สลด! เกิดเหตุสะเทือนใจในพื้นที่ตำบลดงลาน อำเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่น เมื่อช้างป่าได้พุ่งทำร้ายชาวบ้านเสียชีวิต 1 คน ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติภูผาม่าน พร้อมด้วยเครือข่ายเฝ้าระวังและฝ่ายปกครองกำลังร่วมกันปฏิบัติภารกิจติดตามผลักดันช้างป่าออกจากเขตชุมชน
เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สีชมพู จ.ขอนแก่น เข้าตรวจสอบเหตุมีผู้เสียชีวิต บริเวณบ้านวังขอนแดง หมู่ 8 ต.ดงลาน อ.สีชมพู
ที่เกิดเหตุ พบร่างชายนอนบนพื้นดิน สภาพศพนอนคว่ำหน้าไม่สวมใส่กางเกง เสื้อถลกขึ้นมาถึงลำคอ และยังพบร่องรอยเท้าช้าง และกางเกงผู้เสียชีวิตอยู่ติดกัน กระดูกซี่โครงหัก ทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ นายอุทัย วงษาพรม อายุ 64 ปี ชาว หมู่ 8 ตำบลดงลาน อำเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่น
นายคมสันต์ ทุมโคตร ผู้ใหญ่บ้านเขาสัพยา และอาสาสมัครเฝ้าระวังช้างป่าดงลาน เปิดเผยไทม์ไลน์การปฏิบัติงานระบุว่า ตั้งแต่ช่วงค่ำวันที่ 5 กรกฎาคมที่ผ่านมา ชุดผลักดันช้างป่าภายใต้การอำนวยการของกำนันบัญชาชัย โสมคำภา ได้แยกย้ายกำลังเฝ้าระวังตามจุดเสี่ยง จนกระทั่งเวลาประมาณ 20.00 น. ตรวจพบช้างป่าจำนวน 2 ตัว ซึ่งคาดว่าเป็นช้างในรหัสจำแนก “เจ้างาจิ๋ว” และ “เจ้าหลอน” อยู่บริเวณบ้านหนองหญ้าปล้อง ทิศตะวันตก
ต่อมาเวลา 22.00 น. ช้างทั้ง 2 ตัวได้เดินข้ามถนนสายหลักมุ่งหน้าไปยังบ้านซำขาม หมู่ 8 จนกระทั่งเวลา 02.00 น. ช้างเคลื่อนตัวเข้าสู่เขตป่ามะขาม ท่ามกลางอุปสรรคฝนตกหนักทัศนวิสัยต่ำ เจ้าหน้าที่จึงจำเป็นต้องพักคอยตามกระท่อมนา ก่อนออกลาดตระเวนแกะรอยอีกครั้ง จนพบว่าช้างได้เดินย้อนกลับเข้ามาบริเวณท้ายหมู่บ้าน ใกล้กับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านวังขอนแดง-หนองหญ้าปล้อง และเกิดเหตุเผชิญหน้าพุ่งทำร้ายนายอุทัยจนเสียชีวิตดังกล่าว
ภายหลังเกิดเหตุ ทางชุดเฝ้าระวังได้ประสานพนักงานสอบสวน สภ.สีชมพู พร้อมแพทย์เวรโรงพยาบาลสีชมพู และกู้ชีพตำบลดงลาน เข้าตรวจสอบและชันสูตรพลิกศพในเวลา 03.45 น. ก่อนส่งมอบร่างให้ญาตินำไปประกอบพิธีทางศาสนา
ล่าสุด เมื่อเวลา 05.00 น. ที่ผ่านมา มีรายงานตรวจพบช้างป่าทั้ง 2 ตัว เคลื่อนตัวหลบซ่อนอยู่บริเวณพื้นที่ป่าหลังวัดหมู่ 8 ตำบลดงลาน อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่อุทยานฯ ยังไม่ตัดประเด็นเรื่องจำนวนช้างป่าตัวอื่น เนื่องจากยังพบร่องรอยเพิ่มเติมในพื้นที่ ปัจจุบันอยู่ระหว่างประสานข้อมูลกับตำบลบ้านใหม่ พร้อมประชาสัมพันธ์ประกาศเตือนประชาชนในพื้นที่และใกล้เคียงให้หลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่การเกษตรหรือจุดเสี่ยงยามวิกาล และให้ติดตามข้อมูลแจ้งเตือนจากทางราชการอย่างเป็นระบบต่อไป


