หน้าแรก ภูมิภาค ‘เชียงใ...

‘เชียงใหม่’ถอดบทเรียน แก้ไฟป่า-PM2.5 ทำแผนรับมือปี 2570 มุ่งลดเผา-ยกระดับบูรณาการทำงาน

9.07.26 | 18:23 น.

‘เชียงใหม่’ถอดบทเรียน แก้ไฟป่า-PM2.5 เล็งต่อยอดสู่แผนรับมือปี 2570 มุ่งลดเผา-ยกระดับบูรณาการทำงาน

เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 ที่ห้องฝ้ายคำ ชั้น 1 อาคาร UNISERV มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดกิจกรรมถอดบทเรียน (After Action Review : AAR) การแก้ไขปัญหาไฟป่าและฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ของจังหวัดเชียงใหม่ ประจำปี 2569 โดยมี พล.ต.ชายแดน กฤษณสุวรรณ แม่ทัพน้อยที่ 3 คณะกรรมการแก้ไขปัญหาไฟป่าและฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) แบบบูรณาการ ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หัวหน้าส่วนราชการ ภาควิชาการ ภาคเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมทั้งในห้องประชุมและผ่านระบบ Zoom

ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น PM2.5 อย่างจริงจัง โดยขับเคลื่อนการทำงานในรูปแบบ Single Command พร้อมจัดตั้ง War Room ระดับจังหวัด อำเภอ และตำบล เพื่อบูรณาการการทำงานของทุกหน่วยงาน วางแผนป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ ควบคู่กับการรณรงค์งดการเผา การจัดทำแนวกันไฟ การประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจแก่ประชาชน และส่งเสริมการนำเศษวัสดุทางการเกษตรมาใช้ประโยชน์แทนการเผา เช่น การไถกลบตอซัง การทำปุ๋ยหมัก และการรับซื้อเศษวัสดุเพื่อผลิตเชื้อเพลิงชีวมวล รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดในพื้นที่ควบคุมการเผา

Advertisement

“แม้ในปี 2569 จังหวัดเชียงใหม่จะเผชิญกับสภาพอากาศที่เอื้อต่อการเกิดไฟป่า ทั้งอากาศร้อนจัด ฝนทิ้งช่วง ปริมาณเชื้อเพลิงสะสม และข้อจำกัดของพื้นที่ภูเขาสูง ทำให้จำนวนจุดความร้อนและพื้นที่เผาไหม้ยังสูงกว่าเป้าหมาย แต่จากความร่วมมือของทุกภาคส่วน สามารถลดผลกระทบที่เกิดกับประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจำนวนวันที่ค่าฝุ่น PM2.5 เกินมาตรฐาน และจำนวนผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจจากสถานการณ์หมอกควัน ลดลงต่ำกว่าเป้าหมายที่กำหนด“ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่

สำหรับกิจกรรมถอดบทเรียนครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อรวบรวมบทเรียนจากการดำเนินงานที่ผ่านมา วิเคราะห์จุดแข็ง จุดที่ต้องพัฒนา รวมถึงรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน เพื่อนำไปปรับปรุงแผนการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและฝุ่น PM2.5 ของจังหวัดเชียงใหม่ในปี 2570 ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น


ทั้งนี้ จากการสรุปบทเรียน พบว่า แนวทางสำคัญที่ควรเดินหน้าต่อ ได้แก่ การใช้มาตรการเดียวกันทุกพื้นที่แต่ปรับให้เหมาะกับบริบทของแต่ละชุมชน การบริหารงานที่มีความยืดหยุ่นตามสถานการณ์ การบูรณาการความร่วมมือข้ามหน่วยงานโดยไม่ยึดติดกับขอบเขตการปกครอง และการนำเทคโนโลยี เช่น ระบบติดตามข้อมูล จุดความร้อน กล้อง CCTV และอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) มาสนับสนุนการปฏิบัติงาน เพื่อให้การป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและฝุ่น PM2.5 ของจังหวัดเชียงใหม่เกิดผลอย่างยั่งยืนต่อไป