พรานไม้หอม ดับคาป่าลึกเขาใหญ่ เซ่นกฤษณา ราคาพุ่งลิ่วล่อใจ ยอมแลกชีวิตหวังรวยทางลัด สุดท้ายกลายเป็นศพเฝ้าดงดิบ เมียร่ำไห้ เพื่อนหามร่างฝ่าฝนวิปโยค 3 วัน 3 คืน
เมื่อเวลา 21.45 น. วันที่ 16 กรกฎาคม นายยศวัฒน์ เธียรสวัสดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 (ปราจีนบุรี) ได้รับรายงานด่วนจากนายชัยยา ห้วยหงษ์ทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ว่าเกิดเหตุพรานหาของป่าลักลอบหนีเข้าเขตอุทยาน ฝั่ง อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี และมีผู้เสียชีวิตอยู่ในป่า ทราบชื่อนายหนูแดง อายุ 64 ปี คาดว่าโรคประจำตัวกำเริบและร่างกายเหนื่อยล้าสะสมจากการเดินป่าระยะไกล ทำให้เสียชีวิตตั้งแต่วันที่ 14 ก.ค.
จากการตรวจสอบพบว่า มีผู้ลักลอบเดินเท้าเข้าเขตป่าเขาใหญ่ ตั้งแต่วันที่ 12 กรกฎาคม มุ่งหน้าเข้าป่าลึกเป็นระยะทางไกลกว่า 20 กิโลเมตร ประกอบด้วย นายหนูแดง (ผู้เสียชีวิต) อายุ 64 ปี, นายประดิษฐ์ อายุ 66 ปี, นายประเสริฐ อายุ 58 ปี, นายเพชร (ไม่ทราบชื่อสกุลจริง) และนายไก่ (ไม่ทราบชื่อสกุลจริง)

นายประเสริฐ น้องชายของผู้เสียชีวิต เปิดเผยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือและอยู่ในอาการเหนื่อยล้าว่า ตนและพี่ชายชวนกันเดินป่าลึก หวังหา “ไม้หอม” เดินเท้ามานานกว่า 6 วัน ยังไม่ทันได้ไม้ติดมือมาเลย กระทั่งช่วงเย็นวันเกิดเหตุ (14 ก.ค.) พี่ชายที่เดินรั้งท้ายกลุ่มมีอาการเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด จู่ๆ ก็วูบและหมดสติล้มลงต่อหน้าเพื่อนๆ ทุกคนรีบวิ่งเข้าไปช่วยทำ CPR ปั๊มหัวใจอย่างสุดความสามารถ แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้
“ตอนพี่ชายเสียชีวิตเป็นเวลาค่ำมืดแล้ว ในป่าลึกติดต่อใครไม่ได้เลยเพราะไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ พวกเราต้องรอจนรุ่งเช้า ช่วยกันทำเปลสนามผลัดกันแบกหามร่างพี่ชายเดินเท้าข้ามเขาสูงชันและป่าดิบชื้นตลอด 3 คืนเต็ม จนกระทั่งวันที่ 16 ก.ค. ร่างกายทุกคนล้าจนแทบก้าวขาไม่ออก เมื่อเริ่มมีสัญญาณโทรศัพท์จึงรีบแจ้งผู้ใหญ่บ้านให้ประสานกู้ภัยขึ้นมาช่วยนำศพลงมา” นายประเสริฐกล่าว
ด้านนางประนอม อายุ 57 ปี ภรรยาของนายหนูแดง เปิดเผยว่า สามีเสียชีวิตตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 14 ก.ค. เช้าวันถัดมาเพื่อนพรานป่าพยายามช่วยกันหามศพลงมา แต่หนทางด้านบนทุลักทุเลมาก เป็นภูเขาสลับซับซ้อนและมีฝนตกลงมาอย่างหนักตลอดเวลา กระทั่งเวลาประมาณ 02.00 น.ของวันถัดมา (15 ก.ค.) กลุ่มเพื่อนหมดแรงไปต่อไม่ไหว จึงโทรศัพท์แจ้งตนตอน 08.00 น. ว่าหามศพมาถึงตีนเขาแล้ว แต่ล้าจนแบกต่อไม่ได้ จึงต้องประสานเจ้าหน้าที่ป่าไม้และกู้ภัยขึ้นไปรับตัว ซึ่งจุดที่กู้ภัยเดินทางขึ้นไปรับนั้น คาดว่าเพิ่งจะเดินทางมาได้เพียงครึ่งทางของระยะทางทั้งหมดเท่านั้น

กระทั่งเวลา 22.40 น. วันที่ 16 ก.ค. เจ้าหน้าที่ป่าไม้ หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ที่ 10 (ขญ.10 เขาตะคร้อ) ร่วมกับเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบำเพ็ญธรรมสถาน และหน่วยร่วมกตัญญู ร่วมกันฝ่าสายฝนนำร่างนายหนูแดงลงมาจากเทือกเขาสูงชันได้อย่างปลอดภัย ก่อนส่งชันสูตรอย่างละเอียดที่ รพ.ประจันตคาม โดยมี พ.ต.ท.สหวัสส์ ดาทอง สารวัตร (สอบสวน) สภ.ประจันตคาม รุดตรวจสอบเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายและมอบร่างให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลที่วัดโนนสอาด ต.โพธิ์งาม อ.ประจันตคาม
ขณะที่นายทวีศักดิ์ ผงทอง หรือผู้ใหญาต้อม ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 ต.บ้านทาม อาสาสมัครกู้ภัยสว่างบำเพ็ญธรรมสถาน จ.ปราจีนบุรี กล่าวว่า นำกำลังรบพิเศษกู้ภัยและทีมออฟโรดฝ่าดงดิบเข้าไปลำเลียงศพลงมาจากเทือกเขาสูงชันอย่างทุลักทุเล ท่ามกลางอุปสรรคธรรมชาติที่แสนโหดร้าย ทั้งฝนตกหนัก ทางลาดชันเลาะขอบเหว และภัยจากสัตว์ป่า
ขณะที่นายธีระ สนับบุญ จิตอาสาหมู่บ้านชัยคลี ต.หนองแก้ว กล่าวว่า ตนพร้อมเพื่อนและกู้ภัยใช้รถจักรยานยนต์วิบากเข้าไปรับศพ เนื่องจากไม่สมารถเดินเท้าหรือรถออฟโรดขับไปได้ ต่อจากน้ำตกเหวอีอ่ำไกลออกไปมากกว่า 10 กม.เศษพร้อมฝนตกต่อเนื่อง สำหรับร่างของผู้ตาย เพื่อนๆ ก่อไว้ด้วยเสื่อตั้งไว้บนห้างไม้ป้องกันสัตว์ป่าแทะ สภาพขึ้นอืดแล้ว

นายชัยยา หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เปิดเผยว่า ไม้กฤษณา หรือไม้หอม เป็นพรรณไม้หายาก มีค่าตัวสูงระดับกิโลกรัมละหลักแสนบาทในตลาดมืด เนื่องจากเป็นไม้ที่ต้องใช้เวลานับสิบปีในการสร้างสารหอมรักษาแผล จึงกลายเป็นสิ่งล่อใจให้กลุ่มพรานป่ายอมเสี่ยงชีวิตลักลอบเข้ามาตัด
“ขณะนี้อุทยานได้สั่งมาตรการคุมเข้มและเพิ่มกำลังลาดตระเวนอย่างเฉียบขาดขั้นสูงสุด เพื่อคุ้มครองผืนป่ามรดกโลกและป้องกันไม่ให้ประชาชนต้องมาสังเวยชีวิตด้วยความโลภกลางป่าลึกเช่นนี้อีก ทั้งนี้ หลังเกิดเหตุสามารถควบคุมพรานไม้หอมได้ 2 ราย นำมาเปรียบเทียบปรับ ส่วนอีก 2 ราย ระหว่างติดตามตัว” หัวหน้าอุทยานฯเขาใหญ่กล่าว



