หน้าแรก ภูมิภาค ทต.ศรีดอนชัย ...

ทต.ศรีดอนชัย แจงปชช.ในพื้นที่นามสกุลเดียวกัน 1.8 พันคน หลังโซเชียลคาใจ ปมผลสอบพนักงานจ้าง

2.07.26 | 16:44 น.

เทศบาลศรีดอนชัย แจงผลสอบพนักงาน ‘นามสกุลเดียวกัน’ เพียบ ทำโซเชียลคาใจ ชี้ปชช.ในพื้นที่นามสกุลเดียวกัน 1.8 พันคน ยันทุกขั้นตอนโปร่งใส-ตรวจสอบได้ พร้อมเผยที่มานามสกุลชาวไทลื้อในพื้นที่

เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม ที่ สำนักงานเทศบาลตำบล (ทต.) ศรีดอนชัย ต.ศรีดอนชัย อ.เชียงของ จ.เชียงราย นายศศิพงษ์ ยะฝั้น นายกเทศมนตรีตำบลศรีดอนชัย พร้อมด้วยคณะผู้บริหารเทศบาล แถลงข่าวชี้แจงกรณีสื่อสังคมออนไลน์ตั้งข้อสังเกตและวิพากษ์วิจารณ์ผลการสรรหาและเลือกสรรพนักงานจ้างทั่วไป ตำแหน่งคนงาน ซึ่งปรากฏรายชื่อผู้ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกมีนามสกุลเดียวกันคือ “วงศ์ชัย” (และ “วงค์ชัย”) ถึง 7 ราย จากผู้สอบผ่านทั้งหมด 11 ราย จนเกิดกระแสตั้งคำถามถึงความโปร่งใสในกระบวนการสอบคัดเลือก

​นายศศิพงษ์ กล่าวว่า ยืนยันว่า กระบวนการสรรหาและเลือกสรรบุคคลในตำแหน่งดังกล่าว เป็นไปตามหลักการบริหารจัดการที่ดี โดยยึดระบบคุณธรรม ความเสมอภาค ความโปร่งใส และสามารถตรวจสอบคะแนนได้ทุกขั้นตอน มีการตั้งคณะกรรมการสอบและกำหนดเกณฑ์การให้คะแนนอย่างเป็นมาตรฐาน ทั้งภาคปฏิบัติและภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง (สัมภาษณ์)

นายศศิพงษ์ ยะฝั้น นายกเทศมนตรีตำบลศรีดอนชัย

​นายศศิพงษ์ กล่าวว่า ​สำหรับสาเหตุที่มีผู้ผ่านการคัดเลือกนามสกุลเดียวกันหลายรายนั้น เกิดจากบริบททางประชากรของพื้นที่ ต.ศรีดอนชัย ซึ่งมีทั้งหมด 18 หมู่บ้าน มีประชากรรวม 4,617 คน แต่ในพื้นที่ 4 หมู่บ้านหลัก ได้แก่ บ้านศรีดอนชัย หมู่ 7, บ้านศรีชัยมงคล หมู่ 12, บ้านศรีชัยมงคล หมู่ 14 และบ้านศรีดอนชัย หมู่ 15 มีประชากรรวมกัน 1,992 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นประชาชนที่มีเชื้อสายไทลื้อและใช้นามสกุล “วงศ์ชัย” (วงค์ชัย) สูงถึง 1,800 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 90.36 ของประชากรใน 4 หมู่บ้านดังกล่าว

​นายศศิพงษ์ กล่าวว่า ​ประกอบกับตำแหน่งที่เปิดรับคือ “คนงานทั่วไป” (ปฏิบัติงานในสำนักงานปลัด และงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย) มีอัตราค่าตอบแทนรวมค่าครองชีพอยู่ที่ 11,000 บาทต่อเดือน สัญญาจ้างระยะเวลา 1 ปี ซึ่งลักษณะงานเป็นงานที่ต้องเข้า-ออกตามเวลาราชการเพื่อดูแลความสะอาดและเปิด-ปิดสำนักงาน ผู้ที่มาสมัครส่วนใหญ่จึงเป็นประชาชนในพื้นที่ 4 หมู่บ้านรอบ ๆ เทศบาล เพื่อความสะดวกในการเดินทาง การที่ผู้สอบผ่านส่วนใหญ่มีนามสกุลเดียวกันจึงเป็นไปตามสัดส่วนประชากรในพื้นที่จริง ไม่ใช่เรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนแต่อย่างใด

Advertisement

​นายศศิพงษ์ กล่าวว่า ​ทั้งนี้ เทศบาลตำบลศรีดอนชัย ได้เน้นย้ำถึงมาตรการป้องกันการทุจริตอย่างเข้มงวด โดยห้ามมิให้ผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล หรือพนักงาน เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการติวหรือจัดทำเอกสารเอื้อประโยชน์แก่ผู้สมัครสอบโดยเด็ดขาด พร้อมแจ้งเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อหากมีผู้ใดแอบอ้างว่าจะช่วยเหลือให้สอบได้ และหากพบเห็นพฤติกรรมดังกล่าวสามารถแจ้งต่อนายกเทศมนตรีหรือศูนย์รับเรื่องร้องเรียนของเทศบาลได้ทันทีเพื่อดำเนินการตามกฎหมายขั้นเด็ดขาด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ​จากการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของบ้านศรีดอนชัย ม.15 ต.ศรีดอนชัย อ.เชียงของ จ.เชียงราย ได้รับการบอกเล่าจาก นายอินสม วงศ์ชัย อายุ 84 ปี ผู้อาวุโสในชุมชน ซึ่งได้ถ่ายทอดประวัติความเป็นมาของนามสกุล “วงศ์ชัย” ตระกูลเก่าแก่ที่เป็นรากฐานสำคัญของชุมชนแห่งนี้อย่างน่าสนใจ

​ข้อมูลประวัติศาสตร์ระบุว่า บรรพบุรุษของตระกูลวงศ์ชัยเป็นกลุ่มคนยุคแรก ๆ ที่อพยพมาจาก “เมืองอู” ในเขตสิบสองปันนา (ปัจจุบันอยู่ในเขตประเทศลาว) นำโดย “พ่อกำนันเสนา” ซึ่งในขณะนั้นยังเป็นเด็กชายอายุเพียง 5-6 ขวบ กลุ่มผู้อพยพได้เดินทางรอนแรมผ่านปากน้ำดุก อ.เชียงของ และย้ายไปตั้งรกรากชั่วคราวตามที่ต่าง ๆ เนื่องด้วยปัญหาความคับแคบของพื้นที่ จนกระทั่งแตกขยายออกเป็น 3 สาย โดยสายหลักสายหนึ่งได้อพยพไปปักหลักอยู่ที่บ้านห้วยเม็ง ต.ริมโขง อ.เชียงของ อีกกลุ่มตั้งใจจะย้ายกลับไปเมืองอู สิบสองปันนา แต่ตอนนั้นมีข่าวว่ามีการสังหารเจ้าเมืองอู กลุ่มนั้นเลยปักหลักอยู่ที่บ้านป่าซาง ปัจจุบันคือบ้านท่าฟ้า สปป.ลาว ส่วนอีกกลุ่มอพยพไปอยู่ที่บ้านบ่อท่าข้าม (ปัจจุบันอยู่ในเขต ต.ม่วงยาย อ.เวียงแก่น)

​สำหรับที่มาของนามสกุล “วงศ์ชัย” นั้น เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2456 เมื่อทางการสยามประกาศให้ประชาชนต้องมีนามสกุล ในเวลานั้น “พ่อหลวงชัย” ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้านคนแรกของบ้านท่าข้าม จึงได้ริเริ่มตั้งนามสกุล “วงศ์ชัย” ขึ้น โดยอิงจากชื่อของท่านเองเพื่อใช้ร่วมกันในหมู่เครือญาติ ต่อมาในปี พ.ศ. 2492 พ่อกำนันเสนาได้นำพาชาวบ้านขยับขยายพื้นที่ทำกินมายังบริเวณทุ่งสามหมอน (สันตักเต่า) ก่อนจะย้ายมาปักหลักถาวรบริเวณริมถนนใหญ่ในปี พ.ศ. 2496 ซึ่งกลายมาเป็น “บ้านศรีดอนชัย” ในปัจจุบัน

​นายอินสม กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันชุมชนบ้านศรีดอนชัยเติบโตขึ้นจนแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 4 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ 7, หมู่ 12, หมู่ 14 และหมู่ 15 มีประชากรรวมกันกว่า 1,000 คน ซึ่งน่าทึ่งว่าประชากรราว 90% ล้วนแต่นามสกุลวงศ์ชัย อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันอาจพบเห็นตัวสะกดที่แตกต่างกันออกไป โดยบางบ้านสะกดด้วย “ศ ศาลา” (วงศ์ชัย) และบางบ้านสะกดด้วย “ค ควาย” (วงค์ชัย) ซึ่งเกิดจากความคลาดเคลื่อนในการจดบันทึกของเจ้าหน้าที่รัฐในอดีต แต่ตามเจตนารมณ์ดั้งเดิมที่หมายถึงวงศาคณาญาติผู้ร่วมสร้างบ้านแปงเมือง ตัวสะกดที่ถูกต้องคือ “ศ ศาลา”

​นอกจากนี้ ในอดีตพื้นที่ดังกล่าวยังมีนามสกุลดั้งเดิมอีก 2 สกุล ได้แก่ “จันต๊ะคาด” และ “หงษ์คำ” ซึ่งมีที่มาจากผู้นำกลุ่มผู้บุกเบิกในอดีต แต่มีจำนวนผู้สืบสกุลเพียงเล็กน้อยในปัจจุบัน เมื่อเทียบกับตระกูลวงศ์ชัยที่เป็นตระกูลหลักของพื้นที่ ข้อมูลทางประวัติศาสตร์ชุมชนนี้จึงสอดคล้องและแจ่มชัดอย่างยิ่งกับข้อเท็จจริงที่ปรากฏในผลสอบของเทศบาลตำบลศรีดอนชัยในปัจจุบัน