หน้าแรก ภูมิภาค พม.เยี่ยมพระอ...

พม.เยี่ยมพระอาพาธ 7 รูป บาดเจ็บจาก ด.ช.11 ขับรถชนพระธุดงค์ เผยมีทีมสหวิชาชีพดูแลเด็ก

5.07.26 | 17:16 น.

พม.ลงพื้นที่เยี่ยมพระอาพาธ 7 รูป เหยื่อเหตุรถชนขบวนพระธุดงค์ ย้ำดูแลผู้เสียหายเต็มที่ พร้อมคุ้มครองสิทธิเด็กออทิสติกตามกฎหมาย

เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม ที่โรงพยาบาลมุกดาหาร อ.เมือง จ.มุกดาหาร น.ส.ชนก จันทาทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ลงพื้นติดตามอาการและให้กำลังใจพระภิกษุที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุรถยนต์กระบะพุ่งชนคณะพระสงฆ์ระหว่างเดินจาริกธุดงค์ ซึ่งส่งผลให้พระภิกษุมรณภาพ 10 รูป และได้รับบาดเจ็บหลายรูป

น.ส.ชนกกล่าวว่า ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม.ให้ลงพื้นที่ร่วมกับสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดมุกดาหาร เพื่อติดตามการให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด ปัจจุบันยังมีพระภิกษุที่พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลมุกดาหารจำนวน 7 รูป แบ่งเป็น รักษาอยู่ในหอผู้ป่วยวิกฤต (ICU) จำนวน 2 รูป และพักรักษาตัวในหอผู้ป่วยทั่วไปอีก 5 รูป โดยทีมแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ให้การดูแลรักษาอย่างเต็มที่

ส่วนพระภิกษุที่มรณภาพ กระทรวง พม.ได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการส่งสรีรสังขารกลับภูมิลำเนา รวมทั้งมอบเงินสงเคราะห์เพื่อเยียวยาแก่ครอบครัวผู้สูญเสียเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมยืนยันว่าจะติดตามดูแลสิทธิประโยชน์และการฟื้นฟูเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบในทุกด้านอย่างต่อเนื่อง

สำหรับเด็กชายอายุ 11 ปี ซึ่งเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นบุคคลพิการประเภทออทิสติก ขณะนี้อยู่ภายใต้การคุ้มครองดูแลในสถานที่ปลอดภัย ตามแนวทางของพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก และพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ โดยมีทีมสหวิชาชีพติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด

Advertisement

น.ส.ชนกกล่าวว่า กระทรวง พม.เตรียมนำเหตุการณ์ครั้งนี้เข้าสู่กระบวนการ “ถอดบทเรียน” ร่วมกับทีมสหวิชาชีพและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยแวดล้อม สาเหตุ และกำหนดมาตรการเชิงป้องกัน ลดความเสี่ยงไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันซ้ำอีกในอนาคต

พร้อมกันนี้ ยังขอความร่วมมือประชาชนและผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์งดเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคล ภาพถ่าย หรือข้อมูลที่สามารถระบุตัวตนของเด็ก เนื่องจากอาจเข้าข่ายละเมิดสิทธิเด็กและอาจมีความผิดตามกฎหมาย

ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวง พม.กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากนี้การดำเนินการในส่วนของคดีจะเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม และพิจารณาความรับผิดทั้งในทางแพ่งและทางอาญาตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป