เทศบาลตำบลราไวย์ แจ้งความคนบุกรุกน.ส.ล.กว่า 7 ไร่ สร้างอาคารในพื้นที่ทุ่งสงวนเลี้ยงสัตว์พรหมเทพ
เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม จังหวัดภูเก็ตสนธิกำลังฝ่ายปกครอง อำเภอเมืองภูเก็ต เทศบาลตำบลราไวย กำนันผู้ใหญ่บ้านในท้องที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อร้องเรียนกรณีบุกรุกที่ดิน หนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง หรือ น.ส.ล. เลขที่ ภก.0097 หมู่ที่ 6 ตำบลราไวย์ อำเภอเมืองภูเก็ต ซึ่งเป็นพื้นที่ ทุ่งสงวนเลี้ยงสัตว์เขาแดง-แหลมพรหมเทพ ประเภทที่ดินพลเมืองใช้ประโยชน์ร่วมกัน
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ ตรวจสอบพบว่า มีการแผ้วถางและก่อสร้างอาคารในพื้นที่ น.ส.ล. จำนวน 2 แปลง รวมเนื้อที่ประมาณ 7 ไร่ เศษโดยเทศบาลตำบลราไวย์ได้ออกคำสั่งระงับการก่อสร้าง ห้ามใช้อาคารหรือเข้าไปในพื้นที่ก่อสร้าง และมีคำสั่งให้รื้อถอนอาคารมาแล้วตั้งแต่วันที่ 29 มิถุนายน
ต่อมา วันที่ 2 กรกฎาคม เทศบาลตำบลราไวย์ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.ฉลอง เพื่อดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหา 2 ราย ในหลายฐานความผิด ทั้งฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานท้องถิ่น ก่อสร้างอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต บุกรุกที่ดินสาธารณประโยชน์ และบุกรุกป่าตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

สำหรับน.ส.ล. หรือหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง เป็นเอกสารสำคัญที่ใช้แสดงแนวเขตที่ดินของรัฐ โดยเฉพาะพื้นที่สาธารณประโยชน์ที่ประชาชนใช้ร่วมกัน ขณะที่การก่อสร้างอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต ถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร และเจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งระงับ แก้ไข หรือรื้อถอนได้ตามกฎหมายและจังหวัดภูเก็ตย้ำว่าจะเดินหน้าตรวจสอบการบุกรุกที่สาธารณประโยชน์และพื้นที่ป่าอย่างต่อเนื่อง ตามข้อสั่งการของผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เพื่อปกป้องทรัพยากรของรัฐและพื้นที่ส่วนรวมของประชาชน
รายงานข่าวแจ้งว่ากรณี การบุกรุกครอบครองทุ่งสงวนเลี้ยงสัตว์เขาแดง-แหลมพรหมเทพ ในท้องที่ตำบลราไวย์มีมาอย่างต่อเนื่องคือ เมื่อวันที่ 14พฤศจิกายน2568 มีพลเมืองดี แจ้งข้อมูลและร้องเรียน นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต เขต2 พรรคประชาชน เมื่อตรวจสอบพบกลุ่มบุคคล และบริษัทขนาดใหญ่ในพื้นที่ตำบลราไวย์ว่าจ้างคนงานเข้าไปบุกรุก แผ้วถางขุดตักหน้าดิน ตัดโค่นต้นไม้ครอบครองพื้นที่ขยายเป็นพื้นที่บริเวณกว้าง พร้อมกับสร้างสิ่งปลูกสร้างต่างๆลักษณะที่พัก การออกแบบและขนาดที่เท่ากัน จำนวนนับ 10หลัง และสันนิษฐานว่าสร้างเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวเพื่อเข้าพักในลักษณะบังกะโลหรือรีสอร์ต

อย่างไรก็ดี ในพื้นที่ จังหวัดภูเก็ตปัจจุบัน มีการบุกรุกพื้นที่สาธารณะต่างๆเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะกรณี ทุ่งสงวนเลี้ยงสัตว์ จำนวน 2,800 ไร่ บริเวณเขาแดง-แหลมพรหมเทพ ตำบลราไวย์ ล่าสุดนี้ปรากฏว่ามีการบุกรุกนับเป็น 1,000 ไร่ เสียหายเป็น 50,000 ล้านบาท เป็นการคำนวณจากราคาที่ดินตลาดโฉนดที่ดินเบื้องต้นไร่ละ 50 ล้านบาท และที่สำคัญคือ ผู้ที่บุกรุกเข้าไปครอบครองที่ดินทุ่งสงวนเลี้ยงสัตว์ ที่ประกาศเป็น ทุ่งสงวนเลี้ยงสัตว์ อันดับที่ 4 เป็นกลุ่ม บุคคลต่างชาติ เข้าไปประกอบกิจการ ต่างๆ รวมไปถึง ผู้มีอิทธิพล ประชาชนคนในพื้นที่หรือคนจากต่างถิ่นต่างจังหวัดเข้าไปบุกรุก ครอบครอง เพื่อสร้างเป็น ที่พักโรงแรม ด้วย และไม่สามารถออกใบอนุญาตก่อสร้างและบ้านเลขที่ถาวรออกไม่ได้เช่นเดียวกัน จึงเป็นปัญหาหมักหมมของภูเก็ตอย่างแท้จริง
สำหรับที่ผ่านมา พลเมืองดี เคยแจ้งประสานงานไปยังเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษหรือ DSI แล้ว แต่ กลุ่มผู้บุกรุกยังคงเข้าไปดำเนินการในที่ดินที่ผิดกฎหมายเหล่านี้มาโดยตลอด เช่น การก่อสร้างสนามยิงปืน ให้บริการนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศซึ่งอยู่ใกล้ถนนและเทศบาลตำบล ให้บริการนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศซึ่งอยู่ใกล้ถนน ขึ้นไปยังแหลมพรหมเทพและเทศบาลตำบลราไวย์วัยและนับวันยิ่งจะ ทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นนอกจากนี้ ยังตรวจสอบพบว่า ที่เกาะโหลน อยู่ในท้องที่ตำบลราไวย์ หมู่ที่ 3 มีการบุกรุก พื้นที่ ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเกาะโหลน โดยมีการตัดถนนผ่านพื้นที่ป่า และทุ่งสงวนเลี้ยงสัตว์ ทะเบียนอันดับที่ 2ของจังหวัดภูเก็ตด้วย


