หน้าแรก ภูมิภาค แม่วอนผู้เชี่...

แม่วอนผู้เชี่ยวชาญช่วยรักษา ลูกสาวติดเตียงหลังผ่าคลอด ลูกเขยหายหน้า ไม่สนหลานวัย 10 เดือน

19.07.26 | 13:30 น.

แม่วอนผู้เชี่ยวชาญช่วยเหลือ ลูกสาวติดเตียงหลังผ่าคลอด หมอแจ้งลิ่มเลือดอุดตันในปอด รพ.จ่ายเงินช่วยเหลือ 7 หมื่น หลังป่วยลูกเขยหายหน้า ไม่สนลูกเมีย ซ้ำยังลงทะเบียนบัตรคนไม่ผ่าน

เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2569 ผู้ใช้สื่อโซเชียลในจังหวัดบุรีรัมย์ ต่างออกมาแสดงความเห็นใจหลังมีคนโพสต์ภาพหญิงสาวรายหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเตียง ระบุหลังไปผ่าคลอดที่โรงพยาบาล ได้ลูกชายปลอดภัย แต่แม่กลายเป็นป่วยติดเตียงมานานกว่า 10 เดือน

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่พบ น.ส.กวิสรา (สงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี ชาว ต.โคกม้า อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ เคยเป็นพนักงานบริษัทเอกชน นอนป่วยติดเตียงอยู่ภายในบ้าน ลักษณะอาการพูดไม่ได้, แขนขาขยับไม่ได้, ไม่ตอบสนองการพูดคุยเช่นพยักหน้า ส่ายหน้า หรือยิ้ม ทำได้เพียงกะพริบตาได้เพียงอย่างเดียว

โดยมี นางลำภู (สงวนนามสกุล) อายุ 50 ปี น้าสาว และนางสมาพร (สงวนนามสกุล) อายุ 53 ปี แม่ของ น.ส.สา ผู้ป่วยติดเตียง คอยดูแลและพยายามอุ้มน้องภาคิน อายุ 10 เดือนลูกชายของ น.ส.สา มาให้แม่คอยชื่นชมเป็นระยะ

นางลำภู น้าสาวผู้ป่วย เล่าว่า เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2568 หลานสาวคือ น.ส.สา ซึ่งตอนนั้นท้องแก่เดินทางไปโรงพยาบาลประโคนชัย เพราะปวดท้องคลอด หลังจากนั้นหมอได้ตรวจสอบแล้วมีมติให้มีการผ่าคลอดที่โรงพยาบาล

Advertisement

หลังผ่าคลอดเสร็จได้ลูกชายน้ำหนัก 3,200 กรัม สุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ทุกอย่าง จากนั้นหมอได้เรียกหลานสาวไปอบรมคุณแม่มือใหม่ หลานก็ไปนั่งฟังหมอตามปกติสุขภาพแข็งแรงเดินไปมาได้เหมือนคนทั่วไป

ผ่านไปประมาณ 1 วันหรือ 24 ชม. หลานสาวเกิดอาการช็อก เกร็ง หมอเข้ามาช่วยทำการ PCR และต้องส่งตัวไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์ ตั้งแต่วันที่ 13 ก.ย.68 และรักษาต่อมาจนถึงวันที่ 27 ต.ค.68 หรือประมาณ 44 วัน กระทั่งหมอมาแจ้งว่า “มีลิ่มเลือดอุดตันในปอด”

นางลำภูเล่าด้วยว่า หลังจากนั้นหมอให้กลับบ้านได้ในสภาพเป็นผู้ป่วยติดเตียง และโรงพยาบาลให้เงินเยียวยามาเป็นจำนวน 70,000 บาท จะให้นมเด็กกินนาน 12 เดือน และถ้าจำเป็นจะต้องเดินทางไปหาหมอให้โทรแจ้ง โรงพยาบาลจะมีรถไปรับฟรี หลังจากนี้ครอบครัวคงจะยากลำบากมากขึ้น ตนซึ่งต้องหยุดทำงานรับจ้างมาดูแลหลานสาว ไปยื่นขอบัตรคนจนก็ไม่ผ่านเพราะข้อมูลระบุมีรถยนต์ทั้งที่ไม่เคยมีมาก่อน

ด้าน นางสมาพร แม่ น.ส.สา ผู้ป่วย กล่าวว่า อาการของลูกสาวในตอนนี้ขยับตัวไม่ได้เลย จริงๆ แล้วอยากจะให้มีผู้มีความรู้ด้านการรักษาอาการแบบนี้ได้มาชี้แนะ อยากให้ลูกขยับตัวได้มากกว่านี้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ดูแลบ้าง เพราะตอนนี้ลูกสาวบอบช้ำทั้งกายทั้งจิตใจเป็นอย่างมาก

โดยเฉพาะสามีของลูกสาว หลังรู้ว่าภรรยาป่วยติดเตียงแล้วได้หายหน้าไปเลย มาดูอาการภรรยาและมาเยี่ยมลูกชายเพียงครั้งเดียว หลังจากนั้นไม่เห็นหน้า ไม่รู้จะเรียกว่าทิ้งหรือเรียกว่าอะไร

ปล่อยให้พวกตนดูแลกันเอง ไม่ได้ทำงานทั้งยังต้องมีค่าใช้จ่ายหลายช่องทางทั้งแพมเพิส กระดาษทิชชู่เปียก โดยเฉพาะนมเด็กซึ่งจะหมดเวลามาช่วยเหลือจากโรงพยาบาลแล้ว ตอนนี้พอบรรเทาได้บ้างเพราะมีคนบริจาคเงินมาได้ทั้งหมดประมาณ 30,000 บาทหลังจากนั้นยังไม่รู้ชะตากรรมว่าจะอยู่กันอย่างไร