เจ้าหน้าที่ช็อก! วางแผนล่อซื้อยาบ้า เจอเยาวชนวัย16 ผันตัวเป็นเอเยนต์ ยึดของกลางกว่า 500 เม็ด
เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม นายบัญชา จันทร์ณรงค์ นายอำเภอภูสิงห์ และผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอำเภอภูสิงห์ เปิดเผยถึงผลการปฏิบัติงาน เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งสั่งการให้นายสุทธิพร ชัยชาญ ปลัดอำเภอกลุ่มงานความมั่นคง ในฐานะเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. พร้อมสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนอำเภอภูสิงห์ที่ 19 ลงพื้นที่ขับเคลื่อนนโยบาย “Operation 90 Days แผนยุทธการ 90 วัน พิฆาตยาเสพติด” เพื่อเร่งกวาดล้างยาเสพติดและตัดวงจรการแพร่ระบาดในพื้นที่อย่างจริงจัง
เจ้าหน้าที่เริ่มปฏิบัติการในช่วงบ่าย โดยเวลา 13.00 น. สามารถจับกุมชายอายุ 36 ปี นามสมมติ “นายกด” หลังสมัครใจเข้ารับการตรวจปัสสาวะ ก่อนส่งตรวจยืนยันที่โรงพยาบาลภูสิงห์ พบผลเป็นบวก เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจค้นและพบอาวุธปืนไทยประดิษฐ์แบบหักลำสั้น ขนาด 12 จำนวน 1 กระบอก พร้อมกระสุนปืนลูกซอง 3 นัด ซุกซ่อนอยู่ภายในบริเวณบ้าน จึงยึดไว้เป็นของกลาง เบื้องต้นแจ้งข้อหาเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย และมีอาวุธปืนพร้อมเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี

จากนั้นเจ้าหน้าที่ยังจับกุมชายอายุ 33 ปี นามสมมติ “นายซิ่ง” ได้อีก 1 ราย พร้อมของกลางยาบ้า 1 เม็ด ผลตรวจปัสสาวะจากโรงพยาบาลภูสิงห์เป็นบวกเช่นกัน จึงแจ้งข้อหาเสพยาเสพติดและครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยผิดกฎหมาย
แม้ของกลางที่พบจากผู้ต้องหาทั้งสองรายจะไม่มากนัก แต่ข้อมูลที่เจ้าหน้าที่ได้รับกลับนำไปสู่การขยายผลสำคัญ จนพบความเชื่อมโยงไปยังเยาวชนในพื้นที่รายหนึ่ง ซึ่งมีพฤติการณ์ลักลอบจำหน่ายยาบ้าให้กับกลุ่มผู้เสพในชุมชน หลังรวบรวมพยานหลักฐานเพียงพอ เจ้าหน้าที่จึงวางแผนล่อซื้อ กระทั่งเวลา 17.45 น. สามารถจับกุมเยาวชนชายอายุ 16 ปี นามสมมติ “นายเท่” ได้พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 574 เม็ด แบ่งเป็นเม็ดยาสีแดงประทับอักษร WY จำนวน 568 เม็ด และเม็ดยาสีเขียวประทับอักษร WY อีก 6 เม็ด
นอกจากนี้ยังตรวจยึดรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า รุ่น QBIX จำนวน 1 คัน โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง ภาพถ่ายสำเนาธนบัตรที่ใช้ในการล่อซื้อ เอกสารประกอบการจับกุม และผลตรวจปัสสาวะซึ่งยืนยันพบสารเสพติดในร่างกายของผู้ต้องหารายดังกล่าว จากพยานหลักฐานทั้งหมด เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาหนัก 3 ข้อหา ได้แก่ เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยผิดกฎหมาย จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยมีไว้เพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และขับขี่รถจักรยานยนต์ขณะมีสารเสพติดให้โทษในร่างกาย

นายบัญชา จันทร์ณรงค์ นายอำเภอภูสิงห์ เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งผลสำเร็จของการบังคับใช้กฎหมายเชิงรุกตามแผนปฏิบัติการ “Operation 90 Days” ซึ่งมุ่งตัดวงจรทั้งผู้เสพ ผู้ค้า และเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการขยายผลจากผู้เสพระดับล่างไปสู่ผู้จำหน่าย เพื่อสกัดการแพร่ระบาดของยาเสพติดในระดับชุมชน อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่เพียงจำนวนยาบ้าที่ตรวจยึดได้ แต่คือการพบว่าเยาวชนอายุเพียง 16 ปี เข้าไปมีบทบาทในขบวนการค้ายาเสพติด ทั้งยังมีผลตรวจพบสารเสพติดในร่างกาย สะท้อนให้เห็นว่าปัญหายาเสพติดได้แทรกซึมเข้าสู่กลุ่มเด็กและเยาวชนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจเกิดจากการถูกชักชวน แสวงหาผลประโยชน์ หรือใช้เป็นเครื่องมือของเครือข่ายค้ายา เนื่องจากเชื่อว่าจะหลบเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ได้ง่ายกว่า
ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย พร้อมของกลางทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ภูสิงห์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งสืบสวนขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการและแหล่งที่มาของยาเสพติด เพื่อดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป




