหน้าในการติดตามตัว อดีตนายก อบต.ควนกาหลง ผู้ต้องหาสำคัญที่ถูกศาลจังหวัดสตูลอนุมัติออกหมายจับรวด 3 หมายจับ ปัจจุบันเวลาล่วงเลยมานานกว่า 10 วันแล้ว แต่ยังคงไร้วี่แววในการเข้ามอบตัวหรือถูกจับกุม ล่าสุดด้านการข่าวของหน่วยงานความมั่นคงระบุว่า มีความเป็นไปได้สูงที่ผู้ต้องหารายนี้อาจจะอาศัยช่องทางธรรมชาติหลบหนีออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังเร่งประสานงานภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อสืบหาเบาะแสต่อไป
สำหรับคดีของอดีตนายก อบต.ควนกาหลง สืบเนื่องจากมีผู้เสียหายร้องเรียนว่า อดีตนายก อบต.เรียกรับผลประโยชน์ อ้างว่าสามารถช่วยเหลือให้ผู้สมัครได้รับสิทธิในการสอบ หรือได้รับการบรรจุเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่นได้ แลกกับค่าตอบแทนจำนวนหนึ่ง ส่งผลให้ผู้เสียหายเข้าแจ้งความร้องทุกข์ และร้องขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริง
ทำให้ศาลจังหวัดสตูลพิจารณาพยานหลักฐานแล้วเห็นว่า มีเหตุอันควรเชื่อว่า ผู้ถูกกล่าวหา (อดีตนายก อบต.) อาจกระทำความผิดตามที่ถูกร้องทุกข์ และมีเหตุอันควรเชื่อว่าอาจหลบหนีหรือเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน จึงมีคำสั่งอนุมัติออกหมายจับ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการติดตามตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามกฎหมาย

