ขอนแก่นเปิดปฎิบัติการแก้ปัญหาเด็กเตี้ย -อ้วนและเริ่มอ้วน จัดแข่งกระโดดเชือกชิงแชมป์ภาคอีสานตอนกลาง ตอกย้ำมาตรฐานเด็กไทยยุคใหม่สูงดีและสมส่วน ขณะที่โรงเรียนต่างๆสมัครร่วมชิงชัยคึกคัก
วันที่ 17 กรกฎาคม ที่ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น นางบังอร กล่ำสุวรรณ์ รองผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น เป็นประธานเปิดการแข่งขันกระโดดเชือก (Jump Rope Kids) ครั้งที่ 5 เขตสุขภาพที่ 7 ซึ่งศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น ได้กำหนดจัดการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศขึ้น โดยมีโรงเรียนในกลุ่มจังหวัดภาคอีสานตอนกลางส่งทีมสมัครเข้าร่วมการแข่งขันรวม 240 ทีม ก่อนจะถูกคัดเลือกให้เข้าร่วมแข่งขันรอบชิงชนะเลิศในวันนี้ 72 ทีม ในรุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี ชายหญิงและรุ่นอายุ 13-15 ปี ชายและหญิง ท่ามกลางการตัดสินอย่างเข้มงวดของคณะกรรมการจากสำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดและศุนย์อนามัยที่ 7 อย่างเคร่งครัดตามมาตรฐานของสมาคมกีฬาจัมป์โร้ปแห่งประเทศไทยกำหนด
นางบังอร กล่ำสุวรรณ์ รองผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น กล่าวว่า การจัดการแข่งขันกระโดดเชือกชิงแชมป์ภาคอีสานตอนกลาง ของเขตสุขภาพที่ 7 ปีนี้เป็นการแข่งขันครั้งที่ 5 โดยในช่วงที่การแข่งขันที่ 1-3 เป็นการแข่งขันแบบออนไลน์ และในครั้งที่ 4 และ 5 เป็นการแข่งขันแบบออนไซค์ด้วยการจัดการแข่งขันที่ศูนย์อนามัยที่ 7

ซึ่งในปีนี้มีทีมสมัครเข้าร่วมการแข่งขันมากถึง 240 ทีม และคณะกรรมการได้พิจารณาและตัดสินในรอบคัดเลือกจนมาถึงการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศวันนี้ทั้งสิ้น 72 ทีม แบ่งการแข่งขันออกเป็น 2 ประเภท คือประเภทเดี่ยวบุคคลสปีดขาคู่ และทีมนัมเบอร์เอทสปีด ซึ่งจะเห็นได้ว่านักกีฬาที่เข้าร่วมการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศนั้นทุกคนได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจในการฝึกซ้อมจนผ่านเข้าสู่การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศในวันนี้
“จากข้อมูลสถานการณ์สุขภาพเด็กวัยเรียนในเขตสุขภาพที่ 7 ยังคงพบความท้าทายทั้งด้านภาวะเริ่มอ้วนและอ้วน รวมทั้งเตี้ยและสัดส่วนเด็กที่มีการเจริญเติบโตสมวัย ซึ่งยังต่ำกว่าเป้าหมายที่กำหนด โดยในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา เด็กที่มีส่วนสูงตามเกณฑ์และรูปร่างสมส่วนลดลงจากร้อยละ 63.1 เหลือร้อยละ 59.5 ขณะที่ภาวะเริ่มอ้วนและอ้วนเพิ่มขึ้นร้อยละ 10.2 เป็นร้อยละ 11.6 ส่วนภาวะเตี้ยพบแนวโน้มลดลงโดยพบร้อยละ 10.5 เหลือร้อยละ 9.5 แต่ยังสูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดไม่เกินร้อยละ 9 สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงว่าการส่งเสริมทางกายไม่ใช่เพียงเรื่องของการออกกำลังกายเท่านั้น แต่เป็นการลงทุนเพื่อสุขภาพและอนาคตของเด็กไทย” นางบังอร กล่าว
นางบังอร กล่าวว่า การกระโดดเชือกเป็นกิจกรรมเรียบง่าย แต่เปี่ยมด้วยคุณค่า สามารถฝึกได้ทุกที่ ทุกเวลา ช่วยเสริมสร้างความแข้งแรงของร่างกาย พัฒนาสมรรถภาพทางกาย ควาาคล่องแคล่ว การประสานงานของกล้ามเนื้อ และยังช่วยปลูกฝังความมีวินัย ความอดทน และความมุ่งมั่น ซึ่งเป็นคุณลักษณะสำคัญในการเติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพของประเทศในอนาคต”

นางบังอร กล่าวต่อว่า เมื่อสถานการณ์ภาวะเริ่มอ้วน และอ้วน และเตี้ยเพิ่มขึ้น ขณะที่สัดส่วนเด็กที่มีการเจริญเติบโตสมวัยต่ำกว่าเป้าหมายที่กำหนด ศูนย์อนามัยที่ 7 ขอนแก่น จึงได้ดำเนินโครงการ “Smart Kids Jump to Fit” เพื่อส่งเสริมให้เด็กวัยเรียนมีกิจกรรมทางกายอย่างสม่ำเสมอ ผ่านการออกกำลังกายกระโดดเชือก ซึ่งจะเห็นได้ว่าในเขตสุขภาพที่ 7 การแข่งขันกระโดดเชือกได้รับความสนใจจากนักเรียน และครูผู้ฝึกสอนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามสำหรับผู้ที่ชนะเลิศในการแข่งขันในแต่ละประเภท ศูนย์อนามัยที่ 7 จะส่งตัวเข้าแข่งขันในรายการระดับประเทศของสมาคมจัมป์โร้ปแห่งประเทศไทยต่อไป



