หน้าแรก ภูมิภาค เจ้าของร้านขา...

เจ้าของร้านขายของชำ เดือด! ขู่ยิงกบาลเทศกิจบางบัวทอง หลังถูกยึดของวางขายบนทางเท้า

1.07.26 | 07:25 น.
เทศกิจบางบัวทอง

เจ้าของร้านขายของชำ เดือด! ขู่ยิงกบาลเทศกิจบางบัวทอง หลังถูกยึดของวางขายบนทางเท้า

 

เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน นางพรเพ็ญ อยู่สุข รองปลัดเทศบาลนครบางบัวทอง จ.นนทบุรี พร้อมด้วย นายโวหาร ยะสารวรรณ หัวหน้าสำนักปลัดเทศบาลนครบางบัวทอง นายอัคริศ สุขมะโน เจ้าพนักงานเทศกิจปฏิบัติงาน และเจ้าหน้าที่นิติการ เปิดเผยว่า ได้ลงพื้นที่จัดระเบียบทางเดินเท้า บริเวณปากซอยวัดลาดปลาดุก ถนนบางไผ่-หนองเพางาย หมู่ 6 อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เนื่องจากได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้าน กรณีร้านขายของชำตั้งอยู่ริมทางเดินเท้า ได้วางของกีดขวางทางเท้า ในขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังจะยกวัตถุที่ลำเส้นทางเท้าขึ้นรถเพื่อนำไปเปรียบเทียบปรับ ปรากฏว่า นายแสวง อายุ 67 ปี เจ้าของร้านขายของชำ ได้ปะทะคารมกับเจ้าหน้าที่ พร้อมพูดจาข่มขู่จะยิงเจ้าหน้าที่จึงประสานตำรวจ สภ.บางบัวทอง เพื่อมาป้องกันเหตุบานปลาย โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 มิถุนายนที่ผ่านมา เวลาประมาณ 17.00 น.

ภาพจากกล้องติดหน้าอกของเจ้าหน้าที่เทศกิจ บันทึกภาพเหตุการณ์ ขณะเจ้าหน้าที่เทศกิจกำลังจะยกสิ่งกีดขวางขึ้นรถได้มีการปะทะคารมกับนายแสวง โดยนายแสวงได้พูดด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวว่า “เดี๋ยวจะยิงกบาลให้ทั้งหมดแหละ”

นางศรีประไพ อายุ 41 ปี ภรรยานายแสวง กล่าวว่า สาเหตุที่ปะทะคารมกับเจ้าหน้าที่เทศกิจในวันนั้น เนื่องจากเจ้าหน้าที่จะยกถังใส่น้ำแข็งไป โดยไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้า ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีเจ้าหน้าที่เทศกิจมาถ่ายรูปเพื่อไปให้หัวหน้าเขาดูตั้งหลายครั้ง ว่าจุดดังกล่าวตั้งถังน้ำแข็งได้หรือไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้มาบอกให้ทราบล่วงหน้า จนกระทั่งวันที่ 23 มิถุนายนที่ผ่านมา เวลาประมาณ 17.00 น. ได้มีเจ้าหน้าที่จากเทศบาลนครบางบัวทองมากันหลายคน พอมาถึงก็จะยกถังน้ำแข็งขึ้นรถอย่างเดียว ซึ่งภายในถังน้ำแข็งมีน้ำอัดลมและเบียร์อยู่เป็นจำนวนมาก พูดยังไงเขาก็ไม่ยอม แฟนจึงเกิดอารมณ์โมโหขึ้นมา ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้สั่งให้ยกขึ้นถังน้ำแข็งขึ้นไปวางข้างบน แต่เนื่องจากในถังใส่ของเยอะจึงทำให้ยกไม่ไหว ตนจึงถามว่าทำไมไม่ให้ลูกน้องมาช่วยยก

Advertisement

นางศรีประไพกล่าวอีกว่า ถ้าไม่ให้วางทำไมไม่แจ้งล่วงหน้าก่อนวันหรือ 2 วัน ให้เวลากันบ้าง แต่นี่จู่ๆ จะมายกไปเลย มันจึงเกิดอารมณ์ วันนั้นลุงที่ร้านบอกว่า “ลองยกสิ ถ้าใครกล้ายก ผมจะยิง” เขาพูดจริงแต่พูดด้วยอารมณ์โมโห ซึ่งเขาก็ไม่มีปืนหรอก ตอนนั้นใส่ชุดนอนเพราะกำลังจะเข้าไปนอน หลังจากที่พูดจาไม่ดีออกไป ก็ได้กล่าวคำขอโทษเจ้าหน้าที่ไปแล้ว เขาก็รู้ว่าสิ่งที่เขาพูดออกไปมันผิด แต่เขาพูดไปเพราะอารมณ์ โมโห

นายอัคริศ สุขมะโน เจ้าพนักงานเทศกิจปฏิบัติงาน เทศบาลนครบางบัวทอง กล่าวว่า เทศบาลได้รับการร้องเรียนจากประชาชน เรื่องวางสิ่งกีดขวางบนทางเท้า จึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณร้านค้า ซึ่งเป็นร้านขายของชำ ตั้งอยู่บริเวณปากทางซอยวัดลาดปลาดุก ในระหว่างกำลังปฏิบัติหน้าที่ ได้มีการข่มขู่ว่าจะทำร้ายโดยบอกใช้อาวุธปืนข่มขู่ยิงเจ้าหน้าที่ ถามว่ากลัวไหมเราไม่กลัว เพราะว่าเราปฏิบัติตามหน้าที่ และตนได้มีการแจ้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้มาอยู่ ณ จุดเกิดเหตุ เพื่อป้องกันเหตุ

ส่วนตอนนี้ได้ทำการเคลียร์ฟุตปาธโดยการยึดสิ่งของต่างๆ ไปหมดแล้ว เพื่อให้ผู้ประกอบการร้านค้าที่กระทำผิดไปเสียค่าปรับที่สำนักงานเทศบาล โดยการกระทำผิดนี้มีโทษตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาดมาตรา 19 โทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท

ด้านนายโวหาร ยะสารวรรณ หัวหน้าสำนักปลัดเทศบาลนครบางบัวทอง กล่าวว่า สืบเนื่องจากเทศบาลนครบางบัวทองได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน เกี่ยวกับการวางสิ่งของบนพื้นที่สาธารณะบริเวณปากซอยวัดลาดปลาดุก จึงได้ลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่ามีการรุกล้ำ โดยการตั้งสิ่งของบนทางเท้า จึงได้ทำการตักเตือนและให้ผู้ที่วางสิ่งของรุกล้ำได้ขนย้ายสิ่งของเข้าไปในพื้นที่ส่วนตัว ทางเจ้าของร้านจึงเกิดความไม่พอใจ มีการโต้เถียงกันถึงขั้นขู่จะยิง หากมีเจ้าหน้าที่ไปยกของของเขา จึงใช้ความระมัดระวังพูดคุยเจรจา เพื่อให้ทางร้านค้าเข้าใจวัตถุประสงค์ของเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปดำเนินการ

ซึ่งภายหลังร้านค้าก็ยอมยกสิ่งของต่างๆ เข้าไปในพื้นที่ของตัวเอง และตกลงกับเจ้าหน้าที่ว่าจะไม่วางของรุกล้ำอีก เจ้าหน้าที่จึงแจ้งว่าหากมีการวางของรุกล้ำอีกจะดำเนินการตามกฎหมาย มีการยึดสิ่งของต่างๆ รวมทั้งมีการปรับ ส่วนเรื่องที่ทางร้านค้ามีการข่มขู่เจ้าหน้าที่ ทางเทศบาลนครบางบัวทอง ยังจะไม่ดำเนินคดีทางกฎหมาย ให้เป็นการคาดโทษไว้ก่อนเพราะเจ้าของร้านเองอาจจะเกิดอารมณ์ที่เจ้าหน้าที่ไปยึดสิ่งของอะไรต่างๆ แต่ถ้ามีเหตุการณ์แบบนี้ในครั้งต่อไป ทางเทศบาลก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ส่วนผู้ประกอบการทางเทศบาลขอความร่วมมือกับทุกร้าน ต้องไม่วางสิ่งของบนทางเท้า ต้องให้ประชาชนสัญจรไปมาได้อย่างสะดวกสบาย ต้องขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการร้านค้าทุกแห่ง อย่าฝ่าฝืนกฎหมาย