วันที่ 10 มิ.ย.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีผู้ร้องขอความช่วยเหลือผ่านสื่อในการหาบ้านหลังใหม่ให้กับแมวจำนวนมาก ที่ตนเองได้ช่วยชีวิตเลี้ยงดูไว้มาเกือบ 6 ปี หลังเจ้าตัวแบกรับไม่ไหวเนื่องจากไม่มีรายได้ยังชีพจนต้องอาศัยข้าวก้นบาตรพระกินประทังชีวิต จึงลงพื้นที่ยังบ้านหลังดังกล่าว ซึ่งอยู่ในพื้นที่ อ.เมือง จ.อุทัยธานี ทราบชื่อคือ นายนิเวศ จั่นเจริญอายุ 73 ปี อยู่บ้านเลขที่ 266 / 25 บ้านวังยาง ถ.รักการดี ต.อุทัยใหม่ อ.เมือง จ.อุทัยธานี
นายนิเวศ ได้เปิดเผยว่า เมื่อปลายปี 2554 ที่เกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่จนธุรกิจส่วนตัวที่กรุงเทพฯต้องล่มสลาย จนตนเองนั้นต้องเดินทางกลับสู่บ้านเกิดอีกครั้งที่จังหวัดอุทัยธานี โดยได้หอบเอาแมวที่ตนเองเลี้ยงดูด้วยความรัก จำนวนถึง 58 ตัว มาด้วยเพราะคิดว่าหากทิ้งพวกมันไว้ที่นั่นแล้วหนีเอาตัวรอดมาคนเดียวไม่ได้เพราะมันนั้นก็มีชีวิตเช่นกัน อีกทั้งด้วยความรักและความผูกพันที่มี จึงตัดสินใจหอบเอาแมวทั้ง 58 ชีวิตออกจากกรุงเทพฯมากับตนด้วย และได้มาทำการเช่าบ้านอยู่ที่บริเวณดังกล่าว

ซึ่งที่ผ่านมาทางครอบครัวของตนและครอบครัวของลูกๆก็ได้ให้การส่งเสียมาโดยตลอดทั้งค่าเช่าบ้าน ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอาหารการกิน และอาหารที่เลี้ยงแมวมาตลอดเกือบ 6 ปี อีกทั้งสมบัติที่ตนเองมีติดตัวมาบ้างก็ได้ขายกินขายใช้เรื่อยมาจนหมดในระยะที่มาอยู่จังหวัดอุทัยธานี ซึ่งตนนั้นได้เลี้ยงดูแมวทั้งหมดมาตลอด จนถึงขณะนี้แมวนั้นได้ลดจำนวนลงเหลือ 21 ตัว เนื่องล้มตายไปด้วยอายุบ้านและโรคระบาดต่างๆบ้าง
แต่ด้วยขณะนี้ตนนั้นไม่สามารถที่จะเลี้ยงดูแมวมีเหลืออยู่อีก 21 ชีวิตได้ เนื่องจากครอบครัวที่เคยส่งเสียมาโดยตลอด กำลังประสบกับมรสุมชีวิต เนื่องจากภรรยาได้ป่วยเป็นโรคมะเร็งระยะสุดท้าย อีกทั้งบุตรเขยที่เคยทำธุรกิจเป็นเสาหลักของครอบครัว ก็มาประสบอุบัติเหตุจนดำเนินธุรกิจต่อไปไม่ได้และล่มสลายไป ทำให้ขณะนี้ทุกคนต่างได้รับความเดือดร้อนมาเกือบ 1 ปีแล้ว และไม่มีเงินเพียงพอที่จะซื้ออาหารให้กับแมวที่เหลืออยู่ประกอบกับที่ผ่านมานั้นตนเลี้ยงแมวแบบปิดมาโดยตลอด เนื่องจากกลัวว่าจะไปรบกวนเพื่อนบ้าน จนทำให้แมวนั้นออกหากินเองไม่ได้ ส่วนตัวเองนั้นทุกวันนี้ก็ต้องอาศัยข้าวก้นบาตรและกับข้าวที่พระสงฆ์ออกรับบิณบาตรมาประทังชีวิตไปวันๆ และก็ต้องบอกเลิกเช่าบ้านเพราะไม่มีเงินที่จะเช่าต่อไป เพื่อเตรียมตัวที่จะขอกลับไปดูแลครอบครัวในบั้นปลายของชีวิต แต่ก็ติดปัญหาเรื่องแมวที่เลี้ยงไว้ด้วยความรัก ซึ่งหากจะเอาทั้งหมดไปปล่อยวัด หรือปล่อยตามป่าก็ทำไม่ลง

จึงอยากขอฝากเรื่องดังกล่าว ผ่านช่องทางของสื่อมวลชน ในการช่วยเหลือเผยแพร่ข่าวสารถึงความเดือดร้อนที่มีอยู่ขณะนี้ ซึ่งอยากให้มีหน่วยงานหรือผู้ที่มีจิตศรัทา เข้ามาช่วยเหลือรับแมวไปอุปการะเลี้ยงดู โดยเฉพาะหน่วยงานภาครัฐ และองค์เอกชนต่างๆ ที่ดูแลเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง ให้ความเมตาสัตว์ที่ไม่มีที่พึ่งพิง นำแมวทั้งหมดนี้ไปอุปการะ ซึ่งหากมีผู้รับไปอุปการระหรือให้การช่วยเหลือแล้ว ตนเองก็จะขอเดินทางไปจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อกลับไปดูแลและตอบแทนครอบครัวที่ส่งเสียตนเองมาโดยตลอด โดยสามารถติดต่อให้ความช่วยเหลือได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 089 – 892-4068 นายนิเวศกล่าว


