หน้าแรก ภูมิภาค ชนินทร์ นั่งจ...

ชนินทร์ นั่งจยย.พ่วงข้าง ลุยชุมชนริมรางรถไฟโคราช รับฟังปัญหา ดันงบสานฝันมีบ้านมั่นคง

18.07.26 | 18:28 น.

ชนินทร์ นั่งจยย.พ่วงข้าง ลุยชุมชนริมรางรถไฟโคราช รับฟังปัญหา ดันงบสานฝันมีบ้านมั่นคง

เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ตัดสินใจนั่ง รถจักรยานยนต์พ่วงข้างเข้าไปยังชุมชนริมทางรถไฟและชุมชนเบญจรงค์ เขตเทศบาลนครนครราชสีมา เพื่อรับฟังปัญหาจากประชาชนหลังรถยนต์ไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่ได้
โดยมีคณะผู้บริหารเทศบาลนครนครราชสีมา พร้อมด้วย นายสยาม นนท์คำจันทร์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. และแกนนำชุมชน ร่วมลงพื้นที่ติดตามคุณภาพชีวิตของประชาชนผู้มีรายได้น้อย ตามนโยบายของ นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่ผลักดันการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยอย่างยั่งยืน

ซึ่งเป้าหมายสำคัญของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ในปีงบประมาณ 2570 เตรียมผลักดันโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยให้กับชุมชนสองข้างทางรถไฟ 44 ครัวเรือน และชุมชนเบญจรงค์ 76 ครัวเรือน รวม 120 ครัวเรือน ซึ่งได้รับผลกระทบจากโครงการพัฒนาระบบรางของภาครัฐ ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำแผนและเสนอของบประมาณ เพื่อให้การช่วยเหลือเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้กระบวนการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน

นายชนินทร์ กล่าวว่า จังหวัดนครราชสีมามีต้นแบบความสำเร็จด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัยจากโครงการรองรับผู้ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง ซึ่งสามารถย้ายประชาชน 166 ครัวเรือน ไปยังพื้นที่รองรับแห่งใหม่ในเขตเทศบาลตำบลหัวทะเล ห่างจากพื้นที่เดิมเพียง 5 กิโลเมตร ทำให้ประชาชนยังสามารถประกอบอาชีพและดำรงวิถีชีวิตเดิมได้ โดยโมเดลดังกล่าวจะถูกนำมาต่อยอดใช้กับชุมชนริมทางรถไฟและชุมชนเบญจรงค์ เพื่อสร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยให้กับประชาชนในระยะยาว

นางเดือน หรือ “ป้าดำ” อายุ 77 ปี ชาวชุมชน เปิดเผยว่า อาศัยอยู่ในพื้นที่แห่งนี้มานานกว่า 40 ปี จากเดิมเคยมีเพื่อนบ้านอยู่จำนวนมาก แต่ปัจจุบันเหลือบ้านเพียง 5 หลัง ทำให้คิดถึงบรรยากาศเก่าๆ อย่างไรก็ตาม ต้องขอบคุณหน่วยงานภาครัฐที่เข้ามาช่วยเหลือและจัดหาที่อยู่อาศัยแห่งใหม่ให้ เพราะที่ผ่านมา อาศัยอยู่ในสภาพแออัด คับแคบ และไม่มีทางเลือก แม้จะผูกพันกับพื้นที่เดิม แต่การมีบ้านที่มั่นคงและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ถือเป็นความหวังครั้งใหม่ของครอบครัวและชาวชุมชนทุกคน

Advertisement