หน้าแรก ภูมิภาค ตำรวจอุดรฯ ทล...

ตำรวจอุดรฯ ทลายศูนย์ Payment Gateway เครือข่ายบัญชีม้า รวบ 8 ผู้ต้องหาแก๊งคอล รับคำสั่งจากปท.เพื่อนบ้าน

16.07.26 | 14:45 น.

ตำรวจอุดรฯ ทลายศูนย์ Payment Gateway รวบ 8 ผู้ต้องหาเครือข่ายบัญชีม้า สั่งการจากปท.เพื่อนบ้าน

เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 ที่หน้ากองบังคับตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี พล.ต.ต.ธวัชชัย ถุงเป้า ผบก.ภ.จ.อุดรธานี พร้อม พ.ต.อ.ฉกาจน์ เทียมวงศ์ พ.ต.อ.อนุศักดิ์ ศักดาวัชรานนท์ รอง ผบก.ภ.จ.อุดรธานี พ.ต.อ.จักรภพ ศรีจันทะ ผกก.สส.ภ.จ.อุดรธานี ร่วมกันแถลงข่าวจับเครือข่ายบัญชีม้า ได้ผู้ต้องหา ประกอบด้วย น.ส.พรรณิกา ศรีกระทุม หรือ จ๋า อายุ 33 ปี บ้านเลขที่ 321/7 หมู่ 2 ต.บ้านเลื่อม อ.เมือง จ.อุดรธานี น.ส.ชลธิชา นราศร อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 163 หมู่ 6 ต.สีกาย อ.เมือง จ.หนองคาย นายธนายุทธ นราศร อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 163 หมู่ 6 ต.สีกาย อ.เมือง จ.หนองคาย และ น.ส.พรทิพย์ แสนหล้า อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 34 หมู่ 9 ต.ท่าบ่อ จ.หนองคาย พร้อมของกลาง เงินสด 152,690 บาท สมุดบัญชีธนาคารของผู้ต้องหา 19 เล่ม บัตรเอทีเอ็ม 22 ใบ โน้ตบุ๊ก 1 เครื่อง CPU 3 เครื่อง อุปกรณ์กระจายสัญญาณ (เราเตอร์ ) 1 ตัว โทรศัพท์มือถือ 43 เครื่อง

โดยกล่าวหา “ร่วมกันเป็นธุระจัดหา โฆษณา หรือไขข่าวโดยประการใดๆ เพื่อให้มีการซื้อขาย ให้เช่า หรือให้ยืมบัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือความผิดอาญาอื่นใด” ตาม พ.ร.ก.มาตราการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ.2566 มาตรา 10 โดยจับกุมได้ที่บ้าน บ้านเลขที่ 321/7 หมู่ 2 ต.บ้านเลื่อม อ.เมือง จ.อุดรธานี และบ้านเลขที่ 70/46 ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี

พ.ต.อ.ฉกาจน์ เปิดเผยว่า ตำรวจกองกำกับการสืบสวนภูธรจังหวัดอุดรธานี สืบทราบว่า มีกลุ่มบุคคลตั้งตัวเป็นศูนย์จัดการระบบบัญชีม้า เพื่อสนับสนุนอาชญากรรมทางไซเบอร์ที่สำนักงานอยู่กลางเมืองอุดรธานี และที่บ้านพัก จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานยื่นขอหมายค้นจากศาลแขวงอุดรธานี เพื่อเข้าตรวจค้น 2 จุด ซึ่งตำรวจได้นำหมายค้นศาลแขวงจังหวัดอุดรธานี ที่ ค 27 / 2569 เข้าค้นที่บ้านเลขที่ 321/7 หมู่ 2 ต.บ้านเลื่อม อ.เมือง จ.อุดรธานี พบ น.ส.พรรณิกา และ น.ส.ชลธิชา อยู่ภายในบ้าน ตรวจค้นภายในบ้าน พบโทรศัพท์มือถือ 20 เครื่อง คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก บัญชีธนาคาร 8 เล่มซุกซ่อนไว้ในห้องนอน

Advertisement

จากการสอบสวน น.ส.พรรณิกา และ น.ส.ชลธิชา ให้การรับสารภาพว่า มีหน้าที่คอยโอนเงินตามคำสั่งนายจ้าง และทำหน้าที่รวบรวมบัญชีม้าร่วมกับ นายธนายุทธ และ น.ส.พรทิพย์ ซึ่งต่อมานายธนายุทธ ได้เดินทางมาที่บ้านพอดี จึงถูกจับกุม ซึ่งจากการขยายผล สามารถจับกุม น.ส.พรทิพย์ ได้ รวมผู้ต้องหา 4 คน

ต่อมา ตำรวจได้นำหมายค้นศาลแขวงจังหวัดอุดรธานี ที่ ค 28 /2569 เข้าค้นบ้านเลขที่ 70/46 ต.หมากแข้ง อ.เมือง จ.อุดรธานี ซึ่งถูกใช้เป็นสำนักงานปฏิบัติงานเครือข่ายเดียวกัน พบคอมพิวเตอร์ 3 เครื่อง กำลังเปิดใช้งานระบบควบคุมระยะไกลเพื่อจำลองโทรศัพท์เคลื่อนที่ โทรศัพท์มือถือ 21 เครื่อง สมุดบัญชีธนาคารจำนวนมาก ลักษณะทำหน้าที่คล้ายระบบตัวกลางรับชำระเงินทางอิเลคทรอนิกส์ (Payment Gateway ) ของอาชญากรรม ซึ่ง น.ส.พรรณิกา ยังรับสารภาพว่า เงินที่ได้จากการทำขบวนการถูกนำไปพักในบัญชีส่วนตัว และยินยอมให้ตำรวจถอนเงิน 152,690 บาท ตรวจยึดเป็นของกลาง

พ.ต.อ.ฉกาจน์ กล่าวอีกว่า ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 สั่งการให้กวาดขันจับกุมเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ซึ่งปัจจุบันจะเห็นว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์ถูกทลายในเขตกัมพูชา จึงขยับขยายมาอยู่ประเทศเพื่อนบ้านทางภาคอีสาน ซึ่งพ.ต.อ.จักรภพ ผกก.สส.ภ.จ.อุดรธานี สืบทราบว่าแก๊งดังกล่าวมาเช่าบ้านในพื้นที่ จ.อุดรธานี เช่าบ้านในมุมอับ ไม่ค่อยมีผู้คนผ่าน หรือ สังเกต โดยตั้งเซิฟเวอร์ใช้คอมพิวเตอร์เป็นศูนย์กลาง แล้วจ้างคนไทยดำเนินการโอนเงินผ่านโทรศัพท์ โดยผู้รับจ้างจะอยู่ในบ้าน โอนเงินตามคำสั่งของผู้สั่งการจากต่างประเทศ มีบัญชีม้าหลอกผู้เสียหายซึ่งมีเคสไอดีอยู่ทั่วประเทศสั่งการมาที่จุดที่เช่าบ้านแล้วโอนเงินทางโทรศัพท์จากบัญชีม้าไปยังบัญชีต่างๆ โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหา 4 คน พร้อมของกลางโทรศัพท์มือถือ 64 เครื่อง บัญชีม้าและบัตรเอทีเอ็ม

”วิธีการ คือ มีการส่งโทรศัพท์มาให้ กำหนดรหัสโทรศัพท์แต่ละเครื่อง ซึ่งติดตั้งแอพธนาคาร เมื่อมีการสั่งการมา ผู้ทำหน้าที่จะโอนเงินไปบัญชีเป้าหมายตามผู้สั่งการจากต่างประเทศ สั่งการผ่านเน็ต มีเครื่องคอมพิวเตอร์รับสัญญาณจากต่างประเทศ มีมูลค่าความเสียหายหลายล้านบาท วิธีการนี้เป็นวิธีการใหม่ เรียกว่า Payment Gateway (ช่องทางการชำระเงิน)ที่คนร้ายนำมาทำความผิด” พ.ต.อ.ฉกาจน์