เจ้าหน้าที่ยังคงติดตามล่าหัวขโมยงาช้างจากสำนักฤๅษี ที่อุ้มผางอย่างต่อเนื่อง ส่วนผู้นำกะเหรี่ยงด้านอำเภออุ้มผาง ลั่น จับทันที หากหัวขโมยงาช้างเผ่นพม่า เข้าไปในเขตรับผิดชอบ พร้อมนำงาช้างคืนให้ไทย
เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานจากอำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 347 อ.อุ้มผาง และฝ่ายปกครอง ยังคงติดตามล่าหัวขโมยที่ขโมยนำงาช้างแกะสลักพุทธประวัติสมัยอยุธยา อายุกว่า 200 ปี หายไปจากศาลาฤๅษี บ้านเลตองคุ ตำบลแม่จัน หมู่ 10 อ.อุ้มผาง อย่างต่อเนื่อง โดยเน้นไปที่ชายแดนไทย-เมียนมา ที่บ้านเปิงเคลิ่ง ตำบลแม่จัน ทั้งด้านใต้ และด้านเหนือ ซึ่งเป็นที่ตั้งของกองกำลังกะเหรี่ยงดีเคบีเอ และกองกำลังของกะเหรี่ยงเคเอ็นยู กองทัพเคเอ็นดีโอ ซึ่งล่าสุด เชื่อว่าน่าจะถูกนำข้ามไปยังฝั่งประเทศเมียนมาแล้ว เพราะหมู่บ้านเลตองคุ ไม่ได้ไกลไปจากชายแดนไทย-เมียนมา มากนัก
พลตรีเนอดาเมียะ ผู้บัญชาการกองทัพพิทักษ์ชาติกะเหรี่ยง (KNDO) ในสังกัดขององค์กรสภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) ซึ่งมีฐานที่มั่นอยู่ตรงข้ามพื้นที่ตำบลแม่จัน อำเภออุ้มผาง ได้กล่าวถึงเรื่องงาช้างแกะสลักพุทธประวัติสมัยอยุธยา อายุกว่า 200 ปี หายไปจากศาลาฤๅษี บ้านเลตองคุ อ.อุ้มผาง ว่า ได้ทราบข่าวเรื่องแล้ว พร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับทางไทย หากมีการนำข้ามไปยังพื้นที่รับผิดชอบ ก็จะจับกุมนำตัวส่งให้กับทางไทย พร้อมจะนำงาช้างไปคืนให้ทันที เพราะทางเคเอ็นยูไม่มีนโยบายให้คนกระทำผิดกฎหมายเข้ามาอาศัยอยู่ ซึ่งขณะนี้ได้สั่งการให้ทหาร ตรวจสอบในพื้นที่แล้ว

