เอลนีโญมาเร็ว-โคราชเริ่มแล้ง ชาวนาด่านขุนทดโอดขาดน้ำ หว่านข้าวหวั่นไม่งอก ต้นกล้าแห้งตาย วอนรัฐทำฝนเทียมช่วยด่วน
เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 256 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่เกษตรใน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ติดตามผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญที่ทำให้ประเทศไทยเผชิญภาวะฝนทิ้งช่วง โดยพบว่า แม้อยู่ในช่วงฤดูฝนซึ่งชาวนาลงมือเพาะปลูกข้าวนาปีแล้ว แต่ผลกระทบจากเอลนีโญเริ่มรุนแรงมากขึ้น ทำให้ปริมาณฝนรวมน้อยกว่าปกติ อุณหภูมิสูงขึ้น และเกิดภาวะฝนทิ้งช่วงนาน เริ่มตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ทำให้หลายพื้นที่มีความเสี่ยงเกิดปัญหาขาดแคลนน้ำ

นายแล พระขุนทด อายุ 66 ปี ชาวนาบ้านถนนหักใหญ่ หมู่ที่ 1 ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด เปิดเผยว่า ตนทำนานอกเขตชลประทาน 10ไร่ ลงทุนซื้อเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิ 105 มาปลูกประมาณ 300 กิโลกรัม ซื้อเมล็ดพันธุ์ข้าว ถุงละ 700 บาท 12 ถุง รวมเป็นเงิน 6,400 บาท ยังมีค่าจ้างไถนาอีกไร่ละ 300 บาท พื้นที่ 10ไร่ เป็นเงิน 3,000 บาทต่อครั้ง และต้องไถถึง 3 ครั้ง ทั้งไถดะ และไถแปรตีดิน เพื่อหว่านข้าวแห้งรอฝน และต้องซื้อปุ๋ยมาบำรุงอีก 10 ถุง ในราคาถุงละ 1,400 บาท รวมต้นทุนการผลิตเบื้องต้นในรอบนี้ ประมาณ 29,400 บาท

“เพิ่งหว่านข้าวไปเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน เวลาผ่านมากว่าครึ่งเดือนแล้ว ยังไม่มีฝนตกลงมาเลย ส่วนบ่อนำที่ขุดไว้รองรับน้ำฝนเพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ทำนา ตอนนี้แห้งขอดทุกบ่อ ไม่มีน้ำเหลือให้สูบมาทำนาเลยสักหยด รู้สึกกังวลเป็นอย่างมาก หากไม่มีฝนตกลงมาเป็นระยะเวลานาน เมล็ดข้าวที่หว่านลงดินจะแห้งฝ่อ หรือถูกหนู นก แมลงกัดกินเสียหาย ส่วนแปลงที่เมล็ดเริ่มแทงราก ก็ขาดน้ำมาต่อเนื่อง ทำให้รากแห้งและต้นเริ่มตายแล้ว บางแปลงที่ต้นข้าวเริ่มงอกรอเป็นต้นกล้าเริ่ม ใบก็เหลือง ไม่เจริญเติบโต หากฝนยังทิ้งช่วงนานไปกว่านี้ ต้นข้าวต้องเหี่ยวเฉาและยืนต้นตายแน่นอน คงจะเหลือแค่ต้นหญ้าและวัชพืชที่ทนแล้งงอกออกมาให้เห็น ถ้าจะหว่านข้าวใหม่อีกรอบ ต้องเสียเวลากำจัดทิ้งเพื่อเตรียมแปลงใหม่อีก
อยากให้ภาครัฐช่วยเหลือโดยเร็ว เร่งทำฝนเทียมเพื่อให้มีน้ำฝนมาเติมใส่นา ต้นข้าวและเมล็ดพันธุ์จะได้ฟื้นเติบโตขึ้นมาอีกครั้ง ถ้าจะปล่อยให้รอต่อไป ก็ไม่รู้ว่าฝนจะตกลงมาเมื่อไร ต้องได้รับความเสียหายอย่างหนักแน่นอน ตอนนี้ชาวนาเดือดร้อนจริงๆ” นายแล กล่าว


