วิกฤตเขาใหญ่ลามหนัก 13 ช้างป่ายึดชุมชน จิตอาสาเฝ้าทั้งคืนไร้กำลังรัฐ ชี้แก้ปลายเหตุซ้ำซาก ช้างไม่ผิด แต่ปล่อยชาวบ้านสู้ลำพัง
นครราชสีมา-วันที่ 17 กรกฎาคม สถานการณ์ช้างป่าออกนอกเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เข้าสู่ภาวะน่าห่วง หลังพบช้างป่ากว่า 13 ตัว ปักหลักใช้ชีวิตอยู่นอกพื้นที่อนุรักษ์ เดินหากินตามหมู่บ้าน ร้านอาหาร และพื้นที่เกษตรอย่างต่อเนื่อง ขณะที่จิตอาสาและชาวบ้านต้องรับภาระออกเฝ้าระวังและผลักดันช้างกันเองแทบทุกคืน

นายสิทธิชัย เหล็กศักดิ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 16 บ้านท่าช้างเหนือ ต.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า ช้างแต่ละตัวมีพฤติกรรมแตกต่างกัน บางตัวผลักดันกลับเข้าป่าได้ง่าย แต่บางตัวดื้อและก้าวร้าว จนต้องระดมกำลังหลายฝ่ายเข้าช่วย เพราะหากปฏิบัติการเพียงลำพังอาจเกิดอันตรายได้ โดยทีมผลักดันส่วนใหญ่เป็นจิตอาสาที่ต้องสละเวลาหลังเลิกงานออกมาปฏิบัติหน้าที่ หากใครติดภารกิจ กำลังก็ลดลงทันที ทำให้หลายครั้งรับมือช้างได้อย่างยากลำบาก
กรณีช้างป่าบุกร้านอาหารเมื่อคืนที่ผ่านมา (16 กรกฎาคม 2569) ภายในร้าน มีมะม่วงกองไว้จำนวนมากใกล้ตู้เย็น ทำให้ช้างได้กลิ่นและเดินเข้ามาค้นหาอาหาร โชคดีที่ทีมจิตอาสาฯ เพิ่งเสร็จภารกิจจากบริเวณวัดและเข้าช่วยผลักดันได้ทันเวลา ไม่เช่นนั้นทรัพย์สินภายในร้านอาจเสียหายหนักกว่านี้ ขอย้ำว่าช้างสามารถดมกลิ่นอาหารได้จากระยะไกล ไม่ว่าจะเป็นผลไม้ น้ำปลา เกลือ อาหารสุนัข หรืออาหารที่เก็บไว้ในครัว ล้วนเป็นสิ่งล่อให้ช้างบุกเข้าบ้านและร้านค้าได้”

ด้านพระอธิการกัมปนาท ประธานกลุ่มอนุรักษ์สัตว์ป่าและสิ่งแวดล้อมเขาใหญ่ และเจ้าอาวาสวัดหมูสี ต.หมูสี อ.ปากช่อง กล่าวว่า ขณะนี้ช้างป่าที่ออกมาอยู่นอกป่าบริเวณ ต.หมูสี ต.โป่งตะลอง และ ต.หนองน้ำแดง อ.ปากช่อง ไม่ได้กลับเข้าอุทยานฯ อีกต่อไป แต่กระจายตัวอาศัยตามพื้นที่รกร้างและป่ากลุ่มย่อย จนเสมือนเป็นถิ่นอาศัยใหม่ ประกอบกับสภาพอากาศแปรปรวน ทำให้พืชอาหารในป่าลดลง ข้าวโพดของเกษตรกรก็ปลูกล่าช้า ช้างจึงเปลี่ยนเป้าหมายเข้าหาอาหารในชุมชนแทน การตั้งชุดผลักดันช้างในปัจจุบัน เป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ เพราะไม่มีการกำหนดทิศทางที่ชัดเจนว่า จะผลักดันช้างกลับไปพื้นที่ใด หลายครั้งจึงเป็นเพียงการไล่วนไปมา ก่อนช้างจะย้อนกลับเข้าหมู่บ้านอีก พร้อมเสนอให้เร่งฟื้นฟูแหล่งอาหาร แหล่งน้ำ และแร่ธาตุภายในป่า ควบคู่กับการสร้างแนวป้องกันและวางระบบผลักดันที่เป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ จุดอ่อนของการเฝ้าระวัง คือ ช่วงหลังเที่ยงคืนถึงรุ่งเช้า ซึ่งเป็นเวลาที่อาสาสมัครต้องพักผ่อนเพื่อไปทำงานในวันรุ่งขึ้น แต่กลับเป็นช่วงที่ช้างเรียนรู้ว่า ผู้คนและรถยนต์ลดลง จึงเลือกออกมาหากินในหมู่บ้าน ทำให้ชาวบ้านและประชาชนทั่วไปต้องเผชิญความเสี่ยงสูงสุด จึงเรียกร้องให้ฝ่ายปกครอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน เข้ามาร่วมเฝ้าระวังอย่างจริงจัง เพราะหากยังปล่อยให้จิตอาสาแบกรับภาระเพียงฝ่ายเดียว ปัญหาช้างป่ารอบเขาใหญ่จะยิ่งทวีความรุนแรง และความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนก็จะเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า” .

