แห่ขอสอบสิทธิถือครองรถวุ่น หลังไม่ผ่านเกณฑ์บัตรคนจนอื้อ ชาวบ้านโอด ตรวจเข้มขนาดนี้ ยกเลิกไปเลยดีกว่า เหตุคนจนจริงไม่เข้าเกณฑ์ แนะเพิ่มเงินคนแก่แทน
จากกรณี รัฐบาลเปิดลงทะเบียนโครงการสวัสดิการแห่งรัฐ รอบปี 2569 มีจำนวนผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการทั้งหมด 18.82 ล้านราย มีผู้ที่ผ่านเกณฑ์จำนวน 9.5 ล้านราย และไม่ผ่านเกณฑ์จำนวน 9.31 ล้านราย โดยในตัวเลขผู้ผ่านเกณฑ์จำนวน 9.5 ล้านรายนั้น แบ่งเป็นผู้ได้รับสิทธิ์เดิมจากโครงการครั้งก่อนจำนวน 7.2 ล้านราย และมีกลุ่มผู้ได้รับสิทธิ์รายใหม่เข้ามาเพิ่มอีก 2.3 ล้านราย โดยผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ส่วนใหญ่ เนื่องจากมีชื่อเป็นผู้ถือครองรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์
ล่าสุด เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่ สำนักงานขนส่งจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พบว่าตั้งแต่ช่วงเช้าตลอดทั้งวัน มีประชาชนเดินทางมาติดต่อขอตรวจสอบข้อมูลการครอบครองรถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ หลังจากตรวจสอบสิทธิ์โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแล้วพบว่าไม่ได้รับสิทธิ์ เนื่องจากระบบระบุว่ายังมีชื่อเป็นผู้ครอบครองรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ ซึ่งไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์การได้รับสิทธิ์

จากการสอบถามประชาชน พบว่าปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากกรณีรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ที่ไม่ได้ใช้งานมานานและไม่ได้ต่อทะเบียน แต่ยังคงมีชื่อเป็นผู้ครอบครองในฐานข้อมูลของกรมการขนส่งทางบก บางรายขายรถไปแล้วโดยใช้วิธีโอนลอย แต่ผู้ซื้อยังไม่ดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ ทำให้ชื่อผู้ขายยังคงปรากฏเป็นเจ้าของรถ นอกจากนี้ ยังมีกรณีผู้ที่ผ่อนชำระรถไม่ไหวจนถูกบริษัทไฟแนนซ์ยึดรถคืน แต่ข้อมูลในระบบยังคงมีชื่อเป็นผู้ครอบครองเช่นเดิม
ทางขนส่งจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ต้องเพิ่มเจ้าหน้าที่ ในอำนวยความสะดวก พร้อมให้คำแนะนำในการตรวจสอบข้อมูลและรับเรื่องร้องทุกข์จากประชาชน เพื่อนำข้อมูลเข้าสู่ระบบของกรมการขนส่งทางบก ก่อนส่งต่อให้หน่วยงานส่วนกลางดำเนินการตรวจสอบและปรับปรุงข้อมูลต่อไป
นายปริญญา หัสดินทร ณ อยุธยา ขนส่งจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ได้เริ่มรับแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับการครอบครองรถจากประชาชนมาตั้งแต่วันที่ 17 ก.ค. ศุกร์ที่ผ่านมา และตลอดช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ ก่อนที่วันนี้จะมีประชาชนเดินทางมาติดต่อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงได้จัดเตรียมเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวก รับเรื่อง และให้คำแนะนำอย่างเต็มที่

น.ส.รัชนี (สงวนนามสกุล) อายุ 64 ปี ชาวตำบลท่าวาสุกรี อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หนึ่งในชาวบ้าน ที่มายื่นตรวจสอบการครอบครองรถ กล่าวว่า ตนมีอาชีพรับจ้าง เลี้ยงหลาน 4 คน ในเบื้องต้นตนตรวจสอบแล้วพบว่ามีการครอบครองรถจักรยานยนต์ 2 คัน ถูกไฟแนนซ์ยึดรถจักรยานยนต์ไปแล้ว 1 คัน ส่วนอีกคันที่ใช้อยู่ผ่อนหมดแล้วเป็นรถจจักรยานยนต์ทั่วไป
“ส่วนตัวมองว่าหากมีการตรวจสอบสิทธิ์กันขนาดนี้อยากให้ยกเลิกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไปเลย เพราะคนจนจริงๆ ไม่ได้บัตรสิทธิ์สวัสดิการแห่งรัฐเพราะถูกตรวจสอบมีขั้นตอนมากมาย ก่อนหน้านี้ในยุครัฐบาลลุงตู่ตนได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแต่มาครั้งนี้เมื่อถูกตรวจสอบแล้วพบว่ามีการครอบครองรถจักรยานยนต์อยู่ 2 คัน จึงถูกตัดสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งงรัชทั้งที่ มีรายได้น้อยจริงจริงๆมีอาชีพรับจ้างและยังต้องเลี้ยงดูหลาน ให้ไปเพิ่มเงินในการดูแลสวัสดิการผู้สูงอายุจะดีกว่า จะได้สิทธิ์เท่าเทียมกันตรวจสอบง่าย” น.ส.รัชนีกล่าว

ส่วน บรรยากาศที่สำนักงานขนส่งจังหวัดอ่างทอง พบประชาชนที่ตกเกณฑ์โครงการสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) เดินทางมาขอตรวจสอบและแก้ไขข้อมูลทะเบียนรถคึกคักจนวุ่นวาย เนื่องจากระบบแจ้งว่ามีกรรมสิทธิ์การถือครองรถเกินเกณฑ์ จากการตรวจสอบหลายรายตรวจสอบในระะบบ พบว่ายังคงค้างชื่อผู้ลงทะเบียนเป็นผู้ครอบครองรถคันเก่าที่ขายไปนานแล้ว ซากรถ หรือรถที่ถูกยกเลิกการใช้งานไปแล้ว ประชาชนหลายรายยืนยันว่าตนเองไม่เคยมีรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์มาก่อนเลย จึงต้องเดินทางมาเพื่อขอคัดค้าน และแก้ไขข้อมูลทะเบียนรถให้ถูกต้อง ก่อนนำไปยื่นอุทธรณ์สิทธิ

ด้านเจ้าหน้าที่ขนส่งจังหวัดอ่างทอง เปิดเผยว่า ทางเจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือ ตรวจสอบ และอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนอย่างเร่งด่วน โดยชาวบ้านที่ต้องการตรวจสอบนำบัตรประจำตัวประชาชน เดินทางมาตรวจสอบข้อมูลทางทะเบียนรถ ได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย หากตรวจสอบแล้วพบว่าข้อมูลรถในระบบไม่ตรงกับความเป็นจริง เจ้าหน้าที่จะดำเนินการปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้อง เพื่อนำเอกสารไปใช้ประกอบการอุทธรณ์ต่อไป

ส่วนที่ จังหวัดยะลา ที่หน้าธนาคารกรุงไทย สาขาเบตง ถนนสุขยงาค์ อ.เบตง จ.ยะลา ประชาชนที่ไม่ผ่านเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ต่างแห่ไปยื่นอุทธรณ์ที่ธนาคารกรุงไทยและธนาคารธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธ.ก.ส. จนคิวแน่นยาว

โดยประชาชนหลายคนที่ไม่ผ่านเกณฑ์ เพราะมีข้อมูลพบว่ามีการครอบครองรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ทั้งที่จริงไม่มีรถยนต์ และรถจักรยานยนต์แล้ว ทำให้คนที่ไม่ผ่านเกณฑ์ต้องไปแจ้งที่ขนส่ง เพื่อแก้ไขข้อมูล จนขนส่งเต็มไปด้วยประชาชนที่เดินทางมา เพื่อมายื่นเรื่องแก้ไขข้อมูลในการครอบครองรถยนต์ และ รถจักรยายนต์

นายเย้าะ (สงวนนามสกุล) อายุ 73 ปี บอกว่า วันนี้มายื่นอุทธรณ์เพราะที่ผ่านมาได้มายื่นรับสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐแล้ว แต่ยื่นแล้วไม่ผ่านเกณฑ์ เนื่องจากมีการตรวจพบข้อมูลในการครอบครองรถจักรยานยนต์จำนวน 2 คัน ซึ่งความจริงได้ขายเป็นซากรถไปนานแล้ว โดยวันนี้มายื่นเพื่อให้ทางเจ้าหน้าที่ธนาคารตรวจสิทธิ์อีกครั้งเพื่อที่จะรู้ว่าเหตุใดที่ตนเองยื่นไม่ผ่านเกณฑ์ หากเป็นปัญหาเรื่องกรรมสิทธิ์ในการครอบครองรถจักรยานยนต์ วันนี้ก็จะนำเรื่องที่ทางเจ้าหน้าที่ธนาคารแจ้งมาเพื่อไปขนส่งดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อน 31 กรกฎาคมนี้


