หน้าแรก ภูมิภาค ไลฟ์การ์ดเข้ม...

ไลฟ์การ์ดเข้ม ห้ามฝืนธงแดงลงเล่นน้ำ หลังเกิดเหตุ นทท.จมน้ำเสียชีวิต 1 ราย

13.06.17 | 15:45 น.

จากกรณีที่ จ.ภูเก็ต มีคลื่นลมในทะเลค่อนข้างแรง จนเกิดเหตุประชาชนและนักท่องเที่ยวถูกคลื่นซัดจมน้ำหลายรายในช่วง 2 วันที่ผ่านมา โดย 3 รายแรก เกิดขึ้นที่หาดกะรน ต.กะรน อ.เมืองภูเก็ต เมื่อช่วงค่ำวันที่ 11 มิถุนายน กลุ่มชายไทยลงเล่นน้ำ 3 ราย ถูกคลื่นซัดจมหาย ช่วยไว้ได้ 2 ราย และจมหาย 1 ราย สุดท้ายพบว่าเสียชีวิต และล่าสุดช่วงสายวันที่ 12 มิถุนายน ที่หาดป่าตอง อ.กะทู้ นักท่องเที่ยวชาวจีน 4 รายลงเล่นน้ำ ถูกคลื่นซัดจมไป 3 ราย เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือได้ทั้งหมด แต่มี 1 รายอาการสาหัส นำส่งโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ส่วนอีก 2 รายนำส่งโรงพยาบาลป่าตอง ซึ่งทั้งสองเหตุการณ์มีสาเหตุมาจากการฝ่าฝืนธงแดง ทำให้หน่วยงานที่ดูแลความปลอดภัยทางทะเลต้องเพิ่มมาตรการตักเตือน โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ไลฟ์การ์ด องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ในหลายพื้นที่ต้องกำชับเจ้าหน้าที่คุมเข้มจุดเสี่ยงของแต่ละหาด โดยเฉพาะที่หาดป่าตอง อ.กะทู้ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ เจ้าหน้าที่ไลฟ์การ์ดได้เข้าประจำจุดทั้ง 6 จุดตลอดชายหาดตั้งแต่เช้าตรู่ เพื่อสำรวจและปักธงเตือนจุดเสี่ยงแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว รวมถึงตรวจสอบความพร้อมอุปกรณ์และฝึกซ้อมร่างกายให้มีความแข็งแรง
นายสมประสงค์ แสงชาติ หัวหน้าไลฟ์การ์ด หน่วยอำเภอกะทู้ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุขึ้นบ่อยครั้งทำให้ในวันนี้เจ้าหน้าที่ต้องเพิ่มความเข้มในการตักเตือนนักท่องเที่ยวมากขึ้น ถึงแม้ว่าจะทำให้มีนักท่องเที่ยวบางส่วนไม่พอใจ แต่ก็จำเป็นต้องทำเพื่อความปลอดภัยในชีวิตของนักท่องเที่ยวเอง ที่ผ่านมาปัญหาที่พบคือ นักท่องเที่ยวไม่สนใจคำเตือน คิดว่าตัวเองว่ายน้ำได้ ว่ายน้ำเก่ง แต่ไม่เข้าใจว่าจุดเสี่ยงที่เตือนนั้นมันอันตรายกว่าที่คิด เพราะมันมีคลื่นใต้น้ำที่ดูดหมุนวนออกไป หากไม่มีอุปกรณ์ทุ่นแรงก็อาจจะหมดแรงและจมน้ำเสียชีวิตในที่สุด ซึ่งกลุ่มนักท่องเที่ยวที่พบฝ่าฝืนธงแดงส่วนใหญ่เป็นชาวรัสเซียและชาวจีน


“สำหรับที่หาดป่าตองนั้นมีจุดเฝ้าระวังสังเกตการณ์ของเจ้าหน้าที่ทั้งหมด 6 จุด ตลอดแนวชายหาด แต่ละจุดมีเจ้าหน้าที่ประมาณ 3-4 คน พร้อมบอร์ด (กระดานโต้คลื่น) บางจุดมีเจ็ตสกีไว้ช่วยเหลือ นอกจากนี้ยังมีเครือข่ายผู้ประกอบการเรือลากร่ม เจ็ตสกี ที่พร้อมช่วยเหลือหากเกิดเหตุขึ้น โดยในทุกวันภารกิจของเจ้าหน้าที่คือจะต้องเดินสำรวจจุดเสี่ยงที่เป็นน้ำดูด น้ำวน หรือที่เรียกว่า Rip Current ซึ่งเป็นจุดที่มีคลื่นใต้น้ำซัดจากฝั่งออกไปยังทะเล ซึ่งในแต่ละวันอาจจะมีมากหรือน้อยไม่เท่ากัน และตำแหน่งอาจจะเคลื่อนย้ายไม่ตรงกัน เมื่อพบก็จะต้องปักธงแดงหรือล้อมรั้วเป็นแนวให้เห็นชัดๆ หากมีนักท่องเที่ยวเข้าไปในจุดดังกล่าวจะต้องรีบเข้าไปเตือน หรือเป่านกหวีดเตือนให้ออกจากจุดดังกล่าวทันที” นายสมประสงค์กล่าว

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยังโรงพยาบาล 2 แห่งเพื่อติดตามอาการของนักท่องเที่ยวที่ถูกคลื่นซัดจมน้ำที่หาดป่าตอง ซึ่งแห่งแรกที่โรงพยาบาลป่าตอง อ.กะทู้ สอบถามไปยังนายแพทย์ศิริชัย ศิลปอาชา ผู้อำนวยการโรงพยาบาล ระบุว่า จากที่รับแจ้งเมื่อวานนี้ มีนักท่องเที่ยวจมน้ำทั้งหมด 4 ราย มี 3 ราย ที่ส่งมาตรวจที่โรงพยาบาลป่าตอง ซึ่ง 2 รายแรกอาการปลอดภัย แพทย์อนุญาตให้กลับแล้วตั้งแต่เมื่อวาน และมี 1 ราย ที่แพทย์สั่งให้พักฟื้นดูอาการที่โรงพยาบาล แต่ผู้ป่วยไม่ประสงค์จะนอนโรงพยาบาล จึงนัดให้มาตรวจร่างกายซ้ำที่โรงพยาบาลในวันนี้ ซึ่งผลการตรวจร่างกายพบว่าปกติจึงอนุญาตให้กลับได้เช่นกัน ส่วนอีกรายเป็นหญิงไม่ทราบชื่อ ที่นำส่งเข้ารับการรักษาต่อที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ตเนื่องจากมีอาการสาหัสนั้น สอบถามอาการล่าสุดจากฝ่ายประชาสัมพันธ์ของสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งได้ตรวจสอบข้อมูลไปที่โรงพยาบาล ระบุว่า ขณะนี้ผู้ป่วย น.ส.หยาง อารัน อายุ 27 ปี อาการปลอดภัยแล้ว แต่ยังคงต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ โดยคนไข้รู้สึกตัวดี แต่ยังมีอาการตอบสนองไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ แพทย์จึงยังต้องให้พักรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู ของโรงพยาบาลวชิระภูเก็ตไปอีกระยะ ขณะเดียวกันทางครอบครัวและญาติได้เดินทางมาดูแลแล้ว คาดว่าจะออกจากโรงพยาบาลในวันที่ 18 มิถุนายนนี้