หน้าแรก ภูมิภาค แก๊งคอลเร่งย้...

แก๊งคอลเร่งย้ายฐาน จากสระแก้วมุ่งแม่สอด ตร.สกัดยึดมือถือ 1,171 เครื่อง ซิม 3 พันอัน

13.07.26 | 19:00 น.

ตำรวจอยุธยาสกัดขบวนการสแกมเมอร์ ยึดมือถือ 1,171 เครื่อง ซิมกว่า 3,000 อัน ก่อนลำเลียงสู่ชายแดน

ตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ขยายผลจับกุมเครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์ หลังพบมีการลำเลียงอุปกรณ์จำนวนมากเพื่อย้ายฐานปฏิบัติการจากชายแดนกัมพูชาไปยังชายแดนเมียนมา สามารถสกัดจับรถขนโทรศัพท์มือถือ 1,171 เครื่อง ซิมการ์ดกว่า 3,000 อัน พร้อมโน้ตบุ๊กและอุปกรณ์เชื่อมต่อสัญญาณจำนวนมาก ก่อนถึงปลายทางอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก

เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พล.ต.ต.สุรวุฒิ แสงรุ่งเรือง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย นายประพันธ์ ตรีบุบผา รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหา พร้อมตรวจยึดของกลาง ประกอบด้วย โทรศัพท์มือถือ 1,171 เครื่อง ซิมการ์ดกว่า 3,000 อัน โน้ตบุ๊ก 4 เครื่อง และอุปกรณ์เชื่อมต่อสัญญาณอีกจำนวนมาก

Advertisement

พล.ต.ต.สุรวุฒิ เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นผลจากการขยายผลสืบสวน หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สามารถจับกุมแก๊งสแกมเมอร์ชาวต่างชาติได้ 5 คน ในพื้นที่อำเภอบางปะหัน เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคมที่ผ่านมา ก่อนสืบทราบว่าขบวนการดังกล่าวกำลังเร่งขนย้ายอุปกรณ์และเปลี่ยนฐานปฏิบัติการจากจังหวัดสระแก้ว ผ่านพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มุ่งหน้าไปยังอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ซึ่งเป็นพื้นที่ติดชายแดนเมียนมา

ต่อมาเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม เจ้าหน้าที่นำกำลังเข้าสกัดจับรถยนต์ต้องสงสัยได้บริเวณใต้สะพานต่างระดับอยุธยา ถนนสายเอเชีย ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 18 ตำบลคลองสวนพลู อำเภอพระนครศรีอยุธยา จับกุม นายรุ่งโรจน์ อายุ 52 ปี ผู้ขับขี่รถยนต์ พร้อมตรวจค้นพบกระเป๋าเดินทางหลายใบ ภายในบรรจุโทรศัพท์มือถือ 1,171 เครื่อง ซิมการ์ดกว่า 3,000 อัน โน้ตบุ๊ก 4 เครื่อง และอุปกรณ์เชื่อมต่อสัญญาณจำนวนมาก จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลาง

เจ้าหน้าที่ระบุว่า หากอุปกรณ์ทั้งหมดถูกลำเลียงถึงชายแดนและนำไปใช้ในการก่อเหตุของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อประชาชนและระบบเศรษฐกิจเป็นวงกว้าง จึงได้ประสานผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเข้าตรวจสอบข้อมูลในโทรศัพท์และซิมการ์ดทั้งหมด เพื่อขยายผลติดตามผู้บงการและเครือข่ายที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

เบื้องต้น พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาตามพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ฐานเป็นธุระจัดหา ซื้อขาย หรือกระจายซิมการ์ด มีโทษจำคุกตั้งแต่ 2-5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 200,000-500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และข้อหา เปิดหรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้ซิมการ์ด มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ก่อนนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางดำเนินคดีและเร่งขยายผลติดตามผู้ร่วมขบวนการต่อไป