อธิการบดี มรภ.โคราช ชี้ “ทุจริตสอบท้องถิ่น” กระทบศรัทธาประชาชน วอนรัฐล้างบางถึงต้นตอ เสนอเอาผิดอาญา-ละเมิดแพ่งผู้ทุจริตสอบท้องถิ่นยกแผง
เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม รศ.ดร.อดิศร เนาวนนท์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา กล่าวถึงกรณี นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์เรื่องผลการตรวจสอบโกงสอบข้าราชการท้องถิ่น ของผู้ได้รับบรรจุเป็นราชการท้องถิ่นไปแล้ว 15,000 กว่ารายชื่อแรก ซึ่งเป็น 3 กลุ่มที่ได้เรียกบรรจุไป และพบข้อเท็จจริงว่า การประกาศผลคะแนนกับไฟล์รูปกระดาษคำตอบไม่ตรงกัน ประมาณ 5,000 คนนั้น การตรวจสอบครั้งนี้ถือเป็นเรื่องที่ดี และเป็นหลักฐานยืนยันชัดเจน ว่า มีการทุจริตแน่นอน และมีปริมาณที่ค่อนข้างเยอะ จำเป็นต้องมีการตรวจสอบอย่างละเอียด แต่อย่างน้อยถือเป็นข้อดีในการจำแนกคนทุจริตกับคนที่สอบได้ด้วยความรู้ความสามารถของตนเอง
ส่วนผลกระทบที่เกิดขึ้นกับหน่วยงานต่างๆ ที่มีส่วนร่วมในการจัดสอบฯ โดยเฉพาะสถาบันการศึกษา ตนตั้งข้อสังเกตว่า การทุจริตในระดับนี้ ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ หากขาดความร่วมมือหรือการรับรู้จากระดับปฏิบัติการภายในสถาบันการศึกษา จนทำให้เกิดกระบวนการ “ล็อกสเปก” เพื่อเอื้อประโยชน์ให้หน่วยงานบางแห่ง ซึ่งต้องอาศัยผู้ที่มีอำนาจและช่องทางในการดำเนินการกระบวนการนี้ให้สำเร็จ สถาบันการศึกษาจึงไม่ควรปฏิเสธความรับผิดชอบ และต้องร่วมกันตรวจสอบ
ส่วนช่วงเวลาระหว่างที่มีการตรวจสอบ แต่กลุ่ม 5,000 คน ที่พบความผิดปกติ ยังสามารถทำงานต่อไปได้ ตนมองว่า ย่อมผลกระทบต่อองค์กรและงบประมาณแน่นอน เพราะกระบวนการเอาคนออกต้องใช้เวลาตรวจสอบอย่างละเอียด แต่ความล่าช้าของกระบวนการตรวจสอบและกฎหมายที่ยังไม่ครอบคลุม อาจกลายเป็นปัจจัยที่ทำให้การแก้ไขปัญหาทุจริตไม่มีประสิทธิภาพ ยิ่งทิ้งระยะเวลาให้ผู้ถูกตรวจสอบทำงานต่อไปได้ นอกจากจะสร้างความเสียหายทางการคลังแล้ว ยังอาจทำให้ผู้กระทำผิดหลุดรอดไปได้ด้วย เพราะเคยมีบทเรียนจากเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นที่ สพฐ. เมื่อตรวจสอบแล้ว สุดท้ายก็ไม่สามารถเอาคนออกได้ แต่เคสนี้มีหลักฐานชี้ชัด ถ้าไม่ถูกออก ก็จะเป็นประเด็นพอสมควร และในเชิงงบประมาณ เงินเดือนที่จ่ายไปแล้วระหว่างรอการตรวจสอบ ก็ไม่สามารถเรียกคืนได้หากตรวจสอบพบความผิดในภายหลัง
รวมถึง กระบวนการเอาผิดเรื่องการทุจริตสอบ โดยปกติไม่มีกฎหมายลงโทษเอาผิดที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นความผิดทางอาญาหรือทางแพ่ง จึงทำให้เกิดช่องว่างทางกฎหมายการ จึงอยากเสนอให้มีการใช้กฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องมาบังคับใช้ เช่น ฐานการจ้างวาน หรือความผิดทางละเมิดทางแพ่ง เพื่อจะลงโทษทั้งผู้เข้าสอบที่สมรู้ร่วมคิด และเจ้าหน้าที่รัฐ รวมทั้ง ควรผลักดันให้มีกฎหมายเฉพาะสำหรับเอาผิดผู้กระทำผิดทุจริตสอบโดยตรง เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการดำเนินการ ซึ่งจะเป็นการอุดช่องโหว่ทางกฎหมายและยังใช้เป็นบรรทัดฐานเพื่อให้เป็นเยี่ยงอย่าง เพื่อไม่ให้เกิดการสมรู้ร่วมคิดระหว่างผู้เข้าสอบที่ต้องการตำแหน่ง กับเจ้าหน้าที่รัฐที่มีอำนาจในการเอื้อประโยชน์ อย่าให้จบเพียงเท่านี้ ต้องขยายผลจาก 5,000 คนออกไปอีก เพราะ “ความโปร่งใส” ในกระบวนการคัดเลือกข้าราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาดและครอบคลุมทุกมิติ เพื่อรักษาความเชื่อมั่นของสังคม จึงขอฝากไปถึงนายกรัฐมนตรี และปลัดกระทรวงมหาดไทย ให้เข้ามาดำเนินการให้ถึงที่สุด เมื่อเจอต่อก็ต้องลุย เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งระบบ” รศ.ดร.อดิศร ฯ กล่าว

