ปปช.พิจิตร เผยคดีการทุจริตสอบท้องถิ่นเป็นภารกิจพนักงานไต่สวนส่วนกลางแต่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เหตุสอบสงสัย 3 พี่น้องนามสกุลเดียวกันได้ลำดับที่ 1 ทั้ง 3 ตำแหน่ง แนะนำเข้าให้ข้อมูลเพื่อกันตัวไว้เป็นพยาน
ปปช.พิจิตร – เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน นายวราพงษ์ อินต๊ะโมงค์ ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดพิจิตร ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวจากกรณีข่าวการทุจริตสอบข้าราชการส่วนท้องถิ่น คดีนี้เป็นการดำเนินการของส่วนกลางไม่ได้ส่งเรื่องและยังไม่มีการสั่งการให้พื้นที่ดำเนินการแต่อย่างใด แต่ถ้ามีการประสานงานมาก็พร้อมที่จะดำเนินการด้วยเช่นกันในส่วนที่มีชื่อบุคคลนามสกุลเดียวกัน 3 พี่น้อง สอบได้ลำดับที่ 1 ใน 3 ตำแหน่ง และบรรจุทำงานอยู่ในพื้นที่จังหวัดพิจิตรนั้น ผู้ที่มีชื่อเกี่ยวข้องยังถือเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช. จะวินิจฉัยชี้มูลความผิด เมื่อมีพยานและหลักฐานครบถ้วน
ดังนั้น จึงอยากแนะนำหากท่านเป็นผู้บริสุทธิ์มั่นใจว่าสอบได้เองด้วยความรู้ความสามารถ หรือเป็นผู้ที่จ่ายเงินเพื่อซื้อตำแหน่ง หรือเป็นผู้ที่จ่ายเงินเพื่อซื้อตำแหน่งแล้วถูกหลอกลวง ป.ป.ช. มีระเบียบปี พ.ศ. 2561 เพื่อกันผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องไม่ให้ถูกดำเนินคดีอาญาและวินัย หากปฏิบัติตามเงื่อนไข ดังนี้ต้องเป็นผู้รู้เห็นเหตุการณ์และให้ข้อมูลที่เป็นสาระสำคัญในการสาวไปถึงตัวการสำคัญรายอื่นได้ , ต้องแสดงความเต็มใจให้ข้อมูลโดยไม่ถูกขู่เข็ญ และยินยอมไปเบิกความเป็นพยานในชั้นศาล , ผู้ที่ประสงค์ให้ข้อมูลอันเป็นประโยชน์กับพนักงานไต่สวนก็จะได้รับการกันตัวไว้เป็นพยาน
โดยผู้ที่เกี่ยวข้องในคดีดังกล่าว ต้องร้องขอด้วยวาจาหรือเป็นหนังสือต่อคณะไต่สวน เพื่อให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาคุณประโยชน์ของข้อมูลก่อนมีมติอนุญาตว่าได้สิทธิในการที่ขอกันตัวเป็นพยาน โดยพิจารณาว่าคำให้การนั้นมีประโยชน์ต่อคดีมากน้อยเพียงใด
แต่หากว่าพนักงานไต่สวนได้ข้อมูลแล้วผู้ที่เข้ามาให้การให้ข้อมูลไม่เป็นประโยชน์ต่อการสืบสวนสอบสวนลักษณะนี้ก็จะไม่ได้สิทธิในการถูกกันตัวให้เป็นพยาน ดังนั้นมาเร็ว มาไว ให้ข้อมูลอันเป็นประโยชน์มากเท่าไหร่ก็จะได้ประโยชน์กับการที่จะได้สิทธิในการถูกกันตัวให้เป็นพยานไม่ใช่เป็นผู้ต้องหาอีกด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ขณะนี้พนักงานไต่สวนของ ป.ป.ช. และ กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ(บก.ปปป.) คาดว่ามีการลงพื้นที่สืบเสาะเจาะลึกถึงรังของครอบครัวและเส้นทางเงินซึ่งอยู่ที่ตำบลกำแพงดิน อำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร รวมถึงมีข้อมูลในทางลับว่าในพื้นที่พิจิตรมีผู้ทุจริตการสอบข้าราชการท้องถิ่นมากกว่า 3 ราย ที่นามสกุลเดียวกัน ที่เป็นข่าวฉาวครั้งนี้อีกด้วย

