น.ร.ประถม 40 ชีวิต ต้องเรียนในล้งมะม่วง หลังอาคารเรียนถูก ผอ.ประมูลขาย ซ้ำงบสร้างใหม่ยังไม่มา ร้องผู้ว่าฯพิจิตร ลงพื้นที่แก้ปัญหาจัดหาที่เรียนใหม่ชั่วคราวเร่งด่วน
วันที่ 30 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวได้รับเรื่องร้องเรียนจาก ชาวบ้าน บ้านตลุกหิน ตำบลทับไทร อำเภอสาเหลูกว่า จ.พิจิตร ว่า นักเรียนจากโรงเรียนบ้านตลุกหิน จำนวน 41 คน ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 ไม่มีอาคารเรียน ซึ่งครูและผู้ปกครอง ต้องอพยพย้ายนักเรียนมาอาศัยนั่งเรียนหนังสือภายในล้งผลไม้ (ล้งมะม่วง ) กลางสวนมะม่วงของชาวบ้านที่อยู่ใกล้โรงเรียนเพื่อหลบแดดหลบฝน ในช่วงฤดูฝนแบบนี้ ซึ่งลำบากมาก หลังจากอาคารเรียนถูก ผู้อำนวยการโรงเรียนถูกประมูลรื้อถอนขายไปแล้ว ทั้งที่ ยังไม่มีงบประมาณ ในการก่อสร้างโรงเรียนใหม่ทำให้ผู้ปกครองเกิดกังขา ว่างบประมาณ ในการประมูลขายอาคารเรียนไปอยู่ที่ใคร ขายไปเท่าไหร่ ผู้ปกครองและกรรมการสถานศึกษาโรงเรียนไม่มีใครรู้ จึงได้ ข้าร้องเรียนกับ นางสาวธนียา นัยพินิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร เพื่อให้เข้ามาตรวจสอบ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับอาคารเรียนดังกล่าวเป็นอาคารเรียนที่มีอายุกว่า 50 ปี มีการชำรุดผุกร่อนตามกาลเวลา และเกิดความไม่ปลอดภัยแก่นักเรียน ทางโรงเรียนได้เปิดให้เอกชนมาประมูลรื้อถอนไปแล้วเมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ก่อนเปิดภาคเรียน และเมื่อผู้รับเหมาได้รื้อถอนไปแล้วทำให้นักเรียนทั้งหมดไม่มีที่เรียนหนังสือ รวมทั้งผู้ปกครองไม่ขอย้ายบุตรหลานไปเรียนที่อื่นที่ไกลกว่าถึง 5 กิโลเมตรจึงเป็นปมปัญหาระหว่างทางโรงเรียนและผู้ปกครอง ซึ่งเมื่อครั้งแรกย้ายนักเรียนไปเรียนศาลาวัดตลุกหิน แต่ทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) พิจิตร เขต 1 อ้างว่าไม่ได้มาตรฐานการเรียน ทั้งไฟฟ้าและอินเทอร์เน็ต ทำให้ต้องย้ายนักเรียนมาเรียนที่ล้งมะม่วงของอดีตผู้ใหญ่บ้านดังกล่าว

ต่อมา นางสาวธนียา นัยพินิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร พร้อมด้วยนายธนิต ภูมิถาวร รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร, ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิจิตร เขต 1,ท้องถิ่นจังหวัดพิจิตร, นายอำเภอสากเหล็ก และผู้นำท้องถิ่นตำบลวังทับไทร ได้ลงพื้นที่บริเวณล้งมะม่วงบ้านวังทับไทร และตรวจอาคารเรียนที่ถูกรื้อถอนไปแล้ว พร้อมกับพบปะพูดคุยกับผู้ปกครองนักเรียนชาวบ้านเพื่อหาทางออกร่วมกันเพื่อไขปัญหาในระยะเร่งด่วนเพื่อให้เด็กนักเรียน 41 คน มีที่เรียนถูกสุขลักษณะและได้รับการศึกษาที่ดี ปรากฏว่าทางผู้ปกครอง ขอให้ย้ายนักเรียนไปเรียนที่ วัดบ้านตลุกหินแทน โดยทางเจ้าอาวาสยอมเพื่อความปลอดภัย กับเด็กนักเรียน

นางสาวธนียา กล่าวว่า เนื่องจากอาคารเรียน พังและถูกรื้อถอนไปหมดแล้ว รองบประมาณใหม่มา หวั่นเด็กจะเดือดร้อน และบริเวณล้งมะม่วงนั้น อันตรายเนื่องจากติดถนนมากเกินไป กลัวเด็กอันตรายจากรถยนต์ วันนี้ได้รับความเมตตาจากเจ้าอาวาสวัดตลุกหิน ให้นักเรียนไปเรียนชั่วคราวที่วัดก่อนได้
นางสาวธนียา กล่าวว่า ส่วนเรื่องการบริหารจัดการเรียนการสอน ต้องเป็นหน้าที่ของครูต้องทำให้ได้ จะมาอ้างว่าอยู่วัดลำบากนั้น อ้างไม่ได้ ทั้งนี้จะเร่งหางบประมาณเร่งด่วนมาสร้างอาคารเรียนชั่วคราว ซึ่งชาวบ้านได้เรี่ยไรและมีบริจาคส่วนหนึ่ง และตนจะจัดหางบประมาณสมทบมาช่วยสร้างห้องเรียนชั่วคราว ให้เด็กมีที่เรียนก่อน
นางสาวธนียา กล่าวว่า ส่วนทางโรงเรียนจะได้งบประมาณมาใหม่หรือไม่นั้น ได้กำชับให้ ผู้อำนวยการ สพป.พิจิตร เขต 1 เร่งติดตามทวงถามงบประมาณที่จะสร้างอาคารเรียนหลังใหม่ ที่ทำเรื่องขอไปนั้นจะได้เมื่อไหร่เพื่อให้เด็กมีที่เรียนอย่างมาตรฐานปลอดภัย ทั้งนี้ทางผู้ปกครอง ผู้นำท้องถิ่น และศิษย์เก่าโรงเรียนได้ร่วมบริจาคเงินได้ส่วนหนึ่งแล้วเพื่อร่วมสมทบในการสร้างห้องเรียนชั่วคราวให้มาตรฐานไปก่อนจนกว่าจะได้งบประมาณมาสร้างอาคารหลังใหม่

ด้านนางเพ็ญภนิตา ผู้ปกครองนักเรียน กล่าวว่า ทางโรงเรียนประชุมผู้ปกครองกันว่าให้ยกมือรื้ออาคารแต่ทางผู้ปกครองอยากให้รื้อชั้นบนไปก่อน ให้เหลือไว้ด้านล่างเพื่อขอให้นักเรียนได้มีที่เรียนชั่วคราว จนกว่าอาคารใหม่จะมา แต่ทางโรงเรียนก็ไม่ชัดเจน อีกทั้งจะให้ย้ายเด็กนักเรียนไปเรียนบ้านปากดง ที่ห่างจากหมู่บ้านออกไปอีก 5 กิโลเมตร ซึ่งไกลมากจะทำให้ผู้ปกครองเดือดร้อนในการไปรับส่ง หากฝนตกก็ลำบากอีก และจะให้นั่งรถ อบต.แต่ทางรถ อบต.ก็ยังไม่มีความปลอดภัยอะไร และประชุมขอส่วนล่างของอาคารไว้เพื่อให้เด็กได้มีที่เรียนไว้ก่อนแต่ทางโรงเรียนก็ไม่ยอม นอกจากนี้อยากให้มีการตรวจสอบการประมูลขายอาคารเรียน ขายได้เท่าไหร่เงินไปอยู่ที่ไหน
ด้าน นายพเยาว์ ผู้ปกครองนักเรียน และกรรมการสถานศึกษาโรงเรียน กล่าวว่า อาคารเรียนหลังนั้นปลวกกินผุเกือบหมดละแล้ว ทางโรงเรียนได้ประชุมผู้ปกครองแจ้งว่าทางโรงเรียน และสำนักงานเขตพื้นที่ฯ ไม่มีงบประมาณในการซ่อมแซม ซึ่งทางโรงเรียนได้ของบประมาณสร้างอาคารหลังใหม่แล้ว จำนวน 4 ห้องเรียน ชาวบ้านก็คิดว่าจะได้อาคารใหม่แล้วได้มาแน่ๆ ตามที่ทางโรงเรียนพยามหว่านล้อมให้ผู้ปกครองยกมือเห็นชอบให้ในการประมูลขายทอดตลาดรื้อถอนอาคาร
นายพเยาว์ กล่าวต่อว่า เมื่อรื้อถอนแล้ว ทราบความจริงว่างบประมาณนั้น ไม่มีมาให้ตามที่ทางโรงเรียนแจ้งไว้ ทำให้นักเรียนเดิมนั้นกางเต็นท์เรียน แต่อากาศร้อน และความไม่ปลอดภัยอันตรายเรื่องไฟฟ้า เรื่องฝนจึงย้ายไปเรียนที่วัด และทางเขตพื้นที่ฯ มาตรวจแจ้งว่าการเรียนไม่ถูกต้องทั้งระบบไฟฟ้าและไม่มีอินเทอร์เน็ต จึงย้ายมาเรียนที่ล้งมะม่วง ทั้งนี้คิดว่าขบวนการรื้อถอนมีเงื่อนงำไม่โปร่งใส ชาวบ้านจึงมาร้องให้ทางผู้ว่าฯเข้ามาแก้ไขหาสถานที่เรียนให้บุตรหลาน




