สคร.9 โคราช เตือนประชาชน เลี่ยงเมนูปลาน้ำจืดดิบ–อาหารสุกๆดิบๆ ป้องกันพยาธิใบไม้ตับ ลดเสี่ยงมะเร็งท่อน้ำดี
เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม จากกระแสข่าว นักศึกษาในพื้นที่ จ.มหาสารคาม ติดเชื้อพยาธิใบไม้ในตับของกว่า 4,000 คน สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา ออกมาแจ้งเตือนประชาชนหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่ปรุงจากปลาน้ำจืดเกล็ดขาวแบบดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ เช่น ก้อยปลา ลาบปลา พล่าปลา ปลาส้ม ปลาจ่อม และปลาร้าดิบ เนื่องจากอาจได้รับเชื้อพยาธิใบไม้ตับ ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของโรคมะเร็งท่อน้ำดี พร้อมแนะยึดหลัก “กินสุก สะอาด ปลอดภัย” ปรุงอาหารด้วยความร้อนทุกครั้ง และผู้ที่มีประวัติรับประทานปลาดิบควรเข้ารับการตรวจอุจจาระเพื่อค้นหาไข่พยาธิและรับการรักษาอย่างถูกต้อง

โดย นพ.สายลักษณ์ พิมพ์เกาะ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 (สคร.9) นครราชสีมา เปิดเผยว่า โรคพยาธิใบไม้ตับ เกิดจากการรับประทานปลาน้ำจืดเกล็ดขาวที่มีตัวอ่อนพยาธิและปรุงไม่สุก เช่น ปลาตะเพียน ปลาซิว ปลาสร้อย ปลาแก้มช้ำ ปลาขาวนา และปลากระสูบ ซึ่งเมื่อตัวอ่อนพยาธิเข้าสู่ร่างกาย จะเจริญเติบโตและอาศัยอยู่ในท่อน้ำดี ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรังของท่อน้ำดี หากติดเชื้อเป็นเวลานานหรือได้รับเชื้อซ้ำหลายครั้ง จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งท่อน้ำดี ซึ่งเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

“การหมัก การดอง การแช่น้ำปลา เกลือ น้ำมะนาว หรือเครื่องปรุงรสต่าง ๆ ไม่สามารถฆ่าตัวอ่อนพยาธิใบไม้ตับได้ วิธีป้องกันที่มีประสิทธิภาพ คือ การปรุงอาหารให้สุกด้วยความร้อนอย่างทั่วถึง เช่น ต้มในน้ำเดือดอย่างน้อย 10 นาที หรือใช้ไมโครเวฟกำลังไฟ 800 วัตต์ อย่างน้อย 10 นาที เพื่อทำลายตัวอ่อนพยาธิ
ขอแนะนำประชาชนให้ปฏิบัติตนเพื่อป้องกันโรคพยาธิใบไม้ตับ โดย 1.งดรับประทานปลาน้ำจืดเกล็ดขาวแบบดิบหรือสุกๆ ดิบๆ 2.ปรุงอาหารให้สุกด้วยความร้อนทุกครั้งก่อนรับประทาน 3.ถ่ายอุจจาระลงในส้วมที่ถูกสุขลักษณะ ไม่ถ่ายลงแหล่งน้ำ เพื่อตัดวงจรการแพร่กระจายของพยาธิ 4.ผู้เคยรับประทานปลาดิบเป็นประจำ ควรเข้ารับการตรวจอุจจาระค้นหาไข่พยาธิที่สถานบริการสาธารณสุข หากพบพยาธิควรปรึกษาแพทย์เพื่อทำการรักษา และ 5.ไม่ส่งเสริมหรือชักชวนเด็กและเยาวชนรับประทานอาหารประเภทปลาดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ” นพ.สายลักษณ์ กล่าว และว่า

ขอเชิญชวนให้ประชาชนเลิกรับประทานปลาดิบ และอาหารสุกๆ ดิบๆ สำหรับผู้ที่มีประวัติรับประทานปลาน้ำจืดดิบหรือสุก ๆ ดิบ ๆ เป็นประจำ หากมีอาการต่อไปนี้ ควรพบแพทย์ เช่น มีอาการเบื่ออาหาร น้ำหนักลด ท้องอืด ตับโต อาหารไม่ย่อย จุกเสียดและรู้สึกแน่นท้องที่ใต้ชายโครงขวา ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ ที่สำคัญขอให้รับประทานอาหารที่ปรุงสุกด้วยความร้อน ล้างผักให้สะอาดก่อนรับประทาน ถ่ายอุจจาระในส้วมที่ถูกสุขลักษณะทุกครั้ง และตรวจอุจจาระค้นหาไข่พยาธิปีละ 1 ครั้งเป็นประจำทุกปี หากมีข้อสงสัย สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422


ที่ร้าน “กระแต ตำแซ่บ” ภายในตลาดสดวงเวียน ประตู 1 ปากทางเข้ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส) นครราชสีมา ยังมีลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มนักศึกษาทยอยเดินทางมาซื้ออย่างต่อเนื่อง นางนิตยา เขียวคำ อายุ 46 ปี เจ้าของร้าน เผยว่า ส้มตำถือเป็นเมนูยอดนิยม อาจมีบางร้านที่ยังใช้สูตรปลาร้าไม่ได้ต้มสุก อาจมีความเสี่ยงติดเชื้อพยาธิฯได้ ลูกค้าควรสอบถามทางร้านเพื่อความมั่นใจก่อน
“หลังมีกระแสข่าวลูกค้าทั้งขาจรและขาประจำ โดยเฉพาะนักศึกษา มีความตื่นตัวได้สอบถามก่อน ปลาร้าได้ต้มสุกหรือดิบ เพื่อป้องกันความเสี่ยงในระดับหนึ่ง ซึ่งลูกค้าสามารถไว้ใจได้ในความสะอาดปลอดภัยในวัตถุดิบ โดยเฉพาะปลาร้าที่ร้านใช้ เป็นปลาร้าที่ทางร้านต้มเอง สะอาดปลอดภัย 100%” เจ้าของร้าน กล่าว




