ชาวบ้านโคราช แห่ยื่นอุทธรณ์ หลังไม่ผ่านเกณฑ์รับสิทธิบัตรคนจน บางรายพบมีทรัพย์สินโผล่ ทั้งที่ไม่เคยมี เร่งนำหลักฐานให้ จนท.ตรวจสอบ
เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม ที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สาขาพิมาย อ.พิมาย จ.นครราชสีมา ประชาชนผู้มีรายได้น้อย จำนวนกว่า 300 คน แห่มายืนยันตัวตนรับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ “บัตรคนจน” หลังจากเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ทราบผลการตรวจสอบคุณสมบัติจากกระทรวงการคลัง ว่า เป็นผู้มีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์โครงการเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ในวันนี้จึงเดินทางมายืนยันตัวตนผ่าน ธ.ก.ส.กันจำนวนมาก
ซึ่งมีประชาชนบางส่วนที่คุณสมบัติไม่ผ่านเกณฑ์ฯ รีบมายื่นอุทธรณ์ผ่านธนาคารด้วยเช่นกัน จึงทำให้บรรยากาศที่ธนาคารคึกคักเป็นพิเศษ แต่วันนี้ ธ.ก.ส.สาขาพิมาย ยังไม่มีเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนช่วยค่าน้ำประปา
เนื่องจากการยืนยันตัวตนผ่านธนาคารกรุงไทย เปิดดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ไปจนถึงวันที่ 12 มกราคม 2570 ส่วนการยืนยันตัวตนผ่าน ธ.ก.ส., ธนาคารออมสิน, ธอส. หรือธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย จะเปิดให้ยืนยันตัวตน จนถึงวันที่ 14 ตุลาคม 2569 ตามวันและเวลาทำการของแต่ละสาขา ส่วนประชาชนที่คุณสมบัติไม่ผ่านเกณฑ์ สามารถจะยื่นอุทธรณ์ขอทบทวนสิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 17-31 กรกฎาคม 2569 ผ่านธนาคารได้จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 นี้เท่านั้น ผ่าน 4 ช่องทางหลัก ได้แก่ เว็บไซต์โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ, แอพพลิเคชั่น “ทางรัฐ”, แอพพลิเคชั่น “เป๋าตัง” และธนาคาร 5 แห่งที่รับลงทะเบียนได้แก่ ธนาคารกรุงไทย, ออมสิน, ธ.ก.ส., ธอส. และ ธ.อิสลามฯ

โดยนายบุญส่ง กำมะลอ อายุ 66 ปี ชาวบ้านตะบอง ต.โบสถ์ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา เป็นหนึ่งผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ฯ เปิดเผยว่า “ผลการตรวจสอบบอกว่า คุณสมบัติของตนไม่ผ่านเกณฑ์ ทั้งๆ ที่ตนเคยได้รับสิทธิบัตรคนจนมาก่อนแล้ว แต่คราวนี้บอกว่าไม่ผ่าน จึงนำบัตรประชาชนไปให้ธนาคารฯ ช่วยเช็กให้ พบว่า ตนมีกรรมสิทธิ์ครอบครองรถจักรยานยนต์อยู่ 1 คัน ซึ่งตนมีแค่รถจักยานยนต์เก่าๆ อยู่เพียง 1 คันเท่านั้น ไร่นาก็ไม่มี มีที่ปลูกบ้านอยู่ 1 งาน หาเช้ากินค่ำ อายุจะ 70 ปีแล้ว ก็อาศัยเงิน 300 บาทจากบัตรคนจนมาช่วยได้บ้าง
อยากจะฝากนายกฯ ให้ช่วยทบทวนสิทธิอีกรอบให้กับคนจนที่ไม่ผ่านเกณฑ์ด้วย เดิมเคยได้รับสิทธิ แต่ตอนนี้ทำไมตัดสิทธิออก คนที่จนจริงๆ อย่างเช่นตน ทำไมไม่ได้รับสิทธิช่วยเหลือ ซึ่งหลังจากนี้ จะนำรถจักรยานยนต์ไปที่สำนักงานขนส่งอำเภอฯ เพื่อนำหลักฐานครอบครองรถไปติดต่อให้กรมการขนส่งทางบกปรับปรุงข้อมูลก่อน เพราะตนมีแค่รถจักรยานยนต์เพียง 1 คันเท่านั้น แต่ในระบบบอกว่า ตนมีรถยนต์ด้วย ก็จะให้ขนส่งฯ ช่วยตรวจสอบข้อมูล ว่า ตนไปครอบครองรถยนต์ตั้งแต่เมื่อไร เพราะความจริง ตนไม่มีรถยนต์สักคัน และเมื่อตรวจสอบที่ขนส่งฯ เสร็จแล้ว ก็จะรีบนำมายื่นอุทธรณ์ที่ธนาคารฯ ให้ทันกำหนดเวลา”


