นักวิชาการ ชี้ไทยยัง ไม่มีกฎหมายแพ่ง-อาญา เอาผิดทุจริตสอบท้องถิ่น มีแค่การปรับตกเท่านั้น แนะยกเครื่องใช้มาตรฐาน ก.พ. สกัดโกง
เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม นายอดิศร เนาวนนท์ นักวิชาการ ได้ออกมาแสดงความห่วงใยถึงปัญหาการทุจริตสอบเข้ารับราชการที่กำลังเป็นประเด็นร้อน โดยเฉพาะในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ซึ่งมีปัญหาฝังรากลึกและน่ากังวลอย่างยิ่ง เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยยัง ไม่มีกฎหมายอาญาหรือกฎหมายแพ่งที่เอาผิดกับการทุจริตสอบโดยตรง มีเพียงกระบวนการจัดการภายในคือการปรับตกเท่านั้น ทำให้เมื่อตรวจพบการทุจริตในภายหลัง ผู้เข้าสอบที่สมยอมมักรอดตัวจากการดำเนินคดี เว้นแต่จะเข้าข่ายการจ้างวานผู้อื่นหรือมีหลักฐานเส้นทางการเงินที่ชัดเจนซึ่งหาได้ยากมาก ขณะที่มาตรการขึ้นบัญชีดำ (Blacklist) ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ก็ยังมีความคลุมเครือว่าจะครอบคลุมถึงการสอบของหน่วยงานอื่นด้วยหรือไม่
นายอดิศร กล่าวว่า ส่วนการเรียกคืนเงินเดือนและสิทธิประโยชน์จากผู้ที่ทุจริตจนเข้าไปทำงานแล้วก็เป็นเรื่องที่ดำเนินการได้ยาก อย่างไรก็ตาม ดร.อดิศร เน้นย้ำว่าปัญหาที่แท้จริงและน่าสะพรึงกลัวที่สุดคือ กลุ่มผู้อยู่เบื้องหลังซึ่งเกี่ยวพันกับเม็ดเงินมหาศาลระดับ 1,000 – 4,000 ล้านบาท โดยขบวนการเหล่านี้เชื่อมโยงกับฝ่ายการเมืองที่อาศัยช่องโหว่สร้างเครือข่ายอุปถัมภ์ ดึงผู้สอบที่ยอมเสียเงินเข้ามาเป็นลูกน้องและฐานเสียง ซึ่งถือเป็น “การยึดครองประเทศอย่างเลือดเย็น” ที่ทำลายระบบราชการอย่างร้ายแรง และเป็นเรื่องยากมากที่จะสาวความผิดไปถึงตัวการใหญ่ฝ่ายการเมืองได้ เพราะผู้ที่ยอมจ่ายเงินย่อมไม่กล้าออกมาเป็นพยาน แม้ว่าระดับนายกรัฐมนตรีและปลัดกระทรวงมหาดไทยจะแสดงความเอาจริงเอาจังในการแก้ปัญหาเพื่อกอบกู้ภาพลักษณ์และศรัทธาของพรรคการเมืองกลับคืนมา แต่การดำเนินคดีให้ถึงต้นตอก็ยังเผชิญกับอุปสรรคทางกฎหมายที่แทบจะปิดตาย
นายอดิศร กล่าวว่า ทั้งนี้ เพื่อเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นทางและคัดกรองบุคลากรที่มีคุณภาพ ดร.อดิศร ได้เสนอทางออกที่เป็นรูปธรรมว่า การสอบรับราชการในภาค ก. (การวัดความรู้ความสามารถทั่วไป) ของทุกหน่วยงาน ควรบังคับใช้ข้อสอบของสำนักงาน ก.พ. ทั้งหมด เนื่องจาก ก.พ. มีความเชี่ยวชาญ มีคลังข้อสอบที่ได้มาตรฐาน และร่วมมือกับมหาวิทยาลัยต่างๆ ในการจัดสอบอย่างโปร่งใส แม้ว่าสถิติที่ผ่านมาผู้สอบผ่านข้อสอบมาตรฐาน ก.พ. จะมีเพียงร้อยละ 7 ซึ่งสะท้อนถึงวิกฤตคุณภาพบัณฑิตในภาพรวมของประเทศก็ตาม แต่การยึดมาตรฐานของ ก.พ. จะเป็นด่านแรกที่สำคัญที่สุดในการสกัดกั้นการทุจริตและยกระดับคุณภาพข้าราชการไทยให้ใสสะอาดอย่างยั่งยืน




