ร่างน้องกวาง มือคีย์บอร์ด วงทศกัณฐ์ ถึงวัดบ้านเกิดแล้ว น้องสาวเผย โรงเรือนผักที่บ้านสร้างเสร็จแล้ว พี่จะออกจากวงสิ้นเดือน เตรียมปลูกผักขาย
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 15 กรกฎาคม ที่วัดแหลมคาง ต.แม่ลา อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งนำร่าง พันจ่าอากาศเอก พฤฒิพงษ์ พุดมอญ หรือ กวาง นักดนตรีวงทศกัณฐ์ ที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ไฟไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ส่งให้กับพ่อแม่และญาติดำเนินพิธีทางศาสนา โดยมี น.ส.ชัญญานุช น้องสาวของกวางนั่งมากับร่างพี่ชาย บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า
เมื่อพ่อแม่เห็นร่างของน้องกวางได้ร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจ แม่โผเข้ากอดรูปที่น้องสาวถือมาพร้อมพูดว่า “แม่ขอกอดหน่อย แม่ขอกอดหนูเป็นครั้งสุดท้าย”

บรรยากาศที่วัด ญาติพี่น้องได้จัดเตรียมสถานที่เพื่อจัดพิธีสวดพระอภิธรรม พร้อมนำคีย์บอร์ด แซกโซโฟน และชุดทหารมาตั้งหน้าโลง กำหนดการรดน้ำศพจะมีขึ้นในเวลา 16.00 น. และตั้งสวดพระอภิธรรมจำนวน 3 คืน ในเวลา 19.30 น. และจะทำพิธีฌาปนกิจวันที่ 18 ก.ค.
นายวิศิษฐ์ศักดิ์ อายุ 51 ปี ญาติของกวาง เปิดเผยว่า เสียใจกับเหตุการณ์ดังกล่าว มันไม่น่าจะเกิดขึ้น ปัญหาไฟไหม้เกิดขึ้นแบบนี้หลายครั้งแล้ว ผับ บาร์ โรงเบียร์ควรมีการแก้ไขอย่างจริงจัง ขอให้เหตุการณ์ในครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย
ด้านนายสุรพล อายุ 67 ปี ลุงของกวาง เล่าว่า ตามข่าวน้องกวางเป็นผู้เห็นไฟไหม้ก่อนและรีบบอกให้สมาชิกในวง 11 คนวิ่งหนี แต่เขายังไม่หนี เขาถึงได้เสียชีวิต ถ้าเกิดเขากระโดดหนีก่อนเขารอด ถือว่าเขาเป็นฮีโร่ในเหตุการณ์

จากนั้นผู้สื่อข่าวได้ไปที่บ้าน พบโรงเรือนปลูกผักสลัดสร้างเสร็จแล้วจำนวน 3 โรงเรือน และมีกล่องสำหรับปลูกผักอยู่จำนวนมาก และมีผักสลัดที่ปลูกแล้วอยู่จำนวนหนึ่ง ซึ่งก็ตรงกับที่หัวหน้าวงทศกัณฐ์บอกว่า กวางจะออกจากวงสิ้นเดือนนี้ เพื่อปลูกผักสลัดขาย และรับราชการที่กรมยุทธศึกษาทหารอากาศที่กวางเป็นอยู่แล้วเดิม
น.ส.ชัญญานุชเปิดเผยว่า ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ แต่จะเสียใจไม่นานตามที่พี่ต้องการ พยายามจะตั้งสติ ตั้งหลักดูแลครอบครัวต่อไป พี่ชายเป็นเสาหลักของบ้าน ดูแลครอบครัว ดูแลพ่อ ดูแลแม่ ดูแลน้องมาตลอด ใจดีมากกับทุกคน เป็นที่รักคนอื่น ช่วยเหลือคนอื่นเสมอ ใครมาขอความช่วยเหลือ เป็นคนตั้งใจจริง เป็นคนขยันอดทน สมกับที่เขาเป็นชายชาติทหารคนหนึ่ง
น.ส.ชัญญานุชกล่าวว่า เหตุการณ์ในครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน เขาเป็นคนแรกที่เห็นเหตุการณ์ไฟไหม้ เขาเป็นคนแรกที่บอกให้ทุกคนหนี เขาพยายามให้ทุกคนปลอดภัยที่สุด แล้วเขาคิดว่าเขาจะออกมาได้ แต่สุดท้ายแล้วเขาก็ไม่ได้ออกมา

“พี่ชายเล่นดนตรีมาหลายสิบปีแล้ว วันนึงนอนแค่ไม่ถึงชั่วโมง เล่นดนตรีเสร็จตี 1 ตี 2 นอนเช้า ตื่นมาทำงานต่อ เขาบอกว่าเขาเหนื่อย อยากนอนพักแล้ว ล่าสุดที่เขาบอกกับหนูคืออยากกลับบ้านมาทำโรงเรือนปลูกผักที่เขาทำอยู่ให้มันสำเร็จ สิ้นเดือนนี้เขาจะเล่นดนตรีเป็นเดือนสุดท้าย หลังจากทำงานราชการทหารอากาศที่ดอนเมือง วันเสาร์-อาทิตย์จะกลับมาทำโรงผัก แต่ก็ไม่ทัน เขาคงได้พักเร็วเกินไป
อยากจะบอกกับพี่ชายครั้งสุดท้ายว่า ขอบคุณที่เขาดูแลพ่อแม่ ดูแลน้องมาตลอด ที่บอกว่าอยากพักผ่อนคือได้พักผ่อนแล้ว อะไรที่เขาทำอยู่เขาก็ทำสำเร็จแล้ว ถึงเวลาที่เขาต้องพักสักที หลับให้สบาย หนูจะทำตามสัญญาก็คือพากลับบ้านมาหาพ่อหาแม่ ไม่ต้องนอนในรถเหมือนที่ทำอยู่บ่อยๆ กลับมานอนที่บ้าน ในห้องนอนของตัวเอง นอนที่นอน หมอน ผ้าห่มที่มันอบอุ่น ห้องแอร์ที่มันเย็นๆ หนูเอาเครื่องดนตรีที่พี่รักกลับมาให้ด้วย นั่งเล่นดนตรีที่บ้านให้มีความสุข ว่างๆ ก็ออกไปดูสวนผักที่ตัวเองอยากทำ เหนื่อยก็นอนพัก หิวก็มากินข้าว ชีวิตพี่ไม่ต้องทำอะไรแล้ว ก็รักเขา หนูอาจจะไม่ได้บอกเขาบ่อย แต่เค้ารู้อยู่ว่าหนูรักเค้าค่ะ” น.ส.ชัญญานุชกล่าว



