หน้าแรก ภูมิภาค ครูสังเกต 2 พ...

ครูสังเกต 2 พี่น้อง ม.1และป.4 ซึมเศร้า ก่อนรู้ความจริงถูกพ่อเลี้ยงละเมิด ตร.รวบตัวแจ้งข้อหาหนัก

15.07.26 | 14:22 น.
พ่อเลี้ยง

ครูสังเกต 2 พี่น้อง ม.1และป.4 ซึมเศร้า ก่อนรู้ความจริงถูกพ่อเลี้ยงละเมิด ตร.รวบตัวแจ้งข้อหาหนัก

เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาว เอ (นามสมมุติ) มารดาวัย 42 ปี ชาวอำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.สีคิ้ว หลังพบลูกสาวแท้ๆ 2 คน คือ เด็กหญิง บี (นามสมมุติ) อายุ 10 ปี เรียนชั้น ป.4 และเด็กหญิง ซี (นามสมมุติ) อายุ 13 ปี เรียนชั้น ม.1 ถูกนายอุษา เอกอาวุธ อายุ 42 ปี เป็นพ่อเลี้ยง ก่อเหตุข่มขืนกระทำชำเรา โดยได้มีการแจ้งความไว้เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 14 กรกฎาคมที่ผ่านมา

ซึ่งเหตุดังกล่าวถูกเปิดเผยขึ้น เนื่องจากครูของโรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ เป็นครูประจำชั้น สังเกตเห็นพฤติกรรมของเด็กหญิงทั้งสองคน ว่า มีอาการซึมเศร้าและวิตกกังวลอย่างผิดปกติ จึงได้เข้าไปพูดคุยและสอบถามด้วยความห่วงใย จนกระทั่งเด็กทั้งสองยอมเปิดปากเล่าความจริงอันเลวร้าย ว่า ถูกพ่อเลี้ยงข่มขืนกระทำชำเรามาอย่างต่อเนื่อง เมื่อครูทราบเรื่องจึงรีบประสานงานและพาเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งความดำเนินคดีทันที

และหลังจากมารดาของเด็กทั้งสองคนทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้น รู้สึกตกใจและสะเทือนใจเป็นอย่างมาก เบื้องต้นได้รีบนำตัวลูกสาวทั้ง 2 คน ส่งไปตรวจร่างกายอย่างละเอียดที่โรงพยาบาลสีคิ้ว เพื่อใช้เป็นหลักฐานสำคัญในการดำเนินคดี

พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ธัชพล ชิณวงศ์ ผกก.สภ.สีคิ้ว และชุดสืบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนที่ผู้ต้องหาจะเดินทางเข้ามามอบตัวพร้อมกับพี่ชาย และพาไปชี้จุดเกิดเหตุ ถ่ายรูปทำแผน เพื่อเป็นพยานหลักฐาน และแจ้งข้อกล่าวหากับ “นายอุษา” พ่อเลี้ยงรายนี้ ในข้อหา “กระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกิน 13 ปี” ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหา ส่งศาลสีคิ้วดำเนินคดีต่อไป

Advertisement

พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ เปิดเผยความคืบหน้าของคดีว่า สำหรับข้อกล่าวหา เบื้องต้นพนักงานสอบสวนดำเนินคดีในความผิดฐาน “กระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกิน 13 ปี” เนื่องจากการสอบสวนพบว่า เหตุเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 3-4 ปีก่อน แล้วก็โดนมาโดยตลอดจนถึงปัจจุบัน ซึ่งขณะเกิดเหตุ เด็กยังมีอายุไม่ถึง 13 ปี แม้ปัจจุบัน ลูกเลี้ยงคนหนึ่งจะมีอายุเกือบ 14 ปี และกำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 แล้วก็ตาม

พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ กล่าวต่อว่า ส่วนเด็กทั้งสองคน หลังจากนี้จะเข้าสู่กระบวนการดูแล ช่วยเหลือ และคุ้มครองตามกฎหมาย รวมถึงขั้นตอนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เด็กได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม อยากฝากถึงผู้ปกครองให้ช่วยกันสอดส่องดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะหากพบความผิดปกติ เช่น เด็กมีอาการซึมเศร้า ไม่ร่าเริงเหมือนเดิม หรือมีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไป ควรรีบเข้าไปพูดคุยและสอบถามด้วยความใส่ใจ เพราะอาจมีเหตุผิดปกติเกิดขึ้นกับเด็กโดยที่ผู้ปกครองไม่ทราบ

พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ กล่าวว่า พร้อมกันนี้ ขอกล่าวชื่นชมและขอบคุณคุณครูของโรงเรียนที่เอาใจใส่นักเรียน หลังสังเกตเห็นความผิดปกติของเด็ก แล้วเข้าไปพูดคุยและสร้างความไว้วางใจ จนเด็กยอมเปิดเผยเรื่องราวที่เกิดขึ้น ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าช่วยเหลือเด็กได้อย่างทันท่วงที และนำไปสู่การดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดตามกฎหมาย

พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ ขอย้ำว่า การป้องกันเหตุลักษณะดังกล่าว จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทั้งครอบครัว โรงเรียนและบุคคลใกล้ชิด ให้ช่วยกันสังเกตพฤติกรรมและดูแลเด็กในความดูแล หากพบสิ่งผิดปกติควรเร่งตรวจสอบและแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือเด็กได้โดยเร็ว