เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน ซึ่งเป็นวันแรกที่รัฐบาลเปิดโอกาสให้ประชาชนร่วมตอบคำถามของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. 4 ข้อ คือ 1. ท่านคิดว่าการเลือกตั้งครั้งต่อไปจะได้รัฐบาลที่มีธรรมาภิบาลหรือไม่ ข้อ 2. หากไม่ได้จะทำอย่างไร ข้อ 3. การเลือกตั้งเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งของประชาธิปไตย แต่การเลือกตั้งอย่างเดียว ไม่คำนึงถึงเรื่องอนาคตของประเทศ และเรื่องอื่นๆ เช่น ประเทศชาติจะมียุทธศาสตร์และการปฏิรูปหรือไม่นั้น ถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง และข้อ 4. ท่านคิดว่ากลุ่มนักการเมืองที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในทุกกรณีควรจะมีโอกาสเข้ามาสู่การเลือกตั้งอีกหรือไม่ หากเข้ามาได้อีกแล้วจะให้ใครแก้ไข และแก้ไขด้วยวิธีอะไร ปรากฏว่า ในแต่ละจังหวัดมีประชาชนเดินทางไปตอบคำถามอย่างต่อเนื่อง
โดยที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครราชสีมา มีประชาชนชาวจังหวัดนครราชสีมา เดินทางมาเพื่อตอบคำถาม 4 ข้อ กันอย่างต่อเนื่อง โดยมีเจ้าหน้าที่จัดโต๊ะไว้สำหรับให้ประชาชนได้นั่งเขียนข้อคิดเห็น ซึ่งจะมีแบบฟอร์มของคำถาม 4 ข้อ สำหรับให้ประชาชนได้เขียนลงไปบนกระดาษแบบฟอร์ม ส่วนประชาชนที่เดินทางมาตอบคำถามวันแรก ส่วนใหญ่จะเป็นผู้สูงอายุ และข้าราชการบำนาญ ซึ่งได้เตรียมบัตรประชาชนมาพร้อม เพื่อยืนยันว่าตอบคำถามด้วยตนเอง โดยตลอดช่วงเช้าวันนี้มีชาวจังหวัดนครราชสีมา เดินทางมาตอบคำถาม 4 ข้อ ของนายกรัฐมนตรีแล้วกว่า 20 คน จากการสอบถามพบว่าหลากหลายคำตอบ แต่ส่วนใหญ่ไม่เชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าจะได้รัฐบาลที่ดีมีธรรมาภิบาล พร้อมกับสนับสนุนให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีบริหารประเทศต่อไปอีกระยะ เพื่อจัดระเบียบประเทศให้อยู่ตัวก่อน แล้วค่อยมีการเลือกตั้งภายหลัง
นายธีรพล ฤทธิ์พรพงศ์ อายุ 67 ปี ข้าราชการบำนาญ กล่าวว่า การที่นายกรัฐมนตรี ได้เปิดโอกาสให้ประชาชนตอบคำถามของท่าน ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมีประโยชน์ต่อประเทศชาติมาก เพราะจะทำให้รัฐบาลได้รับรู้ถึงความต้องการของชาวบ้านที่แท้จริง เนื่องจากที่ผ่านมาการเลือกตั้งได้แต่ ส.ส.ที่ไม่มีคุณภาพ ขาดคุณธรรม ขาดธรรมาภิบาล แทนที่จะเข้ามาบริการประเทศให้เจริญรุ่งเรือง แต่กลับเข้ามากอบโกยผลประโยชน์ใส่ตัวเองและพวกพ้อง เข้ามาโกงกินบ้านเมืองจนเกิดความเสียหายต่อประเทศชาติมหาศาล ประเทศไทยเราจึงไม่เจริญก้าวหน้าเหมือนเพื่อนบ้านในแถบเอเชีย เพราะมีนักการเมืองโกงเป็นจุดอ่อน ดังนั้นถึงแม้ว่าพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา จะเป็นนายกรัฐมนตรีจากการปฏิวัติก็ตาม ตนก็ยังเห็นว่าท่านเป็นคนดีมีคุณธรรมมากกว่านักการเมืองส่วนใหญ่ที่ผ่านมา เมื่อเราได้ผู้นำที่ดีมีคุณธรรมแล้ว ก็ควรให้ท่านอยู่จัดระเบียบประเทศให้มีกฎหมายเข้มแข็งก่อน จึงค่อยมีการเลือกตั้งก็ยังไม่สายเกินไป การตอบคำถามวันนี้ ข้อ 1 ตนจึงตอบว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าจะไม่ได้รัฐบาลที่ดีมีธรรมาภิบาลแน่นอน ข้อที่ 2 เมื่อไม่ได้รัฐบาลที่ดีมีธรรมาภิบาล ก็ขอให้พลเอกประยุทธ์ อยู่บริหารประเทศต่อไปอีกระยะ เพื่อจัดระเบียบประเทศให้เรียบร้อยก่อน แล้วค่อยมีการเลือกตั้งภายหลัง ข้อที่ 3 ไม่ควรให้นักการเมืองที่มีพฤติกรรมโกงกินบ้านเมือง หรือเคยทำความผิดทุกกรณี เข้ามามีส่วนร่วมในการเลือกตั้งครั้งต่อไปอีก และข้อที่ 4 การเลือกตั้งอย่างเดียว โดยไม่คำนึงถึงนโยบายหรือแผนพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ก็ถือว่าไม่ถูกต้อง เพราะหลักการบริหารประเทศทั่วโลก ระบอบประชาธิปไตยไม่ใช่ทางเลือกเดียวที่มีอยู่ แม้แต่ประเทศจีนก็ยังพัฒนาประเทศได้โดยไม่ง้อระบอบประชาธิปไตยเลย ดังนั้นจึงขอให้มองที่นโยบายการพัฒนาประเทศ ที่ทำให้คนทั้งชาติได้ประโยชน์สูงสุดจะดีกว่า
ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ นายสุวิทย์ คำดี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ นายธนูสินธุ์ ไชยสิริ ปลัดจังหวัดกาฬสินธุ์ นางสาวชุลีพร ภูสมสี ผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้เปิดรับฟัง 4 คำถาม ซึ่งส่วนใหญ่ไม่เชื่อเลยว่า การเลือกตั้งครั้งต่อไปจะได้รัฐบาลที่มีธรรมาภิบาล เพราะนักการเมืองยังคงมุ่งแสวงหาผลประโยชน์ อีกทั้งในส่วนของประชาชนก็ยังไม่เข้าใจหลักการธรรมาภิบาล แต่ก็ยังต้องการให้มีการเลือกตั้ง
นายณัฐณรงค์ สนศรี ประชาชนเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ กล่าวว่า ก่อนการเลือกตั้งต้องการให้รัฐบาลอธิบายถึงหลักธรรมาภิบาลให้ประชาชนเข้าใจ เพราะเชื่อว่านักการเมืองก็ยังคงแสวงหาผลประโยชน์ และบิดเบือนพฤติกรรมตนเองต่อประชาชนจนทำให้เกิดความหลงเชื่อที่ผิดเพราะยังเป็นสังคมอุปถัมภ์
ด้าน นายสุวิทย์ คำดี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า คำถาม 4 คำถามนี้ได้เปิดขึ้นรับฟังอย่างเป็นทางการในวันนี้ ทั้ง 18 อำเภอ และอีก 1 แห่งคือที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ ประชาชนสามารถเข้ามากรอกแบบสอบถามเพื่อให้ความเห็น โดยทั้งหมดจะถูกนำส่งต่อส่วนกลางเพื่อเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาประเทศชาติร่วมกัน
ที่จังหวัดบึงกาฬ นายพิสุทธิ์ บุษยพรรณพงศ์ ผวจ.บึงกาฬ นำข้าราชการพนักงานในศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดบึงกาฬ ทหารรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดบึงกาฬจัดเตรียมสถานที่และให้คำแนะนำกับประชาชนในการเข้าตอบคำถาม 4 ข้อ เพื่อรับทราบความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนผ่านศูนย์ดำรงธรรม หลังพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ตั้งคำถามไว้ในรายการ “ศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2560 เพื่อนำพาให้ชาติ “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ภายใต้ศาสตร์พระราชาให้ได้ โดยในเช้าวันนี้เริ่มมีประชาชนทยอยเข้ามาตอบคำถามกันบ้างแล้ว และส่วนใหญ่ตอบคำถามที่ 4 ไม่ยากให้นักการเมืองเก่าๆเข้ามาอีก
นายพิสุทธิ์ กล่าวว่า ทั้งนี้ เพื่อให้การรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชนเป็นไปอย่างทั่วถึง เท่าเทียม และเสมอภาค จังหวัดบึงกาฬ ได้สั่งการตามคำสั่งของกระทรวงมหาดไทย ให้ทุกอำเภอของจังหวัด เปิดสถานที่รับฟังความคิดเห็นต่อคำถาม 4 ข้อดังกล่าวของนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ 12 มิถุนายน 2560 เป็นต้นไป ในเวลาราชการ ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. ณ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดและอำเภอ ทั้งนี้ ยังไม่กำหนดระยะเวลาสิ้นสุดในการรับฟังความคิดเห็น โดยผู้แสดงความคิดเห็นจะต้องแสดงบัตรประจำตัวประชาชน และกรอกข้อมูลหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลัก และรายการอื่น ๆ ตามแบบสอบถามความคิดเห็นฯ พร้อมลงลายมือชื่อผู้แสดงความคิดเห็น
ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดขอนแก่น ศาลากลางหลังใหม่ อ.เมือง จ.ขอนแก่น นายสุวพงศ์ กิติภัทย์พิบูลย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น มาคอยดูแลความเรียบร้อยในการแสดงความคิดเห็นของประชาชน ในการตอบคำถาม ของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ใน 4 คำถาม โดยมี น.ส.สุรางรัตน์ ช่วยวงศ์ญาติ ผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดขอนแก่น และเจ้าหน้าศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดขอนแก่น คอยดูแลและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่เดินทางมาแสดงความคิดเห็น อย่างใกล้ชิด
ซึ่งบรรยากาศที่บริเวณศูนย์ดำรงธรรมภายในศาลากลางจังหวัดขอนแก่นหลังใหม่พบว่า มีประชาชน นักเรียน นักศึกษา ทยอยเดินทางเข้าร่วมแสดงความคิดเห็นต่อคำถามของพลเอกประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ใน 4 คำถามประกอบด้วย ประชาชนคิดว่าการเลือกตั้งครั้งต่อไป จะได้รัฐบาลที่มีธรรมาภิบาลหรือไม่ , หากไม่ได้จะทำอย่างไร , การเลือกตั้งเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งของประชาธิปไตย แต่การเลือกตั้งอย่างเดียวไม่คำนึงถึงเรื่องอนาคตของประเทศและเรื่องอื่นๆ เช่น ประเทศชาติจะมียุทธศาสตร์และการปฏิรูปหรือไม่นั้น ถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง และท่านคิดว่ากลุ่มนักการเมืองที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในทุกกรณี ควรจะมีโอกาสเข้ามาสู่การเลือกตั้งอีกหรือไม่ หากเข้ามาได้อีก แล้วจะให้ใครแก้ไขและแก้ไขด้วยวิธีอะไร ซึ่งทุกคำถามล้วนแต่มีความสำคัญที่รัฐบาลจะใช้เป็นแนวทางในการดำเนินการ ในรูปแบบประชาธิปไตย
นายสุวพงศ์ กิติภัทย์พิบูลย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ซึ่งได้เข้าตรวจเยี่ยมและดูแลความเรียบร้อย กล่าวว่า ตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ท่านก็ได้สั่งการให้หัวหน้าศูนย์ดํารงธรรมจังหวัด และศูนย์ดำรงธรรมประจำอำเภอทุกแห่งเตรียมความพร้อม ทางด้านสถานที่และเอกสารที่ทางกระทรวงมหาดไทยได้ส่งมาให้เป็นรูปแบบของคำถามคำตอบ พร้อมให้ศูนย์ดำรงธรรมทุกแห่งขึ้นป้ายไว้เพื่อให้ประชาชนทราบ ในส่วนของการประชาสัมพันธ์ได้ประชาสัมพันธ์ทางสื่อต่างๆไม่ว่าจะเป็นสื่อวิทยุทาง Application LINE ของผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น
ด้วยในช่วงนี้ประชาชนภายในจังหวัดส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรที่กำลังเริ่มลงงานภาคการเกษตร รวมทั้งประชาชนที่ทำงานในเวลาราชการ ทางจังหวัดจึงได้มีการจัดรับการแสดงความคิดเห็นกันถึงพื้นที่ ชุมชน โดยจะได้จัดเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมในทุกอำเภอ เข้ารับแบบสอบถามของประชาชนในเวลาช่วงหลังเสร็จภารกิจงานประจำวัน คือจังหวัดขอนแก่นเตรียมแผนศูนย์ดำรงธรรมเคลื่อนที่ ซึ่งถ้าประชาชนมีความลำบากในการคมนาคมในการเดินทางมาให้ข้อมูลกับทางเราทางจังหวัดก็จะเข้าไป จัดตั้งศูนย์ดำรงธรรมในเขตตำบลและหมู่บ้านที่ การเดินทางลำบากเพื่อเข้าไปรองรับข้อมูลข่าวสารและเพื่อให้ประชาชนได้ตอบคำถามได้อย่างไม่ต้องลำบากและสามารถรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในจังหวัดขอนแก่นได้อย่างทั่วถึง
ในส่วนความพร้อมของประชาชนและความเข้าใจของประชาชนนั้นตอนนี้ประชาชนที่อยู่ในเขตอำเภอเมืองและที่อยู่ในเขตตำบลหลักหลักในแต่ละอำเภอมีความรู้ในเรื่องของคำถามทั้ง 4 คำถามแต่ความเข้าใจในการตอบคำถามจะต้อง ดูผลของการตอบคำถามของประชาชนในส่วนหนึ่งก่อน ว่าจะมีความเข้าใจที่ตรงกันหรือไม่สำหรับระยะเวลาของการแสดงความคิดเห็นนั้น ทางส่วนกลางกระทรวงมหาดไทยยังไม่ได้ กำหนดระยะเวลาในการออกความคิดเห็นเราก็จะเปิดรับฟังความคิดเห็นไปเรื่อยเรื่อย เราก็พยายามที่จะระดมความคิดเห็นให้ได้มากที่สุด อย่างไรก็ตามยังคงมีเวลาที่จะให้ประชาชนได้ร่วมแสดงความคิดเห็น เพื่อที่ทางจังหวัดจะได้รวบรวมนำเสนอให้กับทางรัฐบาลต่อไป
น.ส.สุรางรัตน์ ช่วยวงศ์ญาติ ผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า สำหรับแบบสอบถามประเด็นความคิดเห็นเกี่ยวกับคำถาม 4 ข้อของท่านนายกรัฐมนตรีนั้น วันนี้เป็นวันแรกของการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ทั้งส่วนของจังหวัดและอำเภอทุกแห่งก็จะมีการจัดทำแบบสอบถามซึ่งแบบฟอร์มก็จะใช้เช่นเดียวกันทั้งประเทศในแบบสอบถามก็จะเน้นย้ำ ก็คือเรื่องของบัตรประชาชน ซึ่งการที่ประชาชนจะเดินทางเข้ามาแสดงความคิดเห็นสิ่งสำคัญเลยที่จะแสดงตัวตนของประชาชนคือเรื่องของบัตรประชาชนเลข 13 หลัก ตรงนี้เจ้าหน้าที่ จะขอให้ประชาชนได้แสดงบัตรประชาชนเพื่อเป็นการยืนยันบุคคลพร้อมกับกรอกเลข 13 หลัก พร้อมรายการข้อมูลอื่นอื่นๆ คือชื่อ นามสกุล ที่อยู่ อายุเพศ อาชีพ การศึกษา รวมทั้งหมายเลขโทรศัพท์ ส่วนประเด็นคำถามคำตอบเจ้าหน้าที่จะไม่เข้าไปก้าวล่วง จะเป็นสิทธิ์ของประชาชนโดยตรง สุดท้ายแบบสอบถามก็จะมีการให้ผู้ตอบแบบสอบถามได้ลงชื่อยืนยันตัวตนอีกครั้ง ซึ่งการที่ให้กรอกรายละเอียดทั้ง อายุ อาชีพ เพศ วัย และการศึกษา จะเป็นการเหมือนได้ทราบว่าประชาชนในแต่ละกลุ่ม ในแต่ละส่วนมีความต้องการอย่างไรกันบ้าง ซึ่งจะเหมือนได้ทราบความต้องการสะท้อนในแต่ละกลุ่มอายุเท่า นี้อาชีพนี้ มีความต้องการความประสงค์ แบบไหนที่จะให้ทางรัฐบาล และกระทรวงมหาดไทย ไปวิเคราะห์ต่อว่าเสียงสะท้อนของประชาชนแต่ละกลุ่มออกมาอย่างไร
นางประยูรณ์ พวงสุวรรณ อายุ56 ปี ชาวอำเภอเมือง จ.ขอนแก่น อาชีพเกษตรกร กล่าวว่า วันนี้ได้มาแสดงความคิดเห็นในประเด็น 4 ข้อของท่านนายก ซึ่งที่ผ่านมาเราอยากแสดงความคิดเห็นบ้างแต่ก็ไม่รู้จะไปบอกกับใคร วันนี้นายกท่านได้เปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีโอกาสพูดและแสดงความคิดเห็นก็เลยมา ซึ่งเรารู้สึกดีใจที่ท่านนายกเห็นความสำคัญและอยากรู้ว่าประชาชนอย่างเราๆอยากได้อะไร และต้องการอะไร ซึ่งวันนี้ที่ท่านนายกเปิดโอกาสให้ประชาชนนั้นได้แสดงความคิดเห็นนั้นตัวเองรู้สึกเป็นเรื่องที่ดีมากๆ แล้ววันนี้ก็ตั้งใจมาลงความคิดเห็นให้ท่านนายกรับฟังว่า ต้องการอะไรบ้าง ที่ผ่านผ่านมาเราเคยได้เลือกตั้งกันมาทุกสมัย แต่มาในยุคนี้เป็นไปตามธรรมชาติที่ต้องมีพัฒนาประเทศต่อไป แต่ถ้ามีการเลือกตั้งเราก็อยากจะเลือกตั้ง และยังอยากให้มีการเลือกตั้งอยู่ค่ะ

