เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน จากกรณีมีผู้ขโมยงาช้างแกะสลักพุทธประวัติสมัยอยุธยา อายุกว่า 200 ปี หายไปจากศาลาฤาษี บ้านเลตองคุ ตำบลแม่จัน หมู่ 10 อ.อุ้มผาง จ.ตาก ตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน กองร้อย ตชด.ที่ 347 อ.อุ้มผาง ร่วมกับฝ่ายปกครองอำเภออุ้มผางได้สืบสวน ออกติดตามหางาช้างดังกล่าวที่ชายแดนไทย-เมียนมา
โดยได้มีการประสานงานทั้งกองกำลังสหภาพแห่งชาติ (เคเอ็นยู) กลุ่มของพลตรีเนอดาเมียะ ผู้บัญชาการกองกำลังเคเอ็นดีโอ หรือกองทัพ Kndo รวมทั้งกองกำลังโก๊ะทูบอ ของกะเหรี่ยงดีเคบีเอ และทราบข่าวจากฝ่ายกะเหรี่ยงดีเคบีเอ ที่อำเภอพบพระ หลังสุดนี้ว่า คนที่ขโมยงาช้างไปนั้นได้ลักลอบเข้าไปฝั่งประเทศเมียนมา และนำงาช้างไปที่อำเภอชูการี จังหวัดเมียวดี รัฐกะเหรี่ยงของเมียนมา ตรงข้ามบ้านวาเล่ย์ ตำบลวาเล่ย์ อ.พบพระ

คนร้ายมีการนำงาช้างไปทำพิธีที่ยอดเขาแม่ละอิ ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในฝั่งเมียนมา มีวัด มีพระสงฆ์เมียนมา มีอาศรมฤาษี และอาศรมรูปปั้นชาวกะเหรี่ยงดั้งเดิม ที่เป็นต้นคิดการใช้ภาษาเขียนของชาวกะเหรี่ยง โดยขณะนี้ทางฝ่ายไทย ทั้งฝ่ายทหาร ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 346 อ.แม่สอด กำลังประสานกับพันเอกศิวะ ผู้บัญชาการกองกำลังโก๊ะทูบอ ที่บ้านวาเล่ย์ อำเภอพบพระ เพื่อของาช้างและผู้ต้องหากลับมาดำเนินคดี
สำหรับผู้ต้องสงสัยในการนำงาช้างไปครั้งนี้ แกนนำชาวบ้านกะเหรี่ยงในเลตองคุต่างสงสัยนายใบซู คีรีดุจจินดา อดีตผู้ใหญ่บ้านเลตองคุ กับพวกเอาไป โดยคืนเกิดเหตุได้เข้ามาในหมู่บ้านและขอเข้าไปนอนในเขตศาลาฤาษีผมยาว ที่เป็นอาศรมจัดเก็บงาช้างเก่าแก่ จากนั้นเวลาประมาณ 04.00 น. ได้โจรกรรมงาช้างคู่ใหญ่ของหมู่บ้านไป เพราะรู้ช่องทางเข้าออกดี

ส่วนฤาษีที่นอนเฝ้าไม่ทราบเรื่อง ซึ่งเจ้าหน้าที่เกรงว่านายใบซูมีหนี้สินมาก อาจจะขโมยงาช้างไปจำหน่ายได้ เนื่องจากงาช้างคู่ใหญ่นี้เป็นงาช้างที่สำคัญมาก มีราคาแทบจะประเมินได้ยากมาก

