มัสยิดกรือเซะและบริเวณใกล้เคียง เป็นแหล่งท่องเที่ยว สำคัญอันดับต้นๆของจังหวัดปัตตานี ทั้งยังเป็นสมบัติสำคัญของชาติ ถือเป็นมัสยิดก่ออิฐถือปูน หลังแรกๆ ของแหลมมลายู
นักท่องเที่ยว มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร ต่างมาเยี่ยมเยียนเป็นจำนวนมาก แต่ปัจจุบันพบว่า ขาดการดูแลเอาใจใส่ทั้งในด้านพัฒนาทรัพยากรและด้านบุคลากร การจัดการจัด ขาดการดูแล มีปัญหาหลายด้าน
มัสยิดกรือเซะถูกบูรณะไป ตั้งแต่ 13 ปีที่แล้ว หลังเกิดเหตุการณ์ในปี 2547 ใช้งบประมาณไปหลายล้านบาทโดยกรมศิลปากร และท่องเที่ยวจังหวัด เพื่อพัฒนาทัศนียภาพบริเวณรอบๆมัสยิดโดยหน่วยงานรัฐ
ขณะนี้หลังคา ผุพัง วัสดุ หมดอายุ มีรอยรั่วหลายจุดรอบๆ ในอาคารโถงละหมาดมีรอยรั่วจนทำให้ฝ้าเพดานเสียหาย ด้านนอก ลานมัสยิด ตรงมุมด้านขวา พื้นถล่มพังเป็นรูโหว่ รอบๆ ฝ้าเพดาน และที่ฉาบปูนทับ เกิดรอยร้าวทั้ง 3 แห่ง ชาวบ้านซ่อมแซมกันเองอย่างง่ายๆเบื้องต้นด้วยการอุดรอยรั่ว

บริเวณใกล้เคียงยังประกอบไปด้วย ศูนย์การเรียนรู้อารยธรรมจังหวัดปัตตานีเป็นอาคารขนาดกลาง จัดแสดงเป็น แหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์และอารยธรรมมลายูเพื่อบริการให้แก่นักท่องเที่ยว นิสิต นักศึกษาและ คนทั่วไปเปิดดำเนินการตั้งแต่ 24 กันยายน 2556 หลังจากบริการไม่นาน ถูกปิดเหมือนอาคารร้าง สภาพสกปรกอย่างมาก เป็นที่อยู่ของแพะแทน
ชาวบ้านเล่าว่าไม่มีบุคลากรดูแลมาหลายปีแล้ว ประตูทางเข้าด้านหน้าถูกปิดตาย รอบๆอาคารเต็มไปด้วย ขี้แพะ หญ้า รู้สึกเสียดายในงบประมาณ เป็นการลงทุนไม่คุ้มกับเม็ดเงิน นักท่องเที่ยวทั่วไปและเด็กๆที่มาทัศนาจรเรียนรู้แหล่งประวัติศาสตร์สำคัญจึงไม่สามารถเข้าชมได้
ตัวอาคาร แสดงจุดวางขายของสินค้าที่ระลึกถูกปิดตายเช่นกัน ไม่มีการดำเนินการมาหลายปี ส่วนของ ปืนใหญ่ จำลองพญาตานี ที่จัดแสดงไว้หน้าอาคาร ที่ถูกลอบวางระเบิดไป วันที่11 มิ ย ปี 2556 ปัจจุบันฐานปืนจำลองถูกวางไว้เป็น อนุสรณ์ เป็นที่เล่นสนุก ของเด็กๆ เท่านั้น
นายแวอาลี แวหะมะ ชาวบ้านกรือเซะ กล่าวว่า หลายส่วนขาดการจัดการดูแลและถูกทิ้งไว้มาหลายปี ยังไม่มีหน่วยงานเข้ามาดูแล รู้สึกเสียดายเป็นอย่างมาก ในส่วนของอาคารมัสยิดชาวบ้านยังไม่ได้ทำหนังสือรายงานหน่วยงานใดๆ เพราะเกรงว่า จะมีการดำเนินล่าช้า ชาวบ้านต้องใช้ละหมาด และใช้ประกอบปฎิบัติศาสนกิจกันเป็นประจำทุกๆวัน

ในเดือนรอมฎอน ชุมชนได้มีกิจกรรม ละศิลอด และมีการละหมาดตารอเวียะห์ ในยามค่ำคืน จึงต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้ากันไปก่อน จัดการกันเอง โดยผู้คนในชุมชนโดยลำพังเท่านั้น วอนขอหน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบโดยตรงเข้ามาดูแลปรับปรุงโดยด่วน ให้ทันช่วงเทศกาลวันฮารีรายอ หรือให้ทันกับช่วงฤดูฝนที่จะมาถึงไม่กี่เดือนข้างหน้า

