เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน จากกรณีนายชวะสิทธิ์ สอนหมวก อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 236/8 หมู่ 2 ต.วัดโคก อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท ได้ร้องเรียนต่อสื่อมวลชนว่า ต้องทนดมกลิ่นขี้ไก่จากฟาร์มไก่ที่อยู่ติดกับบ้านพัก ได้รับความเดือดร้อนกว่า 20 ปี เคยร้องเรียนไปยังหน่วยงานต่างๆ ทั้ง อบต. ปศุสัตว์ ฝ่ายปกครอง แต่ไม่มีการแก้ปัญหาอย่างจริงจัง ต้องทนดมกลิ่นจนชาวบ้านป่วยเป็นโรคภูมิแพ้และทางเดินหายใจหลายราย ทำให้บางรายต้องแก้ปัญหาด้วยการขายบ้านหนีไปอยู่ที่อื่นนั้น
ล่าสุด นายเบญจพล เปรมปรีดา รองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท ได้เรียกคณะทำงานแก้ปัญหาดังกล่าวประกอบด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 13 หน่วยงาน พร้อมทั้งเชิญคู่กรณีคือ เจ้าของกิจการและฝ่ายชาวบ้าน เข้าประชุมหารือเพื่อหาแนวทางแก้ปัญหา ที่ศาลากลางจังหวัดชัยนาท ซึ่งการประชุมดำเนินไปด้วยความเคร่งเครียด เนื่องจากฝ่ายชาวบ้านยืนยันว่าต้องการให้ฟาร์มเลี้ยงไก่ดังกล่าวย้ายออกไปจากชุมชนสถานเดียว ขณะที่ส่วนราชการได้ชี้แจงว่า โดยระเบียบไม่สามารถบังคับให้ฟาร์มไก่ที่มีใบอนุญาตเลิกกิจการทันทีได้ ทำได้เพียงดำเนินมาตรการกวดขันและควบคุมไม่ให้กลิ่นเหม็นมารบกวนชาวบ้าน ตามมาตรฐานของทางราชการ โดยขอเวลา 30 วัน ให้คณะทำงานได้ลงพื้นที่ดำเนินการตามขั้นตอน เพราะยังมีอีก 3 ฟาร์มในบริเวณเดียวกันที่จะต้องเข้าดำเนินการพร้อมกันด้วย
ด้านฝ่ายของนายชวะสิทธิ์ยังไม่พอใจในการแก้ปัญหามากนัก โดยบอกว่าหากภายใน 30 วันยังแก้ปัญหาให้ตนเองและเพื่อนบ้านไม่ได้ ก็จะร้องเรียนไปยังนายกรัฐมนตรีโดยตรง โดยรองผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาทกล่าวว่า การแก้ปัญหาจะหักด้ามพร้าด้วยเข่า โดยไปสั่งให้ฟาร์มเลิกกิจการหรือย้ายออกไปทันทีไม่ได้ เพราะไม่มีกฎหมายหรือระเบียบข้อใดให้อำนาจไว้ จึงต้องทำตามขั้นตอนการควบคุมเพื่อลดความเดือดร้อนลงให้สามารถอยู่ด้วยกันได้ทั้งฟาร์มและชาวบ้าน โดยทางด้านเจ้าของฟาร์มเองก็ยืนยันกับสื่อมวลชนว่า ฟาร์มของตนเกิดขึ้นมาก่อนที่จะมีชุมชนขยายออกมาอยู่ใกล้กับฟาร์มในภายหลัง

