น.ศ.ฝึกงาน ถูกเชฟโรงแรมดังภูเก็ตด่า-ทำร้ายร่างกาย กลางครัวโรงแรม สั่งบังคับกินข้าวดิบ ทำโทษที่หุงไม่สุก แจ้ง ตร.ดำเนินคดีแล้ว ยันไม่ยอมความ
จากกรณีปรากฏภาพการทำร้ายร่างกายนักศึกษาฝึกงานหญิง ภายในครัวของโรงแรมชื่อดังแห่งหนึ่งในพื้นที่ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ หลังผู้เสียหายร้องเรียนผ่านสื่อว่า “ถูกเชฟตบศีรษะ ใช้ตะหลิวฟาดแขน และบังคับให้นั่งกินข้าวดิบเป็นการลงโทษ” นั้น
เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 20 ปี นักศึกษาฝึกงาน ผู้เสียหาย เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ฝึกงานที่โรงแรมดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 โดยวิทยาลัยส่งนักศึกษามาฝึกงานทั้งหมด 4 คน แต่ละคนแยกย้ายไปตามแผนกที่เรียน ส่วนตนได้รับมอบหมายให้ฝึกงานในแผนกครัว ตามหลักสูตรการโรงแรม ซึ่งมีกำหนดฝึกงานนานถึง 8 เดือน

น.ส.เอเผยว่า ก่อนเกิดเหตุเคยถูกเชฟคนดังกล่าวดุด่าและทำร้ายร่างกายด้วยการตบตีมาแล้วหลายครั้ง แต่ไม่ได้รับบาดเจ็บรุนแรง จึงพยายามอดทนเพื่อให้การฝึกงานผ่านไปได้ กระทั่งเมื่อวานนี้ หลังได้รับคำสั่งให้หุงข้าวตามปกติ แต่ข้าวสุกไม่ทั่วถึง เชฟได้สั่งให้ตนตักข้าว ทั้งที่กำลังทำงานอีกอย่างยังไม่เสร็จ เมื่อทำไม่ทันใจ เชฟก็เริ่มดุด่าด้วยถ้อยคำรุนแรง ก่อนเดินเข้ามาตบศีรษะ ใช้ตะหลิวตีเข้าที่แขนตามภาพจากกล้องวงจรปิด จากนั้นยังบังคับให้ตนนั่งกินข้าวดิบ พร้อมนั่งเฝ้าดูจนกว่าจะกินหมด สร้างความเจ็บปวดและความอับอายอย่างหนัก
น.ส.เอเล่าอีกว่า ขณะเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) ของโรงแรมอยู่ในเหตุการณ์ และเป็นผู้พาตนไปตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด ซึ่งสามารถบันทึกเหตุการณ์ได้ตั้งแต่ช่วงที่ถูกบังคับให้กินข้าวดิบ ไปจนถึงช่วงที่ถูกทำร้ายร่างกาย หลังเกิดเหตุรีบแจ้งอาจารย์ประจำวิทยาลัยทันที ก่อนที่อาจารย์จะสั่งให้นักศึกษาทั้ง 4 คน เดินทางกลับ จ.นครศรีธรรมราช และเตรียมหาสถานที่ฝึกงานแห่งใหม่ให้ทั้งหมด เพื่อความปลอดภัย

น.ส.เอบอกว่า ขณะนี้ยังมีอาการปวดศีรษะ ปวดต้นคอด้านขวา และเจ็บบริเวณแขนที่ถูกตะหลิวตี โดยเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลป่าตอง และมีใบรับรองแพทย์ยืนยันอาการบาดเจ็บ วันนี้ได้เดินทางพร้อมพี่ชายเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.ป่าตอง เพื่อดำเนินคดีกับเชฟผู้ก่อเหตุให้ถึงที่สุด ยืนยันว่าจะไม่ยอมความ
ด้านนายแบงค์ พี่ชายของผู้เสียหาย เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุน้องสาวมีสภาพจิตใจย่ำแย่อย่างมาก ไม่ยอมรับประทานอาหารมาตั้งแต่วันเกิดเหตุจนถึงวันนี้ ตนเป็นห่วงอย่างมาก เพราะน้องต้องมาใช้ชีวิตฝึกงานไกลบ้าน อีกทั้งยังวิตกกังวลเรื่องการเรียน เรื่องเพื่อน และรู้สึกอับอายอย่างหนักที่ถูกลงโทษให้กินข้าวดิบและให้นั่งสำนึกผิดภายในห้องน้ำ
นายแบงค์เผยว่า นอกจากนี้ น้องสาวยังมีอาการปวดศีรษะ ปวดต้นคอ และเจ็บแขนจากการถูกทำร้าย ซึ่งครอบครัวเห็นว่าเป็นเรื่องที่ไม่อาจยอมรับได้ จึงตัดสินใจพาน้องเข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายกับเชฟผู้ก่อเหตุจนถึงที่สุด



