หน้าแรก ภูมิภาค นักโบราณคดี เ...

นักโบราณคดี เริ่มเก็บชิ้นส่วนโครงกระดูกมนุษย์แหล่งฯ ดอนยายทองวันแรก ห่วงผลกระทบความชื้น คาดใช้เวลา 1 เดือน

2.07.26 | 14:38 น.

นักโบราณคดีเริ่มเก็บชิ้นส่วนโครงกระดูกมนุษย์แหล่งฯดอนยายทองวันแรก ห่วงผลกระทบความชื้น คาดใช้เวลา 1 เดือน

เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม ที่จ.เพชรบุรี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีนายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร แถลงข่าวการค้นพบข้อมูลใหม่แหล่งอารยธรรมโบราณดอนยายทอง จ.เพชรบุรี โดยสํานักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี เริ่มขุดค้นแหล่งโบราณคดีดอนยายทอง เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 มีเป้าหมายเพื่อขุดกู้และชุดศึกษาหลักฐานทางโบราณคดีจากตําแหน่งที่พบกลองมโหระทึกในที่นาของนางคนางค์ เพชรสุด หมู่ 6 บ้านดอนพลับ ต.สมอพลือ อ.บ้านลาด ในช่วงต้นพบชิ้นส่วนขอบฐานกลองมโหระทึก ภาชนะดินเผาหลายใบ เมื่อขุดลึกลงไปพบชิ้นส่วนกลองมโหระทึกอีกใบ และโครงกระดูกมนุษย์ฝังอยู่บริเวณใกล้เคียง โดยมีภาชนะสําริดประกอบพิธีศพ และ เครื่องประดับ อาทิ ลูกปัดแก้ว ลูกปัดหิน แหวนทองคํา และกําไลทองคํา บางชิ้นสวมอยู่กับโครงกระดูกด้วยนั้น

ล่าสุด เมื่อเวลา 10.00น. ทีมนักโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี นำโดย นางนิภา สังคนาคินทร์ ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี ร่วมกับนักโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ 5 ปราจีนบุรี กรมศิลปากร คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร พร้อมอดีตผู้เชี่ยวชาญด้านโครงกระดูกของกรมศิลปากร ร่วมกันเก็บโครงกระดูกมนุษย์โบราณภายในหลุมขุดค้นแหล่งโบราณคดีดอนยายทอง หมู่ที่ 6 บ้านดอนพลับ ต.สมอพลือ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนเริ่มเก็บโครงกระดูก คณะทำงานและเจ้าของที่นา ได้ทำการสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคลและขออนุญาตเก็บโครงกระดูกขึ้นจากหลุม โดยมี นางประพิศ พงศ์มาก นักโบราณคดีเชี่ยวชาญ อดีตผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาวิเคราะห์โครงกระดูกมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร นายนฤพล หวังธงชัยเจริญ คณบดีคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร นางเป็นภัสญ์ ศรีสุวิทธานนท์ นักโบราณคดีชำนาญการ สำนักศิลปากรที่ 5 ปราจีนบุรี น.ส.สุกัญญา เลิศวินิจนันท์ นักศึกษาปริญญาเอก คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร น.ส.ปรียานุช จุมพรม หัวหน้ากองโบราณคดี สำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี และ น.ส.กรรณิการ์ เปรมใจ นักโบราณคดีชำนาญการ สำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี ในฐานะหัวหน้าทีมการขุดค้นแหล่งโบราณคดีดอนยายทอง ร่วมเก็บขุดชิ้นส่วนโครงกระดูกมนุษย์ ท่ามกลางอุปสรรคเรื่องความชื้นและน้ำใต้ดินบริเวณหลุมขุด

นางนิภา กล่าวว่า วันนี้เป็นวันแรกที่นักโบราณคดีกรมศิลปากรร่วมกับหน่วยงานหลายฝ่ายดำเนินการเก็บโครงกระดูกขึ้นออกจากหลุม ได้เชิญอดีตผู้เชี่ยวชาญของกรมศิลปากรด้านโครงกระดูก อาจารย์ภาควิชาโบราณคดี ซึ่งมีประสบการณ์การศึกษาวิเคราะห์กระดูกมาช่วยเก็บกู้และให้คำแนะนำแก่ทีมนักโบราณคดี สำหรับแนวทางการเก็บโครงกระดูก แบ่งเป็น 2 แนวทางคือ กลุ่มแรกได้แก่ โครงกระดูกหมายเลข 1 – 4 ซึ่งมีการวางซ้อนทับกันจะเก็บเป็นชิ้นส่วน คาดว่าใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ กลุ่มที่ 2 โครงกระดูกหมายเลข 5 – 8 ใช้วิธียกขึ้นทั้งแท่น โดยมีนักวิทยาศาสตร์ของกรมศิลปากรเข้ามาช่วยหาวิธีผนึกโครง เพื่อป้องกันการขยับ ใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์

Advertisement

“ส่วนโครงกระดูกมนุษย์ที่พบใหม่เป็นโครงที่ 9 สันนิษฐานเป็นโครงกระดูกเด็กนั้น จะใช้วิธียกขึ้นบนแท่นเช่นเดียวกับกลุ่มที่ 2 เพราะเป็นห่วงสภาพของโครงค่อนข้างเปื่อย และมีภาชนะสำริดขนาดใหญ่วางอยู่กลางลำตัว ส่วนภาชนะอื่นที่ยังค้างอยู่ที่หลุม เริ่มขยอยนำขึ้น โดยจะทำงานคู่ขนานกับงานเก็บโครงกระดูก รวมถึงกลองมโหระทึกที่พบในหลุมอีก 4 ใบก็จะนำขึ้นทั้งหมด

สาเหตุที่ต้องเก็บโบราณวัตถุขึ้นจากหลุม เพื่อส่งไปอนุรักษ์ตามกระบวนทางวิทยาศาสตร์ส่วนกลาง เนื่องจากสภาพของหลุมมีความชื้นแฉะตลอดเวลา ทั้งจากปัญหาน้ำใต้ดิน ความเค็ม และฤดูฝน รวมถึงสภาพอากาศ ซึ่งเป็นปัจจัยให้สภาพโครงกระดูกอ่อนแอ เปื่อยยุ่ย รวมถึงโบราณวัตถุประเภทโลหะมีสภาพผุกร่อนมากขึ้น คาดว่าการทำงานช่วงสุดท้ายใช้เวลาประมาณ 1 เดือน หลังจากนั้นทำการเคลียร์หลุม แถลงข่าวปิดหลุมอย่างเป็นทางการ รวมถึงจัดแสดงนิทรรศการโบราณวัตถุต่างๆที่ขุดค้นได้ รวมถึงเครื่องประดับทองคำ ลูกปัดแก้ว ลูกปัดหินสี ฯลฯที่ขุดพบก่อนหน้านี้ด้วย ก่อนนำโบราณวัตถุทั้งหมดเข้าสู่กระบวนการอนุรักษ์และศึกษาข้อมูลต่อไป” นางนิภา กล่าว